Digiqole ad

สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย ผนึกพลังสมาคมกาแฟและชาไทย จัดงานชงชิมกาแฟ “Indonesia Coffee Cupping session 2021”

 สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย ผนึกพลังสมาคมกาแฟและชาไทย จัดงานชงชิมกาแฟ “Indonesia Coffee Cupping session 2021”

สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย ร่วมกับสมาคมกาแฟและชาไทย จัดงานชงชิมกาแฟ “Indonesia Coffee Cupping session 2021” ขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.64 ที่ผ่านมา โดยมี Mr. Sukmo Yuwono รองเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย เป็นประธานในงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมกาแฟชนิดพิเศษของอินโดนีเซีย

Advertisement

Mr.Sukmo Yuwono รองเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า งานชงชิมกาแฟกลายเป็นกิจกรรมประจำปี เพื่อส่งเสริมกาแฟของประเทศอินโดนีเซีย เราหวังว่านักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟในประเทศไทยจะคุ้นเคยกับกาแฟของอินโดนีเซียประเภทต่างๆ มากขึ้น และแน่นอนผ่านกิจกรรมการชงชิมกาแฟที่ทุกท่านสามารถทำได้ เป็นการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

ในงานมีการนำเสนอกาแฟประเภทต่างๆ รวมถึงกาแฟชนิดพิเศษจากบริษัท Ephraim Coffee ได้แก่ กาแฟ Java Blackcurrant, Java Orange, Java Apple Sparkling, Espresso Salty, Java Aromanis, Bali Kintamani, Mandailing, Flores และ Toraja นำเสนอโดยเฟอร์รี่ คุสนาดี เจ้าของบริษัท Ephraim Coffee ซึ่งกาแฟทั้ง 9 ประเภทนี้ มีกรรมวิธีการผลิตอย่างพิถีพิถัน และเป็นครื่องดื่มกาแฟที่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และกลิ่นหอมของกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น กาแฟ Java Orange ผ่านกรรมวิธีหมักจนได้กลิ่นหอมของผลไม้ รวมทั้ง กาแฟ Java Apple Sparkling ก็มีกรรมวิธีการผลิตต่างๆ ที่ให้รสหวานอมเปรี้ยว ในแบบที่ไม่ซ้ำกัน สำหรับกาแฟ Espresso Salty ด้วย รสเค็มตามธรรมชาติ กาแฟสามประเภทนี้ เป็นกาแฟที่มาจากเขตชวาตะวันตก

ดร. ธีรวัฒน์ วงษ์วรทัศน์ นายกสมาคมกาแฟและชาไทย กล่าวว่า สมาคมฯ สนับสนุนกิจกรรมเช่นนี้ เพราะการจัดงานไม่เพียงเพื่อสร้างและเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับรสชาติของกาแฟชาวอินโดนีเซียเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในการเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศอินโดนีเซียและประเทศไทยอีกด้วย ทั้งนี้ ประเทศไทยผลิตกาแฟได้ประมาณ 30,000 ตัน ซึ่งลดลงทุกปี ส่วนแบ่งการผลิตกาแฟของไทยในอาเซียนมีเพียง 1.2% เมื่อเทียบกับ 28% ของอินโดนีเซียและส่วนแบ่งของเวียดนามเกือบ 70%

ทั้งนี้ผู้มาร่วมงานล้วนแต่เป็นที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมด้านกาแฟไทยกว่า 65 คนจากหลากหลายสาขาอาชีพ เช่น สมาชิกสมาคมกาแฟ ,คนคั่วกาแฟ พนักงาน, เจ้าของร้านกาแฟ, เจ้าของธุรกิจนำเข้าและส่งออก อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ บาริสต้า และตัวแทนจากกรมวิชาการเกษตร ให้ความสนใจเข้าร่วมงานดังกล่าวอย่างกระตือรือร้น และมีความสนใจเป็นพิเศษ ผู้เข้าร่วมงานชงชิมกาแฟ สรุปว่ากาแฟของอินโดนีเซียมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีคุณภาพดีมากและมีศักยภาพ เหมาะสม สามารถจัดจำหน่ายและทำการค้าในประเทศไทย

กาแฟเป็นผลผลิตของความภาคภูมิใจระดับโลกของประเทศอินโดนีเซีย จากพื้นที่ 1.2 ล้านเฮกตาร์ กำลังการผลิตกาแฟของอินโดนีเซียสูงถึง 765,000 ตันของพันธุ์อาราบิก้า โรบัสต้า และไลเบอริกา รวมถึงกาแฟชนิดพิเศษ จากสถิติพบว่าอินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก ปริมาณการส่งออกไปประเทศไทยในเดือนมกราคม –ตุลาคม 2564 อยู่ที่ 4,690 ตัน เพิ่มขึ้น 58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตกาแฟรายที่ 3 ของไทย รองจากเวียดนามและลาว

Advertisement
Facebook Comments

Related post