‘อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์’ มองในมุมต่าง มุ่งสู่ความสำเร็จ
ยังจำกันได้ไหม ! กับนักแสดง หนึ่งในแก๊งหินกลิ้ง จากซีรีส์ดัง “กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้” ที่ต่อมา ได้รับฉายาว่าเป็น “เจ้าชายกาแฟ” ซึ่งมาถึงวันนี้ เขาไม่ใช่แค่เพียงเป็นเจ้าชายเท่านั้น ทว่าได้กลายมาเป็น “เจ้าของ” และ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านกาแฟชื่อดัง “BEANS Coffee Roaster” อย่างเต็มตัว พร้อมๆ กับการสร้างธุรกิจ ในแบบที่ไม่ซ้ำใคร
“กาแฟ” เปลี่ยนมุมมองความคิด
อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ หรือ ฟาน เล่าให้ “บางกอกทูเดย์” ฟังว่า หลังจากที่เขาเรียนจบ ก็เดินทางไปประเทศจีน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเรียนรู้ภาษาจีน อย่างที่ตัวเขาต้องคิดไว้ “นั่นจึงทำให้เขาเดินทางไปอยู่ที่เมืองจีน นานถึง 3 ปีครึ่ง แต่ไม่ได้ไปเรียนนะครับ ผมไปทำงานอยู่กับโรงงานน้ำตาล ที่เป็นเพื่อนของคุณพ่อ” ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย คุณพ่อของฟาน ซึ่งทำงานเป็นข้าราชการ ก็เริ่มมีการซื้อที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่
ฟาน เล่าให้ฟังต่อว่า ที่ดินที่คุณพ่อซื้อไว้นั้น อยู่ในพื้นที่ อ.เชียงดาว ที่เป็นป่าเมี่ยง (ไร่ชา) “ตอนนั้น การปลูกชา ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก จนมาถึงช่วงที่กาแฟ เริ่มเข้ามา และมีการส่งเสริมให้ปลูกกาแฟ ทางคุณพ่อ ก็เริ่มปลูกต้นกาแฟเรื่อยมา จนเริ่มเก็บผลผลิตได้ ท่านก็เรียกตัวผมกลับมา เพื่อมาช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไรดี กับกาแฟ ที่ปลูกไว้” จึงทำให้ “ฟาน” ต้องมารับช่วงต่อจากคุณพ่อ ในการทำไร่กาแฟ ซึ่งอาจเรียกว่า เป็นจุดเริ่มต้น ในการเข้าสู่วงการกาแฟ ของผู้ชายคนนี้ก็ว่าได้
ข้อดีของการเข้าสู่วงการ โดยไม่รู้อะไรเลย
แต่ทว่า ด้วยความที่เป็นคนไม่ดื่มกาแฟมาก่อน รวมไปถึง ไม่เคยรู้จักธุรกิจกาแฟ มาก่อน จึงทำให้ “ฟาน” เป็นคนที่ใหม่ มากๆ สำหรับวงการกาแฟ “ผมว่า เป็นข้อดีนะ เพราะเหมือนเราเป็นผ้าที่ขาวมากๆ ทำให้เราต้องศึกษาหาข้อมูลเรื่องกาแฟ แต่หากลองย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว ความรู้เรื่องของกาแฟในประเทศไทย มีน้อยมาก โดยเฉพาะ หนังสือถือว่า มีน้อยมาก ไม่เกิน 3 เล่ม ทำให้เราต้องไปหาข้อมูลจากแหล่งอื่น และโชคดี ที่ช่วงนั้น ประเทศไทยของเราเริ่มมีอินเตอร์เน็ตบ้างแล้ว ผมก็เลยไปค้นหาข้อมูลเรื่องของการปลูกกาแฟ ซึ่งเป็นข้อมูลภาษาอังกฤษแทบทั้งหมด แล้วพิมพ์ออกมาเป็นแผ่นๆ จนสูงเท่าหัว แล้วอ่านทั้งหมด”
