สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ผู้ว่าฯลูกน้ำเค็ม คืนถิ่น “ท่านนริศ นิรามัยวงศ์” “ครม.”เคาะ!นั่งพ่อเมืองชลบุรี

 ผู้ว่าฯลูกน้ำเค็ม คืนถิ่น “ท่านนริศ นิรามัยวงศ์” “ครม.”เคาะ!นั่งพ่อเมืองชลบุรี

ผงาด “คืนถ้ำ”อย่างสมศักดิ์ศรี!
ภายหลังจากที่เสนาบดี “กระทรวงคลองหลอด” นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อีกทั้งยังนั่งรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พ่วงอีกตำแหน่ง

เสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับสูงรวม 25 ตำแหน่ง เพื่อให้คณะรัฐมนตรี เห็นชอบในการประชุม “ครม.” เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

หนึ่งในรายชื่อของผู้ที่อยู่ในโผโยกย้าย ปรากฏชื่อ “นริศ นิรามัยวงศ์” พ่อเมืองสมุทรสาคร โยกย้ายจากพื้นที่ชายฝั่งทะเลปริมณฑล “เมืองประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์”

ผงาดกลับสู่อ้อมกอดบ้านเกิด “เมืองแห่งทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย” เป็น “ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี” หวนคืนมาดูแลถิ่นเก่าที่เคยอยู่ ท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับขับสู้ ของพี่น้องชาวชลบุรี อย่างกึกก้องและอบอุ่น

ผู้ว่าลูกน้ำเค็ม นายนริศ นิรามัยวงศ์ เกิดวันที่ 17 มิถุนายน 2512 เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่ “โรงเรียนวัดอุทยานนที” อำเภอเมืองชลบุรี

จากนั้นไปต่อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่ “โรงเรียนชลราษฎรอำรุง” และจบมัธยมศึกษาตอนปลายที่ “โรงเรียนชลกัลยานุกูล อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา คว้าปริญญา “รัฐศาสตร์บัณฑิต” มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในปี 2533

หลังจากเข้ารับราชการแล้ว ชีวิตไม่เคยทิ้งตำราเรียน ได้มุ่งมั่นไขว้คว้าปริญญาใบที่สอง “นิติศาสตร์บัณฑิต” มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในปี2547 ตามด้วยปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา อีกใบในปีถัดมา

ก้าวแรกบนเส้นทางนักปกครอง เริ่มขึ้นเมื่อปี2537 เข้ารับการบรรจุตำแหน่ง “ปลัดอำเภอตาพระยา” จังหวัดสระแก้ว หลังจากที่สระแก้วเพิ่งแยกจากจังหวัดปราจีนบุรี ออกมาตั้งเป็นจังหวัดลำดับที่ 74 ของประเทศไทย ได้เพียงปีเดียว

กล่าวถึง “ตาพระยา” อำเภอชายแดนติดกัมพูชา “ช่องตะโก”เสมือนประตูเชื่อมภาคตะวันออก ไปยังแผ่นดินอีสานใต้

สมัยก่อนถามใครๆคำตอบที่ได้ คือ “ไกลปืนเที่ยง” แถมยังเจอกับวิกฤติภัยแล้งซ้ำซาก ด้วยเพราะพิกัดที่ตั้งอยู่ ในโซนที่โดน“เงาฝน”โอบรัด

เคยมีหลายหน่วยงาน ไขปมทางภูมิศาสตร์ “อำเภอตาพระยา” อยู่ในพื้นที่เรียกว่า “เงาฝน” ลักษณะคือจะมีเมฆฝนตั้งเค้า ทำท่าเหมือนว่าจะตกมิตกแหล่ แต่สักครู่ก็สลายตัวไป หากตกก็เพียง ปรอยๆรินๆลงมาแค่พอดับฝุ่น ปัญหาภัยแล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงมีมาทักทายให้แก้กันทุกปี!!

