สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ธวัชชัย จุงสุพงษ์ เสียงสะท้อน ‘เกษตรกร’ กับการแก้ปัญหาทุเรียนไทยที่ไม่มีวันจบ 

 ธวัชชัย จุงสุพงษ์ เสียงสะท้อน ‘เกษตรกร’ กับการแก้ปัญหาทุเรียนไทยที่ไม่มีวันจบ 

ในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน เป็นต้นมา อาจเรียกได้ว่า เป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่หลายคนรู้สึก มีความสุข เพราะจะได้ลิ้มลองความอร่อย ชองผลไม้ที่ได้ชื่อว่า เป็นราชาของผลไม้ไทยที่โด่งดังไปไกลทั่วโลก อย่าง “ทุเรียน” กันแบบจุก ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า กว่าที่เรา จะได้รับประทานทุเรียน เนื้อดี อร่อยๆ หรือแม้แต่ การส่งออกไปต่างประเทศ เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าประเทศได้นั้น เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ต้องฝ่าวิกฤตอะไรมาบ้าง

ข้อกังวล ของผู้ปลูกทุเรียนไทย

ธวัชชัย จุงสุพงษ์ เจ้าของสวนทุเรียน Toby’s Farm เปิดเผยกับ “บางกอกทูเดย์” ถึงสถานการณ์ทุเรียนในปัจจุบันว่า ประเทศไทย กำลังเผชิญกับปัญหาอย่างหนัก อย่าง การถูกทุเรียนจากประเทศเวียดนาม เข้ามาตีตลาดส่งออก โดยเฉพาะ การส่งออกไปจีน ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด “วันนี้ ต้นทุนของทุเรียนไทยชายส่งจากสวน ตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 กว่าบาทขึ้นไป แต่จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ราคาทุกเรียน ออกมาพร้อมๆ กัน ก็จะทำให้ราคาทุเรียนตกลงมาได้ ขณะที่ทางฝั่งของเวียดนามเอง ในการปลูกทุเรียน มีต้นทุนที่ค่อนข้างถูกกว่าประเทศไทยมาก” 

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีผู้ประกอบการบางราย ใช้วิธีการนำเข้าทุเรียนจากเวียดนามเข้ามาสวมสิทธิ์ แล้วส่งออกไปยังประเทศจีน “สิ่งนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างมาก เพราะเอาจริงๆ ทุเรียนไทย มีรสชาติที่ดีกว่า ทุเรียนเวียดนามมาก” ในประเด็นนี้ ทางด้าน คุณธวัชชัย ยังอธิบายด้วยว่า วิธีสังเกตว่า ทุเรียนลูกไหนเป็นทุเรียนเวียดนาม และลูกไหนเป็นทุเรียนไทยด้วยว่า ลักษณะของทุเรียนเวียดนาม ด้านยอกเปลือกทุเรียนจะออกเป็นสีเขียว ๆ มีทรงของผลสวยกว่า ทุเรียนของไทย ขณะที่เนื้อของทุเรียนเวียดนามจะมีสีเหลืองเข้ม และกลิ่นแรงกว่ามาก 

“ดังนั้น การเข้ามาสวมสิทธิ์ของทุเรียนเวียดนาม เพื่อส่งออกไปจีน ได้ส่งผลกระทบกับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนอย่างมาก ในเวลานี้” คุณธวัชชัย กล่าวด้วยว่า หากยังปล่อยให้มีการสวมสิทธิ์ดังกล่าว ก็อาจทำให้ทุเรียนไทย พลอยเสียชื่อเสียงไปอีกด้วย

เวียดนามตีตื้นไทย ส่งออกทุเรียน

นอกจากจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้ปลูกทุเรียนในประเทศไทย ยังส่งผลให้ประเทศไทยเสียเปรียบเวียดนามอย่างมากโดยเฉพาะ การแข่งขันในตลาดจีนไม่ได้ของไทย ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมาไทยส่งออกทุเรียนไปจีนประมาณ 1 ล้านตัน มูลค่าส่งออกกว่า 1.4 แสนล้านบาท ส่วนเวียดนามส่งออกทุเรียนไปจีนประมาณ 8 แสนตัน ในปี2567 และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้มองเห็นแนวโน้มในอนาคตที่ทุเรียนเวียดนามมีโอกาสแซงหน้าไทยได้สูงมาก

“ทุเรียนของเราถือเป็นอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันมาหลายปีแล้ว และหากเราพยายามรักษาระดับแบบนี้ ไปได้ เราก็จะยังคงเป็นที่ 1 ในเรื่องของการส่งออกทุเรียน แต่วันนี้ เวียดนามพยายามที่จะไล่ตามไทยแบบหายใจลดต้นคอกันเลยทีเดียว” คุณธวัชชัย กล่าว 

