สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ตำรวจท่องเที่ยวบุกพัทยา รวบ “หัวหน้าแก๊งบัญชีม้า” พร้อมทีมกดเงิน 4 รายรวด

 ตำรวจท่องเที่ยวบุกพัทยา รวบ “หัวหน้าแก๊งบัญชีม้า” พร้อมทีมกดเงิน 4 รายรวด

ตำรวจท่องเที่ยวเปิดปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งบัญชีม้า บุกจับผู้ต้องหา 4 รายรวดในพื้นที่เมืองพัทยา หลังพบขบวนการคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA หลอกเหยื่อให้เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าและรับเงินประกันค่าไฟคืน ก่อนส่ง QR Code ให้สแกนและกรอกข้อมูลส่วนตัว รวมถึงข้อมูลบัญชีธนาคาร สุดท้ายเงินถูกโอนออกจากบัญชีจนหมดเกลี้ยง มีผู้เสียหายสูญเงินรวมกว่า 3 แสนบาท

 

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท. ได้สั่งการให้ กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมขบวนการบัญชีม้าที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยมี พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท. พร้อมด้วย รอง ผกก.และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย ประกอบด้วย นายนฤชัย หรือ “บอส” อายุ 25 ปี ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าแก๊งบัญชีม้า ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1162/2569, นายศุภกร หรือ “ฟิว” อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1160/2569, นายสิทธิชัย หรือ “แจ๊ค” อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1163/2569 และนายวุฒิชัย หรือ “เบส” อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1161/2569

ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

 

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองพัทยา โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้บริเวณลานจอดรถโรงแรมแห่งหนึ่งในซอยนาเกลือ 25 และบริเวณหน้าคอนโดมิเนียมย่านซอยเพนียดช้าง ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักและสถานที่เกี่ยวข้อง

 

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวเริ่มจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หาเหยื่อ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจ้งว่ามีสิทธิได้รับเงินประกันค่าไฟคืน หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า จากนั้นจะส่ง QR Code ให้เหยื่อติดต่อหรือดำเนินการตามขั้นตอน

เมื่อเหยื่อสแกน QR Code จะถูกหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัญชีธนาคาร ก่อนที่คนร้ายจะนำข้อมูลไปใช้ในการถอนหรือโอนเงินออกจากบัญชีจนหมด ทำให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมติดต่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวผ่านสายด่วน 1155

 

ตำรวจท่องเที่ยวจึงเร่งแกะรอยเส้นทางการเงิน กระทั่งพบว่าเงินของผู้เสียหายถูกโอนไปยังบัญชีม้าซึ่งมีปลายทางอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงติดตามกลุ่มบัญชีม้าและกลุ่มผู้ทำหน้าที่กดเงิน ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 5 ราย

ต่อมา วันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุม “บอส” หัวหน้าแก๊งบัญชีม้าได้ที่ลานจอดรถโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในซอยนาเกลือ 25 เมืองพัทยา ก่อนขยายผลตรวจค้นห้องพักภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านถนนเทพประสิทธิ์ พบสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มหลายรายการ

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจค้นห้องพักของผู้ต้องหารายอื่น ได้แก่ “ฟิว” “เบส” และ “แจ๊ค” พบสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มจำนวนหลายรายการ จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาให้การว่า “บอส” เป็นนายทุนลูกครึ่งไทย-จีน มีหน้าที่จัดหาหรือรับซื้อบัญชีธนาคารและบัญชีเงินฝากอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำมาใช้รับเงินจากเหยื่อ ตามคำสั่งของนายทุนชาวจีนซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

โดย “บอส” จะเป็นผู้สั่งการให้ “ฟิว” และ “เบส” ติดต่อและนัดหมายกับเจ้าของบัญชีม้า เพื่อรอรับเงินที่ถูกโอนเข้ามา จากนั้น “แจ๊ค” จะทำหน้าที่รวบรวมเงินสดที่ได้จากการกดเงินตามตู้เอทีเอ็ม แล้วนำกลับมาส่งให้ “บอส”

 

เมื่อรวบรวมเงินได้ครบตามจำนวนในแต่ละวัน “บอส” จะนำเงินสดไปส่งต่อให้นายทุนใหญ่ชาวจีน ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยนัดหมายส่งมอบเงินตามโรงแรมต่าง ๆ ในเมืองพัทยา และติดต่อประสานงานกันผ่านแอปพลิเคชัน Telegram

 

สำหรับค่าตอบแทน ผู้ต้องหาจะได้รับประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่สามารถหลอกลวงจากประชาชนได้

 

เบื้องต้นขบวนการดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องรวม 5 ราย เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้แล้ว 4 ราย ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 รายที่อยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่งตำรวจจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

 

ด้าน พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท. ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยย้ำว่า PEA ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์หรือส่ง SMS ติดต่อประชาชนเพื่อแจ้งคืนเงินประกันค่าไฟ หรือดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ผ่านช่องทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน

 