ฟานบอกว่า คนอื่นอาจจะเริ่มต้นทำธุรกิจขายกาแฟ จากการเรียนชงกาแฟก่อน แต่สำหรับเขาแล้ว ทั้งหมดจะส่วนทางกับคนอื่น “ผมเริ่มจากฝั่งไร่กาแฟก่อน ทั้งเรื่องสายพันธุ์ การปลูก การแปรรูปกาแฟ จนมาถึงการคั่วกาแฟ และการขายหน้าร้าน ซึ่งเป็นการวิ่งจากต้นน้ำ ไปถึงปลายน้ำ” ในแต่ละขั้นตอน หากเขาไม่รู้อะไร ก็จะศึกษา รวมไปถึง ไปขอเรียนรู้ จากคนที่รู้จริง “หากผมไม่รู้วิธีการคั่วกาแฟ ผมก็จะโทรไปขอฝึกงาน จากโรงคั่วกาแฟ ไปเรียนรู้กันถึงสถานที่จริง ซึ่งผมก็ทำแบบนี้ ไปเรื่อยๆ จนเรารู้จริงในทุกขั้นตอน รวมถึงการไปฝึกงานเป็นบาริสต้า เพื่อให้รู้ถึง ความโดดเด่นของเมล็ดกาแฟ ในแต่ละประเภท ตลอดจนวิธีการชงกาแฟ ที่ให้ได้รสชาติของกาแฟ แต่ละเมนุ ก่อนที่ผมจะเริ่มเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเองในที่สุด” ฟานยอมรับว่า เขาอาจจะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด ในวงการกาแฟ แต่เขาเป็นคนที่รู้เยอะ รู้จริงเป็นอันดับต้นๆ ของวงการกาแฟ
13 ปี กับประสบการณ์กาแฟ
หากนับจากวันเริ่มต้น ที่เข้ามารับช่วงต่อจากคุณพ่อ จนมาถึงวันที่เปิดร้านกาแฟ ของตัวเอง ที่ใช้ระยะเวลามานานกว่า 13 ปี ถือเป็นเครื่องการันตี ความรู้ และความสามารถของผู้ชายคนนี้ “การเริ่มเข้ามาทำธุรกิจร้านกาแฟ ของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยผมเริ่มจากโรงคั่วกาแฟ ก่อนที่จะเปิดหน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าที่มาซื้อเมล็ดกาแฟ ของเรา ได้ลองชิมกาแฟแต่ละชนิด ที่เรามีอยู่ จากนั้น เราก็เริ่มขยายธุรกิจ ประกอบกับการได้รับโอกาสจาก ทีมบิสซิเนส ของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านสุขุมวิท ที่ให้เราไปเปิดร้านในห้าง”
โชคบวกจังหวะ เท่ากับลงทุนขยายธุรกิจ
“ผมยอมรับว่า การจะทำธุรกิจให้เติบโตไปได้ด้วยดีนั้น ต้องอาศัย จังหวะ และโชค มาช่วย ซึ่งช่วงนั่น ผมคิดว่า เป็นจังหวะที่ดีสำหรับผม ในการได้เข้าไปเปิดร้านกาแฟ ในห้าง ประกอบกับเรามีคนที่พร้อม และตัวของห้างเอง ก็ดีด้วย เลยทำให้ร้านกาแฟของเราสามารถไปได้ดี และมียอดขายดีตลอด ซึ่งนั่นก็ทำให้ คนเริ่มรู้จักเรา และสามารถขยายร้านของเราออกไปตามห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง” จะว่าไปแล้ว จากวันที่เริ่มต้นทำร้านกาแฟ อย่างจริงจัง จนถึงวันนี้ ร้านกาแฟ ภายใต้ชื่อ BEANS Coffee Roaster ขยายสาขาออกไปแล้วกว่า 14 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และ ภูเก็ต
“สำหรับตลาดกาแฟในประเทศไทย ในมุมมองของผม เริ่มมาจากจุดเริ่มต้นจากความฟุ่มเฟือย แต่พอมาถึงวันนี้ กาแฟ กลายเป็นสินค้าฟังค์ชั่นนัล ที่ทุกคนจะต้องดื่มในชีวิตประจำวันไปแล้ว ทำให้วันนี้ตลาดกาแฟมีมูลค่าที่ถีบตัวขึ้นมาก และโตขึ้นเรื่อยๆ รวมถึง ยังเห็นได้ว่า ร้านกาแฟ ยังคงมีการเปิดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ BEANS Coffee Roaster ของเรา ที่วันนี้มีมูลค่าทางการตลาดเกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ราวๆ 50-80 ล้านบาทไปแล้ว”
