ถอดรหัสชีวิต ‘เจ๊มิ่ง’ สุขแบบดาว TikTok สายเดี่ยว
อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ ฉบับที่ ๒๖๘
ระหว่างวันศุกร์ที่ ๓๑ มกราคม – ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘
หน้า ๒ – ๓ สกู๊ปปก
ถอดรหัสชีวิต ‘เจ๊มิ่ง’
สุขแบบดาว TikTok สายเดี่ยว
ต้องบอกว่า หากยุคนี้ไม่มี “โซเชียลมิเดีย” เราคงจะถูกปิดหูปิดตาและโลกทัศน์คงแคบลงถนัดตา ทุกวันนี้อะไรที่เราไม่ได้เห็นก็เห็น อะไรที่เราไม่ได้ยินก็ได้ยิน อยู่กับที่เฉย ๆ แค่เปิดดูแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็ท่องโลกได้สบายโดยไม่ต้องไปให้เสียเวลา
หากโฟกัสไปที่แพลตฟอร์มที่ชื่อว่า “TikTok” เปรียบเสมือนโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ทำคลอดให้ผู้คนมากมายได้แจ้งเกิด เป็นที่รู้จักของผู้คน อีกทั้งยังนำมาซึ่งรายได้หลั่งไหลเข้ามามหาศาล กลายเป็น “ดาวTikTok” ในชั่วข้ามคืน อีกทั้ง Page มียอดคนติดตามทะลุถึงเกือบครึ่งล้าน
“เจ๊มิ่ง ช่างซ่อมพัดลม” หรือ “สมถวิล จะเมรัมย์” ชาวอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ก็เป็นหนึ่งในนั้น เรียกว่าดังกันข้ามปีเลยทีเดียว ด้วยเอกลักษณ์และสไตล์ที่ออกไปแนวซื่อ ๆ ตรงไปตรงมา จึงทำให้เธอเข้าอยู่ในใจของชาวโซเชียลมิเดียได้ยาก กระทั่งได้รับฉายาว่า “เจ้าหญิงแห่งวงการTikTok” ที่แหกกฎทุกมิติของโลกเจ้าหญิงที่ตัวจริงไม่เน้นสวยแต่เน้นฮาเน้นความลัลลาจ้า

รู้จักเจ๊มิ่งแบบคำต่อคำ
รายการคุยแซ่บshow ทางช่องวัน เป็นรายการแรก ๆ ที่ได้เปิดใจเจ๊มิ่งแบบคำต่อคำหลักจากที่กลายเป็น “ดาวTikTok” ที่กำลังมีผู้คนติดตามากขึ้นเรื่อย ๆ เกือบ 5 แสนราย โดยคลิปที่ทำให้คนจักกันมากคือ เจ๊มิ่งไปนั่งศาลา แล้วร้องเพลงวันที่บ่มีอ้าย ซึ่งดังขึ้นมาในโสตประสาทพอดี
เจ๊มิ่งเล่าว่า ที่เจ๊มิ่งดัง เพราะเจ๊มิ่งดังซ่อมพัดลม ที่ใส่สายเดี่ยวแล้วแต่งหน้าเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งวันไหนไม่ได้แต่งหน้าคนจะจำไม่ได้เลย ซึ่งการเป็นช่างซ่อมพัดลมเจ๊มิ่งตั้งใจเอง ไม่ได้เป็นคอนเทนต์ เราเป็นช่างซ่อมพัดลมจริงๆ แต่ไม่ได้เรียนช่างไฟมานะ เจ๊มิ่งเคยซื้อมาแกะเลยจำได้ นอกจากซ่อมพัดลมแล้ว