สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

พฤกษา วางโรดแมป 3 ปี ดันรายได้ประจำแตะ 20%

 พฤกษา วางโรดแมป 3 ปี ดันรายได้ประจำแตะ 20%

“พฤกษา” เดินเกมปรับยุทธศาสตร์องค์กรครั้งใหญ่ สลัดภาพผู้นำตลาดบ้านราคาถูก หันรุกตลาดกลาง-บนเต็มสูบ หลังตลาดต่ำกว่า 3 ล้านบาท เผชิญวิกฤตรีเจ็กต์เรตพุ่ง 30-40% พร้อมวางโรดแมป 3 ปี ดันสัดส่วนรายได้ประจำแตะ 20% แตกไลน์ธุรกิจใหม่ทั้งรับสร้างบ้าน โลจิสติกส์ และโรงพยาบาล รับมือเศรษฐกิจผันผวนและต้นทุนก่อสร้างพุ่งจากผลกระทบสงคราม

คุณปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีนี้ยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การเข้มงวดสินเชื่อของสถาบันการเงิน และต้นทุนก่อสร้างที่ปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับพฤกษา บริษัทได้เดินหน้ากลยุทธ์ Repositioning อย่างจริงจัง โดยลดน้ำหนักการพัฒนาโครงการในกลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเซ็กเมนต์ที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อชะลอตัวและปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อมากที่สุด

ซึ่งจากเดิมบริษัทมีสัดส่วนสินค้ากลุ่มดังกล่าวราว 35% ของพอร์ต แต่ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 30% และตั้งเป้าปรับลดเหลือเพียง 15-25% ภายในปีนี้ พร้อมหันไปโฟกัสตลาดระดับกลางถึงบน โดยเฉพาะบ้านระดับราคา 10-20 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีกำลังซื้อแข็งแกร่งและได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยกว่า

ขณะเดียวกัน บริษัทได้วางยุทธศาสตร์สร้างรายได้ประจำ หรือ Recurring Income เพื่อเพิ่มเสถียรภาพทางการเงิน โดยตั้งเป้าขยับสัดส่วนรายได้ดังกล่าวจาก 10% ในปัจจุบัน เป็น 20% ภายใน 3 ปีข้างหน้า

ซึ่งรายได้ส่วนนี้จะมาจากหลายธุรกิจ ทั้งโรงพยาบาลวิมุต ธุรกิจคลังสินค้าและโลจิสติกส์ รวมถึงบริการใหม่ ๆ ที่จะช่วยเสริมกระแสเงินสดให้มั่นคงมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการรุกธุรกิจรับสร้างบ้านภายใต้แบรนด์ “The Priority” เจาะลูกค้ากลุ่มบ้านหรูระดับราคา 10-15 ล้านบาทขึ้นไป โดยใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีพรีคาสท์และทีมก่อสร้างของบริษัทมาต่อยอดธุรกิจ โดยปีที่ผ่านมา ธุรกิจดังกล่าวสร้างรายได้แล้วประมาณ 480 ล้านบาท และยังมีงานในมือรอเซ็นสัญญาอีกกว่า 400 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทได้นำโมเดล “พฤกษา พาส” หรือ “เช่าก่อนซื้อ” มาใช้กับโครงการระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพื่อช่วยลูกค้าที่มีความต้องการซื้อจริงแต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์สินเชื่อ โดยเปิดให้เช่าอยู่อาศัยระยะหนึ่งก่อนเปลี่ยนเป็นสัญญาซื้อขายในอนาคต

สำหรับโมเดลดังกล่าวได้รับการตอบรับดี โดยบางโครงการสามารถปล่อยเช่าเต็ม 100% ภายในเวลาเพียง 2 เดือน

ในส่วนของแผนธุรกิจปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 18,000-19,000 ล้านบาท แม้จะเผชิญต้นทุนวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น 5-10% จากปัจจัยภายนอก แต่ได้บริหารต้นทุนผ่านการเร่งปิดโครงการที่ก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ รวมถึงนำกระแสเงินสดส่วนเกินไปชำระหนี้ที่มีต้นทุนสูง ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยเพียง 3.5%

ขณะแผนเปิดโครงการใหม่ 17 โครงการในปีนี้ บริษัทจะใช้กลยุทธ์ Selection Focus เลือกเฉพาะทำเลที่มีศักยภาพสูง และใช้แบรนด์หลักที่แข็งแกร่ง เช่น The Palm, Connexion และ Chapter เข้าทำตลาด แทนการเปิดโครงการแมสเหมือนในอดีต

ทั้งนี้ การทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ของพฤกษาถือเป็นสัญญาณสะท้อนว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่กำลังเร่งปรับโมเดลธุรกิจเพื่อหนีสงครามราคาในตลาดล่าง และมุ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงระยะยาว ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