สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” เจาะเทรนด์แต่งบ้านสไตล์ Mid-Century

 “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” เจาะเทรนด์แต่งบ้านสไตล์ Mid-Century

‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ เจาะเทรนด์แต่งบ้านสไตล์ Mid-Century เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงที่มอบอิสระในการแมตช์บ้านทุกสไตล์ ด้วย ‘ASAHIKAWA SERIES’ สะท้อนความอบอุ่นในอดีตด้วยกลยุทธ์ Nostalgia Marketing

พร้อมเสริมลูกเล่นด้วยวัสดุหลากหลายเข้ากับงานไม้สไตล์ญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด Real Wood For Modern Living แนวคิดเชื่อมโยงความอบอุ่นของงานไม้เข้ากับการออกแบบที่ทันสมัย เพิ่มมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติสู่การสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ หรือ ILM เจาะเทรนด์ตลาดแต่งบ้านสไตล์ Mid-Century พร้อมเปิดซีรีส์ใหม่ ‘ASAHIKAWA’ (อา-ซา-ฮิ-กา-วะ) เฟอร์นิเจอร์ที่นำแรงบันดาลใจมาจากงานไม้จริงสไตล์ญี่ปุ่น ผสานการใช้วัสดุที่หลากหลายผ่านเส้นสายเรขาคณิตที่เรียบง่าย พร้อมเสริมลูกเล่นดีไซน์ที่เข้ากับงานไม้สไตล์ญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด Real Wood For Modern Living สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ GEN Z ที่หลงใหลดีไซน์กลิ่นอายในสไตล์ญี่ปุ่น ผสมผสานไอเดียการแต่งบ้านให้แตกต่าง และมีสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับเฉพาะตัว

นอกจากนี้ยังดึงกลยุทธ์ Nostalgia Marketing ที่ใช้ความคิดถึงและการโหยหาอดีตให้กลับมามีความสุขอีกครั้ง เพื่อรองรับสำหรับ GEN X ซึ่งเป็นกลุ่มที่คำนึงถึงประสบการณ์ช้อปที่ได้รับจะต้องมอบคุณค่าที่ดีกว่า ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ยังให้คุณค่าจากสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่จะทำให้ได้หวนนึกถึงความทรงจำดีๆ รวมถึง GEN Y ถือเป็นกลุ่มที่มีอิสระและ แนวความชอบส่วนบุคคล มักเลือกช้อปและออกแบบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เป็นตัวเองอย่างชัดเจน

ทั้งนี้การเปิดตัว ASAHIKAWA SERIES ไม่ได้มีเพียงดีไซน์เพื่อขยายฐานสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่เป็นโอกาสในการรักษาฐานลูกค้า GEN X-Y ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของ ILM (ปัจจุบันสมาชิก JOY Member สัดส่วนที่ 80% แบ่งเป็นหญิง-ชาย 70:30) นอกจากนี้ยังคงเดินหน้าสร้างประสบการณ์ช้อปให้แก่ลูกค้าด้วยโปรโมชันและสิทธิพิเศษมากมายสำหรับลูกค้าเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน และของแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า “กระบวนการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นสำหรับซีรีส์ ‘ASAHIKAWA’ (อา-ซา-ฮิ-กา-วะ) ให้ความสำคัญกับการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันในทุกแง่มุม ซึ่งเราพบว่าผู้บริโภคไม่ได้ยึดติดกับการแต่งบ้านตามแคตตาล็อกหรือซื้อเฟอร์นิเจอร์แบบยกเซ็ตเช่นในอดีต

สอดรับกับชีวิตยุคใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องมินิมอลหรือโมเดิร์นมากจนเกินไป สำหรับเฟอร์นิเจอร์ซีรีส์นี้เรียกว่าสไตล์ Mid-Century ที่สามารถเลือกซื้อแยกชิ้น เพื่อนำไปแมตช์กับเฟอร์นิเจอร์เดิมในบ้านได้ตามใจ หรือจะซื้อทั้งชุดก็ทำให้ห้องดูคอมพลีตมากขึ้น จากดีเทลและองค์ประกอบที่แตกต่าง ทว่าสามารถบอกเล่าเรื่องราวไปในทางเดียวกันได้อย่างสวยงามกลมกลืน ซึ่งทำให้ ASAHIKAWA มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างจากเฟอร์นิเจอร์ไม้จริงสไตล์ที่ผ่านๆ มาอย่างชัดเจน”

ทั้งนี้ตลาดเฟอร์นิเจอร์โดยรวมของไทยในปี 2567 – 2568 ก็มีแนวโน้มขยายตัวกว่า 4.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ เนื่องจากความต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์สำหรับที่อยู่อาศัยมีข้อจำกัดจากภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็ยังมีความต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์ในกลุ่มสำนักงานและกลุ่มโรงแรมเข้ามาชดเชยทำให้กำลังซื้อของตลาดยังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ASAHIKAWA SERIES นำคอนเซ็ปต์นี้มาใช้เพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ ให้กับวัสดุไม้ได้อย่างกลมกลืน ทั้งการใช้ขาเหล็กชุบโครเมียม หวาย เทคนิคการฉลุลาย ไปจนถึงบานกระจกสีชาแบบไร้ขอบ เพื่อสร้างมิติและสัมผัสที่แตกต่างกันในเฟอร์นิเจอร์หนึ่งชิ้น ทำให้ไม่ว่าจะวางเดี่ยวให้เป็นชิ้นเด่นของห้องหรือตกแต่งแบบครบชุด ก็ยังคงความสวยงามกลมกลืนได้ในทุกมุมมอง โดยนำเสนอเฟอร์นิเจอร์ครบฟังก์ชันภายในบ้านทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น มุมทำงาน หรือแม้แต่มุมครัว ให้คุณเลือกสร้างบรรยากาศแบบ Mid-century ได้ง่าย ๆ ในราคาที่เข้าถึงได้

porntep

น่าสนใจสำครับคุณ