ยังซ่อมหม้อหุงข้าว วิทยุ เครื่องซักผ้า ได้อีกด้วย ตอนแรกลูกค้าไม่กล้าให้เจ๊ซ่อมให้ เพราะมองการแต่งตัว การแต่งหน้าคิดว่าเจ๊เป็นสายสืบ เขากลัวอย่างนั้น เจ๊มิ่งแต่งตัวแบบนี้เขาไม่เชื่อว่าเป็นช่าง ดูหน้าตาไม่เหมือนคนทำงานได้ เจ๊มิ่งก็ตอบคนที่ถามมาว่าไม่ได้เป็นแบบนั้น เจ๊มิ่งหากิน หาทำจริงๆ
“จากตอนแรกไม่มีใครเอามาให้เราซ่อมเลย แต่ตอนนี้มีคนเอาพัดลมมาให้ซ่อมเยอะมาก บางทีพัดลมไม่ได้พัง แต่เขาตัดสายให้ขาด เพื่อมาให้เจ๊มิ่งซ่อม เขาบอกเจ๊มิ่งตลก ส่วนราคาค่าซ่อมตัวละ 150 บาท รับประกัน 2 เดือน ตอนนี้ก็ยังรับซ่อมพัดลมอยู่ ทิ้งไม่ได้วิชาหากินเจ๊มิ่ง เจ๊มิ่งไปไหนก็พกเครื่องมือไปด้วย เขารู้หมดว่าเจ๊มิ่งเป็นช่าง”

ให้อภัยไม่ได้เป็นเหมือนเขา
อีกหนึ่งเรื่องราวที่เจ๊มิ่งที่เจ๊มิ่งได้สะท้อนออกมาคือ เรื่อง Toxic ที่คนประเภทหนึ่งมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ชอบพูดจาไม่ดีหรือเป็นพิษใส่ โดยเจ๊มิ่เปิดใจว่า บางทีเขาพูดให้เราโกรธ เจ๊มิ่งก็บล็อก ไม่สนใจ แต่ก็มีคนสงสารเจ๊มิ่ง บางทีเขาก็เอาไปโพสต์ เจ๊มิ่งก็โกรธเหมือนกัน อย่างเช่น เรื่องลูกชายเจ๊มิ่งเอารถมาซ่อมขาย เขาก็มาคอมเมนต์ว่ารถมาบรรทุกศพอิมิ่งไป เจ๊มิ่งก็โกรธค่ะ แต่เจ๊มิ่งไม่ว่าอะไร ให้คนอื่นตอบ เพราะเจ๊มิ่งไม่ได้เป็นเหมือนเขา ก็ไม่อยากฟ้อง ไม่อยากมีปัญหา “ให้อภัย” เราทำดีก็ได้ดีไปเรื่อย ๆ
สอดคล้องกับ ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และนักจิตบำบัด กล่าวไว้ว่า หากปราศจากการให้อภัยในชีวิตของคนเราแลัวนั้น จิตใจของเราจะวนเวียนอยู่กับการคิดเอาคืนอาฆาตแค้น ทนทุกข์ระทมกับความคิดลบเจ็บปวดอย่างไม่สิ้นสุด การให้อภัย หรือ Forgiveness ว่าคือการปลดปล่อยความไม่พึงพอใจ ความโกรธเกลียด เครียดแค้นที่มาจากพลังงานด้านลบที่คอยทำร้ายเรา โดยใช้หลักเหตุผลของความเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจเวทนาคนที่ทำร้ายคนอื่น หรือสงสารกับการกระทำ หรือพฤติกรรมความคิดของคนที่ทำร้ายเรา ฟังดูขัดแย้งใช่ไหมครับว่าทำไมเราต้องไม่คิดเคียดแค้นชิงชังหรือหยุดแก้แค้นเอาคืนคนที่ทำให้เราเจ็บปวด แล้วคนพวกนั้นสมควรได้รับการให้อภัยหรือไม่?