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจร้านกาแฟ ของเขาสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างในวันนี้ ฟาน เล่าว่า เกิดจากการปรับตามสถานการณ์ “เอาข้อที่เราถนัด มาปรับเพื่อทำให้เราโตขึ้น เพราะเราเชื่อว่า การทำธุรกิจกาแฟ เราไม่ได้มองแค่การเป็นกระแส และฉาบฉวยเท่านั้น แต่เรามองไปมากกว่านั้น ทั้งเรื่องของ ทำเลที่ตั้ง งบการเงินที่ช่วยประคองธุรกิจให้อยู่รอดในช่วงแรก ซึ่งผมมองว่า แต่ละร้าน จะมีงบการเงินสำรองไม่เท่ากัน ยิ่งหากเรามีงบการเงินในระยะยาว เราก็สามารถมีเวลาปรับตัวจนตอบโจทย์ลูกค้าได้ในที่สุด รวมไปถึง จะต้องมองด้วยว่า กลุ่มลูกค้าในทำเลที่ตั้งร้านนั้น เป็นกลุ่มใด ทั้งกลุ่มคนในชุมชน หรือ กลุ่มนักท่องเที่ยว ตลอดจนกลุ่มคนทำงาน เพราะคนกลุ่มนี้ จะเป็นส่วนสำคัญ ที่จะทำให้ร้านกาแฟ ของเราสามารถอยู่ได้”
สร้างความต่างให้ธุรกิจ
การสร้างความต่างให้กับธุรกิจ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ ในการเรียกแรงดึงดูดลูกค้า ให้เข้ามาใช้บริการ ซึ่งไม่เพียงแต่การใช้เมนู โดยเฉพาะการสร้างเมนูซิกเนเจอร์ ให้กับร้านกาแฟ ในแต่ละสาขาของเขา “ร้านกาแฟ แต่ละร้านของผม ทั้ง 14 สาขา จะมีเมนูซิกเนเจอร์ของแต่ละร้าน เพื่อให้ลูกค้าของเรา ได้มีโอกาสแวะเวียนไปในแต่ละสาขาของเรา นอกจากนี้ การเข้ามาดื่มกาแฟที่ร้านของเรา แต่ละเมนุจะมีราคาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่า ลูกค้าต้องการเลือกดื่มด่ำ กับเมล็ดกาแฟชนิดใด ซึ่งเรามีหลายระดับราคาตั้งแต่ราคาไม่แพง ไปจนถึงราคาที่สูง ซึ่งทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกจำเจ กับรสชาติของกาแฟเลย” ฟาน กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า เขาคาดหวังอยากให้ แบรนด์ BEANS Coffee Roaster ที่เขาตั้งใจสร้างขึ้นนี้ เติบโตเป็นแบรนด์ร้านกาแฟระดับ อินเตอร์เนชั่นแนล ในอนาคตอันใกล้
….เรื่องราว และความรู้เกี่ยวกับ กาแฟ ของผู้ชายที่ชื่อ “ฟาน–อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ยังมีอีกมาก ที่เล่าวันเดียวไม่จบ แต่อย่างหนึ่งที่อยากแนะนำทุกคน คือ อยากให้แวะเวียนไปดื่มด่ำกับ เครื่องดื่มกาแฟ ของทาง BEANS Coffee Roaster กัน เพื่อจะได้สัมผัสถึง ความตั้งใจของผู้ชายคนนี้ในการสร้างธุรกิจด้วยตัวของเขาเอง ได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ในทุกอณูของรสชาติกาแฟ ที่เป็นอีกแรงบันดาลใจ ให้ทุกคน ที่กำลังฝันอยากเปิดร้านกาแฟได้เดินตามรอย เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับตัวเองต่อไป
***********
