สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ยิ่งขุดยิ่งเจอ! ป.ป.ช. พบความผิดปรกติสองโครงการใหญ่ก่อสร้างถนน งบประมาณรวมกว่า 30 ล้านบาท จุดแรกสร้างแค่ 2 สัปดาห์ถนนทรุดพังยับเยิน อีกจุดมีการลักไก่ใส่ท่อเก่า สะเทือนคะแนนความนิยมโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง อบจ.สุราษฎร์ฯ

 ยิ่งขุดยิ่งเจอ! ป.ป.ช. พบความผิดปรกติสองโครงการใหญ่ก่อสร้างถนน งบประมาณรวมกว่า 30 ล้านบาท จุดแรกสร้างแค่ 2 สัปดาห์ถนนทรุดพังยับเยิน อีกจุดมีการลักไก่ใส่ท่อเก่า สะเทือนคะแนนความนิยมโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง อบจ.สุราษฎร์ฯ

เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูงมาก ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ นายก อบจ. จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยบรรดาผู้สมัครตัวเต็งต่างลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างขะมักเขม้น และยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่อีกด้านหนึ่งก็มีข่าวคราวที่เข้ามาสร้างแรงกระเพื่อมต่อคะแนนความนิยมของผู้สมัครบางคน โดยประชาชนชาวสุราษฎร์ฯ จำนวนหนึ่ง ได้รวมตัวกันไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.สุราษฎร์ฯ ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นการด่วน กับโครงการก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีตสายท่าเพชร-นิคม ตำบลขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เลขที่โครงการ 67039106242 งบประมาณ 24,350,000 บาท และโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายบ้านควนเจริญ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี งบประมาณ 7,490,000 บาท ซึ่งทั้งสองโครงการส่อเค้าทุจริตไม่โปร่งใส หลังพบพิรุธในการจัดซื้อจัดจ้าง และถนนที่เพิ่งสร้างเสร็จเรียบร้อยเพียง 2 สัปดาห์ กลับเกิดปัญหาทรุดพังทลายลง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นกับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

เรื่องนี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำ เข้าตามสำนวน “ขว้างงูไม่พ้นคอ” หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหูเกี่ยวกับเรื่องที่ประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการทำงานของ นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี คนปัจจุบัน ‘นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว’ ที่วันนี้มีเรื่องร้องเรียนทุจริตเกิดขึ้นมากมาย ท่ามกลางกระแสการแข่งขันเพื่อแย่งชิงคะแนนเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง นายก อบจ.

โดยไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.สุราษฎร์ฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างถนนสายท่าเพชร-นิคม ตำบลขุนทะเล อบจ.สุราษฎร์ฯ โดยลักษณะงานเป็นการปูพื้นถนนใหม่พร้อมขยายให้กว้าง 12 เมตร ยาว 2.18 เมตร รวมทั้งงานติดตั้งไฟส่องสว่าง และสัญญาณไฟจราจร มีงานวางท่อ คสล.916 ตกราคาท่อละ 3,133 บาท รวมเป็นเงินค่าท่อทั้งหมด ประมาณ 2.8 ล้านบาท แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบกลับพบว่า มีการใช้ท่อเก่าแทนที่จะใช้ท่อใหม่มาทำการก่อสร้าง ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และเมื่อสืบเสาะข้อมูลลงไปยังพบพิรุธอีกในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างว่า โครงการนี้มีการซื้อซองประมูล 4 ราย ยื่นประกวดราคาประมูล 4 ราย แต่ปรากฎว่า รายที่เสนอราคามาต่ำสุด 20 ล้าน กลับไม่ชนะการประกวดราคา เพราะเป็นผู้ไม่ได้คะแนนรวมสูงสุด ซึ่งเรื่องทาง อบจ.สุราษฎร์ธานี ก็ไม่ได้ชี้แจงสรุปรายละเอียดเป็นข้อๆ ให้ชัดเจนว่าเพราะเหตุใด ทำไมผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดถึงไม่ได้เป็นผู้ที่ชนะการประมูล ทั้งที่เรื่องของคุณสมบัติและข้อเสนอทางด้านเทคนิคก็ถูกต้องครบถ้วน

ขณะที่ ป.ป.ช.สุราษฎร์ฯ กำลังตรวจสอบทุจริตโครงการก่อสร้างถนนสายท่าเพชร-นิคม ตำบลขุนทะเล ตามรายละเอียดที่กล่าวมาด้านบน ก็เกิดเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายบ้านควนเจริญ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขึ้นมาอีกในช่วงระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งโครงการนี้ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 7,490,000 บาท โดยถนนเส้นดังกล่าวสร้างเสร็จเพียง 2 สัปดาห์ แต่กลับทรุดพังทลายยับเยิน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า โครงการนี้ อบจ.สุราษฎร์ธานี เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2566 งานแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 หลังจากก่อสร้างถนนเสร็จเพียง 2 สัปดาห์ ปรากฎว่า ถนนดังกล่าวทรุดพังทลายลง ไม่สามารถใช้งานได้ ปัจจุบันถนนสายนี้เสียหายมานานกว่า 6 เดือนแล้ว ทำให้ชาวบ้านสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก แต่ อบจ.สุราษฎร์ฯ เจ้าของงานกลับเพิกเฉย ไม่เร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขแต่อย่างใด

เมื่อพิจารณาดูจากสภาพความเสียหายแล้วพบว่า ผู้รับจ้างไม่ปฎิบัติงานให้เป็นไปตามขั้นตอนของการก่อสร้างตามเอกสารที่กำหนดขอบเขตของงานและรายละเอียดใน TOR โดยสาระสำคัญของงานที่หายไปคือ ไม่มีการตอกเสาเข็มเพื่อกันดินสไลด์ รวมถึงมีการลดสเปคของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างถนนคอนกรีต ซึ่งเป็นการกระทำที่ส่อเจตนาไม่บริสุทธิ์ โดยเจ้าหน้าที่ของ อบจ.สุราษฎร์ธานี ที่ทำหน้าที่ตรวจรับงานและประเมินคุณภาพของงานให้ผ่านมาได้อย่างไร ซึ่งโครงการก่อสร้างถนนควรมีการตรวจงานทุกขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อให้เป็นไปตามสัญญาว่าจ้าง และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

ครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ภาคประชาชนเกิดการตื่นตัวและเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเป็นหูเป็นตาและเข้ามาตรวจสอบการทำงานของข้าราชการการเมืองท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานอย่างสุจริต และตรงไปตรงมา โดย ป.ป.ช.สุราษฎร์ฯ ได้เข้ามารับไม้ต่อในการตรวจสอบการก่อสร้างถนนทั้งสองโครงการ ซึ่งตอนนี้อยู่ในกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นแรงกระเพื่อมที่สั่นสะเทือนคะแนนความนิยมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง อบจ.สุราษฎร์ฯ ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 อย่างแน่นอน โดยเฉพาะความกระตือรือร้นของประชาชนที่เตรียมความพร้อมเข้าคูหารับเลือกตั้งเพื่อเลือก นายก อบจ. ที่พวกเขาต้องการ เพื่อนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในเรื่องการกินอยู่ปากท้อง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้น

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