การให้อภัยไม่ใช่เป็นการลบเลื่อนความทรงจำอันเลวร้ายหรือทำใจให้ลืมเหตุการณ์ที่ทำให้เราเจ็บปวด แต่เป็นการรับรู้และอยู่กับมันอย่างเข้าใจถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วกับเรา การให้อภัยเป็นการนำตัวเองเข้าไปสู่กระบวนการฟื้นฟูด้านจิตใจ เป็นการปลดปล่อยใจเราให้เป็นอิสระจากความคิดด้านมืดที่แฝงไว้ด้วยพลังงานด้านลบที่เต็มไปด้วยความโกรธเกลียดชิงชัง และปลดปล่อยใจเราให้เป็นอิสระโดยใช้หลักการแทนที่ความคิดลบนั้นด้วยความคิดที่เป็นบวก
การให้อภัยคนที่ทำให้เราเจ็บช้ำน้ำใจนั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหลายๆคน และความรู้สึกหรือประสบการณ์ที่เลวร้ายนั้นยังอยู่คอยรบกวนจิตใจของเราตลอดเวลาและทุกครั้งที่เรานึกถึงมันเราก็จะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาทุกที อย่างไรก็ตามเหตุผลว่าทำไมการให้อภัยถึงเป็นสิ่งสำคัญกับชีวิตของเรานั้นก็เพราะว่าการที่เรายังไม่หลุดพ้นจากความโกรธนั้นเหมือนเราเก็บพลังงานลบไว้กับเราตลอดเวลา
แต่เมื่อเราปลดปล่อยความโกรธ เกลียด เครียดแค้นชิงชังให้ออกไปจากใจเรา ด้วยการปล่อยวางเป็นการช่วยรักษาสมดุลของร่างกายให้กลับมาเป็นปกติสุข เป็นประโยชน์กับสุขภาพร่างกายในเรื่องของการสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ไม่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ทำให้ฮอร์โมนไม่เสียสมดุลอันเนื่องมากจากความเครียด ลดอาการข้างเคียงเช่น ท้องอืด ท้องเฟ้ออาหารไม่ย่อยมีกรดเกิน และลดอาการปวดต่างๆตามร่างกายได้ เมื่อใจสบายร่างกายก็ไม่เจ็บปวดทุกข์ทรมาน
ถึงแม้ว่าการให้อภัยจะไม่ได้ทำได้ง่ายๆ แต่เราควรฝึกปฎิบัติและตระหนักรู้ว่าอยู่เป็นประจำว่าไม่ควรโกรธ เครียดแคันใคร และควรให้อภัยปล่อยวางไม่เก็บมาคิดมากหรือกลายเป็นความคิดลบเพื่อให้ชีวิตได้กลับมามีสมดุลและสามารถก้าวเดินต่อไปได้

คติประจำใจนำทางชีวิต
“สูบบุหรี่ สูบไป ก็ไร้ค่า
ดื่มสุรา ดื่มไป ก็ไร้ผล
การพนัน เล่นไป ก็ยากจน
เกิดเป็นคน ลดละเลิก จะเบิกบาน”
นี่คือคำกลอนสอนใจของเจ๊มิ่งที่มักจะพูดเมื่อถูกสัมภาษณ์ อีกทั้งผู้สัมภาษณ์เองมักจะชงให้เจ๊มิ่งพูดอยู่เสมอ เมื่อช่วงวันเด็กที่ผ่าน คำกลอนของเจ๊มิ่งก็ได้ถูกนำไปใช้กลายเป็นคำขวัญวันเด็กไปซะอีก แล้วจากคำกลอนนี้จะเห็นถึงการกระทำ 3 อย่างที่นำพาชีวิตให้แย่ลงและทำให้จมดิ่งในความทุกข์ 1.การสูบบุหรี่ 2.การดื่มสุรา 3.เล่นการพนัน ซึ่งเจ๊มิ่งไม่แตะ 3.อย่างนี้เลย
นพ. ธิติวุฒิ หู แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ได้ถึงพิษภัยของบุหรี่ว่า คนส่วนใหญ่ทราบอยู่แล้วว่า “บุหรี่” มีอันตรายมากแค่ไหน แต่ผู้ที่ติดบุหรี่ก็ยากจะถอนตัวจากการสูบบุหรี่ได้ ที่สำคัญ การสูบบุหรี่ไม่ได้เป็นการทำลายสุขภาพของผู้สูบเท่านั้น แต่คนใกล้ชิดที่ได้รับ “ควันบุหรี่มือสอง” ก็ยังได้รับผลเสียไม่น้อยเช่นกัน
สารเคมีที่อยู่ใน “ควันบุหรี่” มีมากมายหลายชนิด ซึ่งไม่ว่าจะเป็น นิโคติน ทาร์ คาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรเจนออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ แอมโมเนีย ไซยาไนด์ ฟอร์มาลดีไฮด์ ก็ล้วนเป็นสารเคมีอันตรายที่ส่งผลต่อร่างกายเป็นอย่างมาก หากได้รับสารเหล่านี้เป็นประจำก็เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคร้าย โรคมะเร็งปอด, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคถุงลมโป่งพอง, โรคความดันโลหิตสูง} โรคสมองเสื่อม ทั้งนี้ นอกจากโรคร้ายแรงดังกล่าวแล้ว “บุหรี่” ยังส่งผลเสียต่อร่างกายได้อีกไม่น้อย ทั้งฟันผุ มีกลิ่นปาก มีกลิ่นตัว ผิวหยาบกร้านทำให้ดูแก่กว่าวัยอีกด้วย ซึ่งทำให้คุณอาจจะไม่อยากแตะหรือเข้าใกล้ “บุหรี่” อีกเลย

