พักผ่อน สบายใจกับบรรยากาศ “ออเจ้า” กับ “ทับขวัญ รีสอร์ท แอนด์ เรสเตอรอง ” ที่พักสุดฮีลใจ
รอบๆ สระบัว ก็มีหมู่เรือนไทย รายล้อมอยู่โดยรอบ โดยมีทั้งหมด 5 หลัง ที่เปิดให้เข้าพักได้ ซึ่งเรือนไทย แต่ละเรือน ก็มีชื่อเรียกต่างกัน โดยตั้งตามชื่อพันธุ์ไม้ และดอกไม้ไทยโบราณ
อาจบอกได้ว่า เป็นครั้งแรกก็ได้ สำหรับแอดมิน ที่ได้มีโอกาสมาเยือนรีสอร์ท ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศอันแสนสบาย และให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่สมัยอดีต อีกครั้ง เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน ความเมื่อยล้า จากงานที่ทำ หรือ เพื่อฮีลใจ ในช่วงวันหยุด ก็ยังได้


เรือนไทย 5 หลัง
ภาพของสระบัวขนาดใจ ใจกลางพื้นที่ ที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีแดงเบ่งบาน อยู่เต็มสระรับแสงแดดอ่อนๆ ของพระอาทิตย์ยามเช้า เป็นอีกภาพที่ทำให้รู้สึกได้ถึงความสุขที่ได้เข้ามาเยือนรีสอร์ท แห่งนี้ ขณะที่ รอบๆ สระบัว ก็มีหมู่เรือนไทย รายล้อมอยู่โดยรอบ โดยมีทั้งหมด 5 หลัง ที่เปิดให้เข้าพักได้ ซึ่งเรือนไทย แต่ละเรือน ก็มีชื่อเรียกต่างกัน โดยตั้งตามชื่อพันธุ์ไม้ และดอกไม้ไทยโบราณ ไม่ว่าจะเป็น เรือนสร้อยระย้า เรือนพุดจีบ เรือนแก้วมุกดา เรือนพิกุล และเรือนบุญนาค
ภายในเรือนไทย ที่พัก ก็มีการตกแต่ง ให้ความรู้สึก เหมือนได้ย้อนอดีต ได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ไต้ถุนสูง ที่สามารถให้เรานั่งชมบัว ที่อยู่ในสระ แบบสบายอารมณ์ ขณะที่บางเรือน จะมีศาลา พร้อมตั่งตัวเล็กๆ ที่สร้างยื่นลงไปในสระ ให้นั่งเล่น ทอดอารมณ์ ได้ตลอดทั้งวัน
ก้าวขึ้นบันไดไม้ มาถึงชานพัก ก็ถึงชั้นห้องพัก ที่มีระเบียง พร้อมโต๊ะและเก้าอี้ ให้นั่งรับลมเย็นๆ มองดูธรรมชาติรอบเรือนไทย ขณะที่ภายในห้องพัก ซึ่งเราต้องรอดผ่านประตุไม้เข้ามา ก็จะเป็นห้องนอน ที่มีเตียงขนาดใหญ่ พร้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ถูกเตรียมไว้ต้อนรับผู้เข้ามาพัก ทั้งทีวี โทรศัพท์ กาน้ำร้อน และมินิบาร์ รวมถึง แอร์คอนดิชั่น และพัดลม ที่ทางรีสอร์ทจัดเตรียมไว้




สิ่งอำนวยความสะดวก
ภายในห้อง ยังมีจุดเด่นอยู่อีกสิ่ง คือ ตู้ไม้โบราณ สำหรับเก็บผ้าขนหนู และอุปกรณ์อย่าง ไดร์เป่าผม ที่สำคัญ ที่นี่เขายังจัดเตรียมชุด เสื้อผ้า อย่าง เสื้อคอกระเช้า ผ้าถุง และผ้าขาวม้า เอาไว้ เผื่อผู้เข้าพักท่านใด อยากจะลองเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เข้ากับบรรยากาศของที่พัก แล้วถ่ายรูปเช็คอิน
อาหารไทย ที่ต้องมาชิม
นอกจากบรรยากาศรีสอร์ท และห้องพัก ที่ช่วยให้รู้สึกฮีลใจแล้ว อาหารของที่ ทับขวัญ รีสอร์ท แอนด์ สปา ก็เรียกว่า เป็นอีกสิ่งที่ผู้ที่เข้ามาพัก ไม่ควรพลาด ได้ลิ้มลองกัน โดยเฉพาะมื้อค่ำ เพราะที่นี่เขาเด่นในเรื่องของอาหารไทยโบราณตำรับชาววัง รับประทานไปพร้อมๆ กับชื่นชมบรรยากาศภายในห้องอาหาร ที่จัดแต่งอย่างสวยงาม โดยเฉพาะ ภาพเขียนจิตรกรรมที่แสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของความเป็นไทย ได้อย่างสวยงาม
เมนูอาหารไทย จานแรก ที่อยากให้ทุกคนได้ลิ้มลองกัน เพื่อเรียกน้ำย่อยสักหน่อย คือ เมี่ยงกลีบบัว ที่จัดมาอย่างสวยงาม ซึ่งเมี่ยงกลับบัวที่นี่ ยังคงรักษาอัตลักษณ์ที่เป็นเครื่องเคียงต่างๆ ได้อย่างเป๊ะ ทีเดียว แต่เสริมความโดดเด่นด้วย เนื้อกุ้งสดสีส้ม ตัดกับกลีบบัวสีชมพู โดยเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำเมี่ยงรสชาติกลมกล่อม ให้ความรู้สึกสดชื่น ก่อนที่จะเริ่มจานต่อไป