ตั้งเป้าส่งออกทุเรียนมากกว่า 30 ตัน

สำหรับปีนี้ คุณธวัชชัย ตั้งเป้าส่งออกทุเรียนจากสวนของตัวเองไปจีน เกือบทั้งหมด “ในส่วนของผลผลิตทุเรียนปีนี้ ของเรา สามารถผลิตได้กว่า 30 ตัน ซึ่งโดยปกติแล้ว เราสามารถผลิตได้มากกว่า 100 ตัน สาเหตุที่ทำให้ ผลผลิตทุเรียนของเรา ลดลงมา ก็เนื่องจาก ต้นทุเรียนถูกวางยา จนต้นทุเรียนตายไปหลายต้น” ส่วนในปีหน้า เราก็คาดว่าเราจะสามารถผลิตทุเรียนได้เพิ่มมากขึ้น เพราะเรามีพื้นที่ปลูกทุเรียน ในหลายจังหวัด เช่น จันทบุรี ตราด ที่เชื่อว่า จะออกผลิตผลิตได้มากกว่าปีนี้ และสามารถส่งออกได้มากขึ้น” 

ราคา เป็นส่วนหนึ่งที่บรรดาเกษตรกร ผู้ปลูกทุเรียน มีความกังวลมากที่สุดเหมือนกัน “เรื่องราคา เป็นตัวแปรอย่างมาก เพราะหากสวนทุเรียนของเรา ออกผลผลิตก่อนสวนอื่นๆ ก็จะทำให้เราได้ราคาดี เพราะในแต่ละปี แค่เพียงทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี แห่งเดียว ก็มีผลิตผลิตออกมาเป็น แสนตัน ด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาทุเรียนไม่เป็นไปตามทรี่เราตั้งไว้” คุณธวัชชัย กล่าว 

อุปสรรคสำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน

คุณธวัชชัย ยังได้บอกด้วยว่า การปลูกทุเรียน ไม่ใช่เรื่อง่าย และเรื่องยาก แต่ทั้งหมดนี้ จะต้องมีองค์ประกอบหลัก 4 อย่างด้วยกัน “เรื่องแรก ก็คือ ดิน น้ำ ลม และแสงแดด ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนจะตามมาด้วย เรื่องที่ 2 คือ เงินลงทุน ส่วนเรื่องต่อมา คือ Knowledge ซึ่งในองค์ประกอบนี้ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะแค่เราเข้าไปค้นหาช้อมูล จากกูเกิล ก็รู้วิธีและเทคนิค การปลูกทุเรียนแล้ว แต่องค์ประกอบสุดท้าย คือ ใจ ผู้ที่จะลงทุนปลูกทุเรียน จะต้องมีจิตใจที่อดทน และเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อ” 

“ยกตัวอย่าง ในกรณีที่ เกษตรกรเจอไรแดง ศัตรูพืชตัวร้ายของทุเรียน ที่เราจะต้องใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งฉีดครั้งหนึ่งต้องเสียค่ายา ต่อลิตรถึง 4,500 บาท อย่างที่สวนมีทุเรียนหลายไร่ เสียค่ายาไปกว่า 30,000 บาท แต่พอฉีดไปแล้ว ฝนตก ก็ต้องมาฉีดใหม่ นี่เป็นเรื่องจริง เพราะถ้าเราไม่ใจที่อดทน ก็ทำไม่ได้ และยิ่งไปกว่านั้น เราต้องมีเงินทุน มาสนับสนุนด้วย อย่างเราปลูกทุเรียน 5 ปี เราก็ต้องมีทุนถึง 5 ปี สมมติ เราตั้งทุนปีละ 1 ล้านบาท 5 ปี เราก็ต้องมีทุนมากกว่า 5 ล้านบาท และต้องตั้งงบลงทุนแบบหลวมๆ เผื่อไว้ด้วย เพราะต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ และ เรื่องโรค และแมลงศัตรูพืช เอาไว้ด้วย เราต้องอึด เพราะถ้าเราไม่อดทน ก็อาจจะต้องล้มเลิกการปลูกทุเรียนไปเลย” 

ขอภาครัฐ เข้ามาช่วยเหลือ

แม้วันนี้จะเห็นว่า ทุเรียนไทย กำลังเป็นทีต้องการของตลาดในต่างประเทศ แต่สิ่งสำคัญที่สุดเวลานี้ ก็คือ การเข้ามาช่วยเหลือของหน่วยงานรัฐ ที่เรียกว่า เป็นสิ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนพยายามเรียกร้องมาโดยตลอด “อย่างเรื่องของ น้ำ เราอยากให้ ทางกรมชลประทาน ช่วยจัดหาน้ำให้กับสวนทุเรียน อย่างสม่ำเสมอ เพราะน้ำถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปลูกทุเรียน” 

“นอกจากนี้ หากภาครัฐ มีบริการในเรื่องของ วันสต็อปเซอร์วิส รวมถึง การจัดการด้านเอกสาร ในเรื่องของการส่งออก ที่ทำให้เกษตรการ สามารถติดต่อทำเรื่อง และเอกสาร ได้เพียงจุดเดียว ผมก็ว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยเปิดทางให้เกษตรกร มีช่องทางการขายทุเรียนไปในต่างประเทศได้มากขึ้น เพราะวันนี้ การทำเอกสารแต่ละอย่าง จะต้องไปติดต่อหน่วยงานราชการหลายหน่วยมาก หากเราสามารถลดขั้นตอนดังกล่าวลงได้ จะถือว่าดีมาก” 

*******************

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