ผศ. นพ.สหภูมิ ศรีสุมะ แพทย์สาขาวิชาเภสัชวิทยาและพิษวิทยาคลินิก ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงพิษภัยจากการดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์ว่า มีผลต่อ “หัวใจ” กล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ ไม่แข็งแรง เกิดหัวใจวายได้ง่าย มีผลต่อ “ตับ” เกิดโรคตับแข็ง ตับที่ถูกทำลายจากแอลกอฮอล์จะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดี เช่น การย่อยสลายสารอาหารหรือกา รเปลี่ยนแปลงของยาที่รับประทานเข้าไป บางรายอาจมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง หรืออาเจียนเป็นเลือด
มีผลต่อ “ผิวหน้า” หลอดเลือดขยายตัว ผิวหน้าจะเป็นสีแดงเรื่อ ๆ ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนออกจากทางผิวหน้า บางครั้งอาจเกิดอาการหนาวสั่นหรือเกิดโรคปอดบวมได้ง่ายในฤดูหนาว มีผลต่อ “สมอง”แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดการทำงานของสมองจะทำให้ความจำเสื่อม การตัดสินใจไม่ดี สมาธิเสีย โกรธง่าย พูดช้าลง สายตาพร่ามัว และเสียการทรงตัว มีผลต่อ “กระเพาะอาหาร” ทำให้เกิดอาการอักเสบฉับพลันบางครั้งทำให้เกิดเลือดออกในกระเพาะอาหาร มีผลต่อ “ระบบสืบพันธุ์” โดยเพศชายเกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และผู้หญิงตั้งครรภ์จะมีผลต่อทารกทั้งทางร่างกายและจิตใจ อีกทั้งเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งตับ มะเร็งช่องปากและลำคอ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ และมะเร็งเต้านม
ในส่วนเรื่องการพนันนั้น ผลวิจัยจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบผลเสียหายด้านสุขภาพจิต คือ คนติดพนันมีปัญหาความผิดปกติด้านอารมณ์ แบบโรคซึมเศร้าแบบขั้วเดียวถึง ร้อยละ 70 และความผิดปกติด้านอารมณ์รุนแรงสลับไปมา 2 ขั้ว ร้อยละ 30 ผลเสียหายจากการติดพนันอย่างหนัก คือ การคิดเรื่องฆ่าตัวตายและพยายามฆ่าตัวตายราว ร้อยละ 17-24 ของคนติดพนันอย่างหนักมีการพยายามฆ่าตัวตายครั้งหนึ่งในชีวิต ส่วนใหญ่เกิดขึ้นทันทีหลังจากเล่นสูญเสียเงินจำนวนมากและผลเสียด้านสุขภาพจิตอีกเรื่อง คือ การสร้างและคงรักษาไว้ซึ่งกระบวนการรู้คิดที่บิดเบือน เกี่ยวกับการเล่นการพนัน เช่น การคิดว่าตัวเองมีทักษะการเล่นพนันแบบเอาชนะได้ เชื่อว่าโอกาสแพ้ชนะมี 50-50 ทั้งที่ความจริงแล้วการพนันหลายอย่าง การชนะมีเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าการแพ้หลายเท่ามาก ฯลฯ

สาเหตุของการติดการพนันมี 2 สาเหตุใหญ่ ประการแรก คือ เกิดจากตัวเอง อาจมีปัญหาในการควบคุมตัวเอง (Self-Control) อยู่แล้ว เพราะโดยปกติแล้วคนเราต้องมีการควบคุมตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงิน การใช้โทรศัพท์มือถือ การใช้อินเทอร์เน็ต และการใช้เวลาไปกับความบันเทิงเริงใจหรือกิจกรรมที่ไม่มีประโยชน์ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของการควบคุมตัวเองอย่างมาก อาจมีความเสี่ยงติดการพนันได้มากกว่า สาเหตุประการที่สอง คือ กระแสสังคมและการโฆษณา อาจทำให้หลงใหลไปกับคำโฆษณาชวนเชื่อว่าหาเงินได้โดยง่าย โดยเฉพาะการเล่นพนันอย่างบาคาร่า โฆษณาจะชักชวนให้ได้ลองเล่นโดยเริ่มต้นลงทุนเพียงหลักสิบบาทเท่านั้น
