สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

วินทุกเว(ที) ways to win Ep ๑๐๕ ‘ดร.บ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ’ แนะอุทธาหรณ์ “ผัดวัน+รอ+คนป่วย =งานขาวดำ จากกระเช้าเยี่ยมสู่พวงหรีดอาลัย”

 วินทุกเว(ที) ways to win Ep ๑๐๕ ‘ดร.บ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ’ แนะอุทธาหรณ์ “ผัดวัน+รอ+คนป่วย =งานขาวดำ จากกระเช้าเยี่ยมสู่พวงหรีดอาลัย”

อีบุ๊กบางกอกทูเดย์ฉบับที่ ๔๘๒ ระหว่างวันศุกร์ที่ ๙ – วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๘

หน้า ๒๙ วินทุกเว(ที) ways to win Ep ๑๐๕ ดร.บ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ

ผัดวัน+รอ+คนป่วย =งานขาวดำ

จากกระเช้าเยี่ยมสู่พวงหรีดอาลัย

“…เพราะด้วยการผัดวันประกันพรุ่งและการรอกัน จึงกลายเป็นประสบการณ์โดยตรงของผม นับถึงล่าสุด 4 งานขาวดำต่อเนื่องแล้วที่ต้องไป พร้อมกับความรู้สีกที่แย่ ๆ…”

เวลาที่ผมรับเชิญไปเป็นวิทยากรให้กับเด็ก ๆ และสอนหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หนึ่งเรื่องที่แนะนำคือ “เวลา….เนื่องจากเวลาเป็นของมีค่า จงอย่าฆ่าเวลา” หลายบอกว่า “ไม่มีเวลา…ไม่มีเวลา” จึงทำให้เกิดการ “พลาดโอกาส” ที่จะทำอะไรสำคัญ ๆ ไป ดังนั้นเราต้องควรบริหารเวลากันให้จงดี

เหมือนเข้ากับภาษิตที่ว่า “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” สุดท้ายกลายเป็นประสบการณ์ที่แย่ ๆ ความทรงจำที่กลายเป็นบาดแผลลึกของผม ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้วมา มีญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรักและเพื่อนคนสนิทเสียชีวิตจากอาการเจ็บป่วยทั้งแบบเรื้อรังอย่าง “โรคมะเร็ง” (ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย) กับโรคที่ทำให้ต้องจากไปอย่างกะทันหันอย่าง “โรคเส้นเลือดแตกในสมอง” และ “โรคหัวใจวายเฉียบพลัน” ช่วงที่ทราบว่าป่วยอยู่ที่บ้านและกระทั่งเข้าโรงพยาบาล บอกตัวเองว่า “จะต้องไปเยี่ยมให้กำลังใจ”

แต่…แต่ติดงานนั่น นี่ โน่น รวมทั้งรอนัดกันไปเยี่ยมเป็นหมู่คณะตามประสาญาติสนิทมิตรสหาย และแล้วก็ไปไม่ทันสักราย นับได้ก็ 4 รายต่อเนื่องกัน ส่วนใหญ่เข้ารักษาตัวโรงพยาบาล 2-3 วันในช่วงกลางสัปดาห์แล้วก็หมดบุญ ซึ่งการนัดกันไปเยี่ยมเป็นหมู่คณะ เหตุผลหลัก ๆ คือ จะได้เกิดความอบอุ่นและถือโอกาสพบปะพูดคุยกัน บางกลุ่มเป็นเพื่อนสมัยมัธยมหรือมหาวิทยาลัย ไม่ได้เห็นหน้าค่าตามานานโข เป็นสิบ ๆ ปี

ด้วยเพราะทุกคนทำงานในหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และธุรกิจส่วนตัว แน่นอนว่าต้องรอวันหยุดเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น

จะว่าไปแล้วคงไม่ต่างจากผู้คนในแวดวงบันเทิง เรามักจะได้ยินข่าวว่า คนนั้นเจ็บ คนนี้ป่วย จากโรคหรือมีอาการ บลา ๆ ๆ ๆ ๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้เรารู้ข่าวกันเร็ว เนื่องจากมี โทรศัพท์มือถือ และที่สำคัญคือ “โซเชียลมีเดีย” ที่สื่อไปถึงกันได้อย่างรวดเร็วทันใจ ประมาณว่า…ถ้าโซเชียลมีเดียรู้โลกก็รู้

จะว่าไปแล้วความรู้เสียแย่ ๆ เมื่อเราทราบข่าวและเรายังไม่ทันไปเยี่ยม จะมีเลเวลอยู่เหมือนกัน คือเมื่อทราบว่าใครเจ็บไข้ได้ป่วย

ระดับ 1 : รู้จักกันประมาณหนึ่ง โดยหากเขาหรือญาติสนิทมิตรสหายโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย เราก็แค่กดไลก์แล้วส่งสติ๊กเกอร์หรือโพสต์ข้อความใด ๆ อาทิ หวยไว ๆ นะครับ/นะคะ, get well soon และ สู้ ๆ เป็นกำลังใจให้นะครับ/นะคะ

ระดับ 2 : อาจเคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกัน หรือทำงานร่วมกันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง นิยมติดต่อไปยังโทรศัพท์ส่วนตัว (ถ้าไม่หนักมาก-หรือคิดว่าคงมีคนรับสายแทน) ทักทายไปบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ส่วนตัว อาทิ Line และ Messenger