ตักข้าวสวยใส่จาน เตรียมรับเมนุถัดไป นั่นคือ แกงรัญจวนซี่โครงหมู ถือเป็นแกงโบราณที่หารับประทานได้ยาก ซึ่งตามโบราณแล้ว แกงรัญจวนจะใช้เนื้อวัว แต่สำหรับที่ห้องอาหารนี้ ได้ประยุกต์ด้วยการนำซี่โครงหมู มาใช้แทน โดยเคี่ยวจนนุ่ม และปรุงรสมาอย่างดี ก่อนเสิร์ฟ ตามติดมาอีกเมนู คือ ห่อหมกหน่อกะลา ที่จัดเสิร์ฟมาอย่างสวยงาม ด้วยเตาขนมครกดินเผา ซึ่งคำแรก ที่ตักชิม ก็สัมผัสได้ถึงเนื้อปลาสด ที่โขลกจนเหนียวหนึบ หอมกลิ่นเครื่องพริกแกง และเสริมความกรุบๆ ด้วยหน่อกะลา ทำให้เมนูนี้ เป็นอีกเมนู ที่อยากให้มาลองชิมกัน
น้ำพริกขี้กา อีกหนึ่งเมนูอาหารไทยโบราณ ที่ไม่เพียงจะอร่อยเท่านั้น แต่ยังโดดเด่นด้วยผักเคียงหลากสี และรสชาติ ที่ปรุงมาอย่างดี เรียกว่า เป็นอาหารเพื่อสุขภาพก็ได้ เชื่อว่า สาวๆ ที่ดูแลสุขภาพ ต้องชอบเมนูนี้ แน่นอน …นี่ยังไปไม่ถึงไหน ข้าวสวยในจานหมดไปกว่า ครึ่งแล้ว…ไม่รู้จะพอกับเมนูถัดไป หรือไม่ นั่นคือ “แกงคั่วกระท้อนหมูย่าง” เป็นอีกเมนูโบราณที่หารับประทานได้ยากเช่นกัน กลิ่นหอมของเครื่องแกงกับกะทิที่เคี่ยวจนแตกมัน ผสานกับ เนื้อกระท้อนที่ฝานบางๆ และหมูย่างชิ้นโต ทำให้แกงชามนี้ รสชาติอร่อย จนน่าประทับใจ ทีเดียว


นอกจากนี้ ยังมีเมนู อย่าง กล่ำปลีทอดน้ำปลา ไข่เจียว เป็นอีกเมนูเสริมที่มาเสริมทัพอีกด้วย เรียกว่า อิ่มอร่อยอย่างถึงอกถึงใจ กันทีเดียว ก่อนที่จะปิดท้ายมื้อค่ำ ด้วยผลไม้สด และของหวานตามแบบไทย อาทิ กล้วยบวชชี ฟักทองแกงบวด บัวลอยเผือก หรือจะเป็นทับทิมกรอบ แต่ที่อยากให้ชิมที่สุด ก็คือ “สัมฉุน” เพราะที่นี่จัดเต็มตามสูตรโบราณ ที่มีทั้ง ขิงซอย มะม่วงซอย ผลไม้ทั้งลำใย ลิ่นจี่ และหอมเจียว รวมถึงการใช้ “น้ำส้มฉุน” ตามแบบโบราณ มาเป็นเครื่องปรุงประกอบ ทำให้ได้กลิ่นหอม และรสเปรี้ยวในแบบส้มฉุน จริงๆ นอกจากนี้ ทางห้องอาหาร ยังมีเครื่องดื่มสมุนไพร ให้เลือกดื่มด้วย ทั้ง น้ำกระเจี๊ยบ เก็กฮวย น้ำขิง ตระไคร้ และมะตูม
…..อิ่มอร่อยกันแล้ว ก็เดินขึ้นเรือน กลับไปนอนตีพุง หลับสบาย ฝันดี ตลอดทั้งคืน ก่อนที่จะตื่นในรุ่งเช้า พร้อมด้วยพลังที่เปี่ยมล้น เพื่อเตรียมไปลุยงานประจำกันต่อ…..

ทับขวัญ รีสอร์ท แอนด์ เรสเตอรอง ตั้งอยู่บนถนน นนทบุรี 1 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี (ใกล้สะพานพระนั่งเกล้า) ผู้สนใจ สามารถสำรองห้องพัก หรือ สำรองโต๊ะรับประทานอาหาร ได้ที่ โทร 02 969 1200 หรือ เข้าไปเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ www.dhabkwan.com