แนวทางในการป้องกันโรคติดการพนันคือ ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดการพนันควรหลีกเลี่ยงการเล่นพนันทุกรูปแบบ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสังสรรค์กับผู้ที่เล่นพนันหรือไปยังสถานที่ที่มีการเล่นพนัน หากมีพฤติกรรมเข้าข่ายติดการพนันควรไปพบจิตแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัย ซึ่งการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะช่วยป้องกันผู้ป่วยไม่ให้มีอาการที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม
มั่นใจในตัวเอง
เจ๊มิ่งได้แนะนำตัวอย่างสั้น ๆ ใน Page “เจ๊มิ่ง ช่างซ่อมพัดลม” ว่า “มั่นใจในตัวเอง” จึงทำให้เจ๊มิ่งมีเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน กระทั่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ซึ่งที่เห็นเดเนชัดคือ 1.สวมใส่ชุดสายเดี่ยว เน้นสีแดงเป็นหลัก 2.ห้อยกระเป๋าสะพายด้านหน้า (เธอมีเหตุผลแบบสุดเอ็กซ์ต้องลองไปหาชมและฟังตามคลิป) 3.แต่งหน้าไม่เน้นสวย โดยเฉพาะการนำลิปสติกสีแดงมาทาแก้มเป็นวงใหญ่ ทาปากสีแดงแป๊ด และเขียนคิ้วดำหนา รวม ๆ แล้วเป็นช่างซ่อมพัดลมที่แซ่บกระทั่งสวนพริกต้องเรียกว่า “คุณแม่”
“การแต่งตัวแบบนี้ช่วยให้ชาวบ้านจำเจ๊มิ่งได้ง่ายและทำให้เป็นที่รู้จักในหมู่บ้านต่าง ๆ แม้ว่าบางคนอาจมองว่าไม่เหมาะสม แต่เจ๊มิ่งยืนยันเสียงแข็งว่า “ทำดีกับคนอื่น เขาก็ทำดีตอบ” และไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงสไตล์การแต่งตัวและแต่งหน้าของตัวเอง”

สำหรับวิธีเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง ikonclass ได้แนะนำไว้ดังนี้
- 1. ทำความรู้จักกับตัวเอง : ก่อนที่เราจะพัฒนาความเชื่อมั่นของตัวเราเองได้ เราต้องรู้จักกับตัวเองก่อน ว่าเรามีจุดเด่นด้านไหน คนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงไม่จำเป็นต้องเก่งในทุกด้าน หรือมีความโดดเด่นกว่าคนอื่น เพียงแค่รู้จักตัวเองว่าเรามีความสามารถด้านไหน ทำอะไรได้ดี ในขณะเดียวกันก็เข้าใจถึงจุดด้อยของตัวเองที่ต้องได้รับการพัฒนาด้วย
- 2. หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น : การเปรียบเทียนตัวเราเองกับคนอื่นเป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจ และทำให้จิตใจของเราไม่เป็นสุข มีความกังวลอยู่ตลอดเวลา เราต้องเข้าใจก่อนว่ามนุษย์ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ล้วนมีเส้นทางชีวิตและอุปสรรคที่ทุกคนต้องเผชิญเป็นของตัวเอง การแข่งขันที่ดีที่สุดคือการแข่งขันกับตัวเราในปัจจุบันเพื่อค่อย ๆ เติบโตและเป็นตัวเราในเวอร์ชันที่ดีที่สุดในแต่ละวันก็เพียงพอแล้ว
- 3. รักตัวเองให้เป็น : การที่เรารู้จักคุณค่าของคนอื่นเป็นสิ่งที่ดี ทั้งนี้เราต้องรู้จักคุณค่าของตัวเราเองด้วย การที่เรารู้จักคุณค่าของตัวเองจะทำให้เรารักตัวเองมากขึ้น ทั้งในเรื่องของร่างกายและจิตใจ เช่นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อตนเอง การออกกำลังกายเพื่อดูแลรักษารูปร่าง การพาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดี จะช่วยให้คุณมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นได้