ระดับ 3 : สายสนกลในอาจเยอะหน่อย เช่น เพื่อนร่วมรุ่น ,เพื่อนร่วมงาน ,เจ้านาย-ลูกน้อง, เคยกินเที่ยวด้วยกัน, เคยลงทุนทำธุรกิจด้วยกัน งานนี้อาจส่งกระเช้าเยี่ยมหรือแจกันดอกไม้ไปให้ หรือเจ้าตัวไปเยี่ยมเอง

ระดับ 4 (สูงสุด) : เป็นสมาชิกในครอบครัว, วงศาคณาญาติ, เพื่อน-คนสนิท, เคยล่มหัวจมท้ายหรือผ่านศึกกันมาก่อน, คนรู้จักกัน เช่น เพื่อนบ้าน, แฟน, บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนสนิท อาทิ คนในครอบครัว, ผู้มีพระคุณที่เคยให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาก่อน ในวงการบันเทิงอาจเป็นผู้ชักนำเข้าสู่วงการ ระดับนี้ทำอะไรอยู่ควรต้องรีบวางมือแล้วไปในบัดดล เหมือนเนื้อเพลงด้วยรักและผูกพัน ของพี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์

“….ขอเพียงแต่เขียนมา ขอเพียงส่งเสียงมา จะไปหา จะไปในทันใด จะไปยืนเคียงข้างเธอ ไปอยู่ดูแลเป็นเพื่อนเธอ ให้เธอหมดความกังวลใจ จะไปในทันใด จะตรงไปจะใกล้ไกล หากเป็นเธอจะรีบไป ให้เธอได้ความสบายใจ…”

 

เอาล่ะ!! เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ผมและเรามาแก้ไขกันที่

  1. การผัดวันประกันพรุ่ง : “หิยฺโยติ หิยฺยติโปโส ปเรติ ปริหายติ…คนที่ผัดวันประกันพรุ่งนี้ ย่อมเสื่อม ยิ่งผัดวันมะรืนนี้ ก็ยิ่งเสื่อม” จะต้องเรียงลำดับความสำคัญให้จงดี สร้างแรงบันดาลใจ และลงมือทำทันที ไม่มีคำว่า รอเดี๋ยว-แป๊บหนึ่ง,เอาไว้วันหลัง เพราะการยิ่งรอปล่อยเวลาให้ผ่านไปจะยิ่งทำให้สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น โดยเฉพาะ “การพลัดพรากจากกันไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ”
  2. ไม่ว่าง-ไม่มีเวลา : “ขโณ โว มา อุปจฺจคา….อย่าปล่อยกาลเวลาให้ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์” จริง ๆ แล้วทุกคนมีเวลาแต่ขึ้นอยู่กับว่าจะสนใจหรือไม่สนใจเท่านั้น โดยคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว พวกเขาและเธอล้วนแต่ “ให้ค่า” (ไม่ใช่ “ให้ฆ่า”) ของการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าตามเวลาที่ผ่านไป ด้วยกันทั้งนั้น วิธีการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ จัดตารางและเวลา, เรียงลำดับความสำคัญ, แบ่งเวลางานและส่วนตัว, จัดการงานยากให้เสร็จเสียก่อน และ หาเวลาพักผ่อนบ้าง
  3. ประมาทในชีวิต (จุดเริ่มต้นความหายนะ): เราต้องเอาชนะความประมาทด้วยการ “ไม่ประมาท” ดังพุทธศาสนสุภาษิตที่กล่าวไว้ว่า “อปฺปมาโท อมตํ ปทํ…ความไม่ประมาท เป็นทางแห่งความไม่ตายในกาลยังควรไม่ตาย” ซึ่งเป็นคุณธรรมที่สำคัญยิ่ง ความไม่ประมาท คือการมีสติกำกับตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะคิด จะพูด จะทำสิ่งใดๆ ไม่ยอมถลำลงไปในทางที่เสื่อม และไม่ยอมพลาดโอกาสในการทำความดี ตระหนักดีถึงสิ่งที่ต้องทำ ถึงกรรมที่ต้องเว้น ใส่ใจสำนึกอยู่เสมอในหน้าที่ ไม่ปล่อยปละละเลย กระทำอย่างจริงจังและดำเนินรุดหน้าตลอดเวลา

ถึงเวลาแล้วที่เราควรต้องหันมาสนใจและใส่ใจคนรอบข้าง ก่อนที่ไม่เหลือใครให้เราได้สนใจใส่ใจ รวมถึงตัวเราเองด้วย จงอย่าเป็นภาษิตที่ว่า “ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา” กันเลยครับ!!

…น มิยฺยมานสฺส ภวนฺติ ตาณา…”ความตาย” เมื่อมาถึง ไม่มีผู้ใดป้องกันได้…

เรื่อง : ดร.บ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ

 

อีบุ๊กบางกอกทูเดย์ (e-book bangkokotoday) ฉบับที่ 482
ระหว่างวันศุกร์ที่ 9 – วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568

หน้า ๒๙ วินทุกเว(ที) ways to win Ep ๑๐๕ ดร.บ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ

ผัดวัน+รอ+คนป่วย =งานขาวดำ

จากกระเช้าเยี่ยมสู่พวงหรีดอาลัย

https://book.bangkok-today.com/books/wplr/#p=29
(พลิกได้เหมือนหนังสือปกติ)
#ebookbangkoktoday
#อีบุ๊กบางกอกทูเดย์
#อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์
#bangkoktoday
#บางกอกทูเดย์
#เว็บไซต์บางกอกทูเดย์
#สำนักข่าวบางกอกทูเดย์
#หนักหน่วง

 

 

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