สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

‘รูมเควสท์’ เร่งใช้ AI รับศึกท่องเที่ยว

 ‘รูมเควสท์’ เร่งใช้ AI รับศึกท่องเที่ยว

“รูมเควสท์” ประกาศปรับกลยุทธ์ธุรกิจรับครึ่งปีหลัง 2569 เร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามายกระดับการบริหารจัดการโรงแรมและการตลาด ควบคู่กับการขยายการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์บนเกาะสมุย มูลค่ารวมกว่า 1,200 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “เทวา” เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยว

นายพีรวัส หาญศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท รูมเควสท์ โฮเท็ลส์ จำกัด กล่าวว่า แม้ธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ ความขัดแย้งในต่างประเทศ และการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซัน แต่บริษัทเชื่อว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการสามารถทำได้ คือการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ

สำหรับในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โรงแรมในเครือยังสามารถรักษาอัตราการเข้าพักได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ซึ่งอยู่ที่ราว 40-50% แม้จะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันยังเตรียมเปิดโรงแรมแห่งใหม่ในช่วงปลายปี ทั้งย่านรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ และย่านเมืองเก่าจังหวัดภูเก็ต เพื่อรองรับตลาดท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน

ด้านการลงทุนด้านเทคโนโลยี บริษัทได้ร่วมมือกับ “ออบเซียน เทคโนโลจีส์” พัฒนาระบบนิเวศ AI ภายใต้ชื่อ “อาร์คิว ออบเซียน” (RQ Opsian) โดยอยู่ระหว่างการทดสอบขั้นสุดท้ายและเตรียมเปิดใช้งานภายในปีนี้

โดยระบบดังกล่าวจะรองรับการเช็กอินอัตโนมัติที่เชื่อมโยงกับระบบตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การตลาด และการบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับการแข่งขัน โดยบริษัทมองว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวจะสามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมอื่นได้ในอนาคต

นอกจากนี้บริษัทยังได้เดินหน้าขยายการลงทุนบนเกาะสมุยภายใต้แบรนด์ “เทวา” ด้วยโมเดล Hybrid Hospitality & Property ซึ่งผสานธุรกิจโรงแรมเข้ากับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเตรียมเปิดขาย 3 โครงการใหม่ในไตรมาส 4 ได้แก่ “เทวา ดารา” พูลวิลล่า 7 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 6.5 ล้านบาท “เทวา ฮอไรซอน พูล วิลล่า” จำนวน 16 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาท และ “เทวา อัสกายา” โครงการโรงแรมระดับ 5 ดาวควบคู่พูลวิลล่าเพื่อการลงทุน ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามบริษัทให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ทั้งด้านการออกแบบ การก่อสร้าง และการตรวจสอบโครงการ โดยยกกรณีการตัดสินใจปิด “2499 โรงแรมเฮอริเทจ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ” หลังได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว แม้อาคารจะสามารถซ่อมแซมและกลับมาเปิดบริการได้ แต่บริษัทเลือกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานมากกว่าผลตอบแทนทางธุรกิจ

ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าโมเดลธุรกิจแบบไฮบริด ซึ่งผสานการบริหารโรงแรมเข้ากับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันแบรนด์ “เทวา” ให้ก้าวสู่การเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์และโรงแรมระดับพรีเมียมของไทยในอนาคต

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