- 4. ให้โอกาสตัวเองเมื่อทำผิดพลาด : ความผิดพลาดคือการเรียนรู้ ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบบนโลกใบนี้ เพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยที่คุณจะทำผิดพลาดในบางครั้ง สิ่งสำคัญคือคุณต้องทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผลและยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และให้โอกาสตัวเองในการเรียนรู้และแก้ไขสิ่งนั้น หากเรายึดแค่ว่าเราจะต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ คุณก็จะไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตและจะต้องคอยกังวลกับสิ่งที่คุณจะลงมือทำอยู่ตลอดเวลา ทำให้ขาดความมั่นใจ
- 5. หมั่นพัฒนาตัวเอง : หากต้องการเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง การใฝ่เรียนใฝ่รู้เป็นสิ่งสำคัญที่จะไม่ทำก็คงไม่ได้ การเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ หรือการพัฒนาทักษะที่ตนเองมีอยู่แล้วให้ดีขึ้น จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเองให้สูงขึ้นได้
- 6. รู้จักวิธีเข้าสังคม : มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เพราะฉะนั้นการเรียนรู้วิธีปฏิบัติเวลาอยู่ในสังคมไม่ว่าจะเป็นการพูดจา การแต่งตัว และมารยาทต่าง ๆ จะทำให้คุณสามารถวางตัวได้อย่างเหมาะสม และมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มเสน่ห์และความน่าดึงดูดให้คุณได้อีกด้วย
- 7. เอาชนะความกลัว : ในบางครั้งเราอาจจะมีความกลัวในการลองทำอะไรบางอย่าง เพราะเราอาจจะกลัวความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่คุณควรทำคือ การลงมือทำสิ่งนั้นไปเลย เพราะคุณจะได้รู้ว่าคุณทำสิ่งนั้นได้จริงหรือเปล่า การค่อย ๆ เอาชนะความกลัวได้จะทำคุณมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นได้
- 8. ยืดหยัดในสิ่งที่ตัวคุณต้องการ : คนที่มีความมั่นใจในตัวเองมักจะรู้ว่าตัวเขาต้องการอะไรเสมอ คนที่ไม่มีความมั่นใจมักจะโอนเอน และเชื่อฟังความคิดเห็นของคนอื่นจนเสียความมั่นใจและความเป็นตัวของเองไปได้ ทั้งนี้การที่เรายึดมั่นในตัวเองมากไปในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล หรือไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่นเลยก็ไม่เป็นผลดีเช่นกัน การพิจารณาอย่างมีเหตุผล และรอบคอบ จะทำให้คุณสามารถตัดสินใจสิ่งที่ดีที่สุดต่อตัวคุณและคนรอบข้างได้ และไม่ทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจและความเป็นตัวของตัวเองไป

“น้องฉัตร” เนรมิตความงาม
เพราะด้วยความ “มั่นใจในตัวเอง” ของเจ๊มิ่ง จึงทำสิ่งดี ๆ เข้าเมาในชีวิต ล่าสุดเธอได้กลายเป็นกระแสโด่งดังใน TikTok อีกครั้ง เมื่อเมคอัพ อาร์ติสท์ ขั้นเทพ ระดับถุวหน้าของเมืองไทย “น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ” ได้แปลงโฉมเปลี่ยนลุกค์เจ๊มิ่งให้กลายเป็นคนละคน กลายเป็นนางฟ้านางสวรรค์ โดยน้องฉัตรได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook Nongchat ระบุว่า “…เจ๊มิ่ง แปลงโฉม By nongchat…”
ทางด้านเจ๊มิ่งได้โพสต์ภาพและข้อความผ่าน Page “เจ๊มิ่ง ช่างซ่อมพัดลม” ระบุข้อความว่า “….วันนี้ เจ๊มิ่ง มารีวิวแต่งหน้ากับช่างแต่งหน้า ระดับแนวหน้าของประเทศไทย คุณน้องฉัตร ขอบคุณมากค่ะ รวย ๆ ปัง ๆ จ้า….”
(ภาพ : nongchat)




อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ ฉบับที่ ๒๖๘
ระหว่างวันศุกร์ที่ ๓๑ มกราคม – ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘
หน้า ๒ – ๓ สกู๊ปปก
ถอดรหัสชีวิต ‘เจ๊มิ่ง’
สุขแบบดาว TikTok สายเดี่ยว
https://book.bangkok-today.com/books/omqv/#p=1
(พลิกอ่านได้เหมือนหนังสือปกติ)