ปลัดฯนริศ อยู่อำเภอชายแดนใต้เงาฝนได้แค่ปีเดียว จึงย้ายมารับตำแหน่ง เจ้าพนักงานปกครอง 3 ที่ทำการปกครองจังหวัดชลบุรี และโยกกลับไปขึ้นเป็นเจ้าพนักงานปกครอง 4 ที่ทำการปกครอง จังหวัดสระแก้ว ในปี 2539

ย้ายอีกครั้งตอนปี 2541 วนกลับมาถิ่นเก่าบ้านเกิด นั่งเก้าอี้ “ปลัดอำเภอพนัสนิคม” (เจ้าพนักงานปกครอง 4) จังหวัดชลบุรี

อีกสองปีถัดมา ขยับตำแหน่งขึ้นเป็นเจ้าพนักงานปกครอง 5 ช่วยราชการที่ทำการปกครองจังหวัดชลบุรี ปฏิบัติงานประจำศูนย์ปฏิบัติการ ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดชลบุรี

ด้วยความรู้ความสามารถ ส่งให้ในปี2551 ได้ก้าวขึ้นเป็น “ป้องกันจังหวัดชลบุรี” (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ)

กระทั่งปี 2556 ขยับขยายไปอยู่พื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดสระแก้ว อีกครั้ง ขึ้นเป็นนายอำเภอครั้งแรกที่ อำเภอคลองหาด ก่อนโยกย้ายมานั่ง “นายอำเภอวังน้ำเย็น” ในปีพุทธศักราช 2558

ในปีถัดมา2559 มีคำสั่งแต่งตั้งให้มานั่งตำแหน่ง “นายอำเภอบางละมุง” จังหวัดชลบุรี

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พัฒนาอำเภอบางละมุง อย่างเต็มความรู้ความสามารถ ผลักดันนโยบายกวาดล้างยาเสพติด จนเป็นที่ประจักษ์ ต่อมาขยับไปเป็น “ผู้ตรวจราชการ กรมการปกครอง”ในปี 2561

กระทั่งปี2563 ย้ายกลับมารับตำแหน่ง “ปลัดจังหวัดชลบุรี” และ “รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี”ภายในปีเดียวกัน

ต่อมาปี2566 โยกย้ายไปเป็น “รองผู้ว่าฯเมืองปากน้ำโพ”นครสวรรค์

ภายในปีเดียวกัน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งพ่อเมือง “ฝนแปด แดดสี่” นั่งเก้าอี้ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นครั้งแรก และโยกย้ายมารับตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ในปี2567

ส่องโปรไฟล์ ท่านผู้ว่าฯนริศ กว่าจะมาถึงจุดนี้ ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว หล่อหลอมความเป็นผู้นำ ปลูกจิตวิญญาณใต้เงานักปกครองจนตกผลึก ทุกลมหายใจเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน โดยแท้จริง

ในปี 2538 เข้าเรียนหลักสูตรปลัดอำเภอรุ่นที่ 120 วิทยาลัยการปกครอง ปี2547เข้าเรียนหลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 56 วิทยาลัยการปกครอง และ หลักสูตรนายอำเภอทบทวนรุ่นที่ 17 วิทยาลัยการปกครอง ในปี 2555

ปี 2558 เข้าเรียนหลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 65 วิทยาลัยมหาดไทย และ หลักสูตร นยปส. รุ่นที่ 13 สำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อ พ.ศ. 2568

ในเมื่อ “ทองเนื้อแท้” ที่ผ่านการกลั่นกรองของ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เสนอต่อ “ครม.” พิจารณาลงมติเห็นชอบ มอบความไว้วางใจ ให้มานั่งตำแหน่งผู้ว่าฯเมืองใหญ่ ที่มีความสำคัญ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ,การค้า, การลงทุน ,วัฒนธรรม,ทรัพยากรธรรมชาติ-สิ่งแวดล้อม และด้านการท่องเที่ยว

เมืองที่ต้องขับเคลื่อน คู่ขนานไปกับอภิมหาโปรเจคยักษ์ “EEC” จึงต้องใช้คน“ทำถึง”อย่างท่านผู้ว่าฯ “นริศ นิรามัยวงศ์”นักปกครองลูกน้ำเค็ม มาเป็นเรือธง!!

นั่นเพราะ “ชลบุรี” เสมือน “ไข่แดง” แห่งภูมิภาคตะวันออก!

  • อั๋นพันดาว รายงาน-พิเศษ

columnist

น่าสนใจสำครับคุณ