หากได้รับข้อความหรือลิงก์ต้องสงสัย ขอให้ประชาชน อย่ากดลิงก์ อย่าสแกน QR Code และอย่าดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่ได้มาจาก Play Store หรือ App Store รวมถึงไม่กรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่น

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สามารถติดต่อ PEA Contact Center 1129 โดยตรง

 

ตำรวจท่องเที่ยวบุกพัทยา รวบ “หัวหน้าแก๊งบัญชีม้า” พร้อมทีมกดเงิน 4 รายรวด

ตำรวจท่องเที่ยวเปิดปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งบัญชีม้า บุกจับผู้ต้องหา 4 รายรวดในพื้นที่เมืองพัทยา หลังพบขบวนการคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA หลอกเหยื่อให้เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าและรับเงินประกันค่าไฟคืน ก่อนส่ง QR Code ให้สแกนและกรอกข้อมูลส่วนตัว รวมถึงข้อมูลบัญชีธนาคาร สุดท้ายเงินถูกโอนออกจากบัญชีจนหมดเกลี้ยง มีผู้เสียหายสูญเงินรวมกว่า 3 แสนบาท

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท. ได้สั่งการให้ กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมขบวนการบัญชีม้าที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยมี พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท. พร้อมด้วย รอง ผกก.และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย ประกอบด้วย นายนฤชัย หรือ “บอส” อายุ 25 ปี ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าแก๊งบัญชีม้า ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1162/2569, นายศุภกร หรือ “ฟิว” อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1160/2569, นายสิทธิชัย หรือ “แจ๊ค” อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1163/2569 และนายวุฒิชัย หรือ “เบส” อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1161/2569

ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองพัทยา โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้บริเวณลานจอดรถโรงแรมแห่งหนึ่งในซอยนาเกลือ 25 และบริเวณหน้าคอนโดมิเนียมย่านซอยเพนียดช้าง ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักและสถานที่เกี่ยวข้อง

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวเริ่มจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หาเหยื่อ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจ้งว่ามีสิทธิได้รับเงินประกันค่าไฟคืน หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า จากนั้นจะส่ง QR Code ให้เหยื่อติดต่อหรือดำเนินการตามขั้นตอน

เมื่อเหยื่อสแกน QR Code จะถูกหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัญชีธนาคาร ก่อนที่คนร้ายจะนำข้อมูลไปใช้ในการถอนหรือโอนเงินออกจากบัญชีจนหมด ทำให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมติดต่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวผ่านสายด่วน 1155

ตำรวจท่องเที่ยวจึงเร่งแกะรอยเส้นทางการเงิน กระทั่งพบว่าเงินของผู้เสียหายถูกโอนไปยังบัญชีม้าซึ่งมีปลายทางอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงติดตามกลุ่มบัญชีม้าและกลุ่มผู้ทำหน้าที่กดเงิน ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 5 ราย

ต่อมา วันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุม “บอส” หัวหน้าแก๊งบัญชีม้าได้ที่ลานจอดรถโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในซอยนาเกลือ 25 เมืองพัทยา ก่อนขยายผลตรวจค้นห้องพักภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านถนนเทพประสิทธิ์ พบสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มหลายรายการ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจค้นห้องพักของผู้ต้องหารายอื่น ได้แก่ “ฟิว” “เบส” และ “แจ๊ค” พบสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มจำนวนหลายรายการ จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาให้การว่า “บอส” เป็นนายทุนลูกครึ่งไทย-จีน มีหน้าที่จัดหาหรือรับซื้อบัญชีธนาคารและบัญชีเงินฝากอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำมาใช้รับเงินจากเหยื่อ ตามคำสั่งของนายทุนชาวจีนซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

โดย “บอส” จะเป็นผู้สั่งการให้ “ฟิว” และ “เบส” ติดต่อและนัดหมายกับเจ้าของบัญชีม้า เพื่อรอรับเงินที่ถูกโอนเข้ามา จากนั้น “แจ๊ค” จะทำหน้าที่รวบรวมเงินสดที่ได้จากการกดเงินตามตู้เอทีเอ็ม แล้วนำกลับมาส่งให้ “บอส”

เมื่อรวบรวมเงินได้ครบตามจำนวนในแต่ละวัน “บอส” จะนำเงินสดไปส่งต่อให้นายทุนใหญ่ชาวจีน ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยนัดหมายส่งมอบเงินตามโรงแรมต่าง ๆ ในเมืองพัทยา และติดต่อประสานงานกันผ่านแอปพลิเคชัน Telegram

สำหรับค่าตอบแทน ผู้ต้องหาจะได้รับประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่สามารถหลอกลวงจากประชาชนได้

เบื้องต้นขบวนการดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องรวม 5 ราย เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้แล้ว 4 ราย ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 รายที่อยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่งตำรวจจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท. ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยย้ำว่า PEA ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์หรือส่ง SMS ติดต่อประชาชนเพื่อแจ้งคืนเงินประกันค่าไฟ หรือดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ผ่านช่องทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน

หากได้รับข้อความหรือลิงก์ต้องสงสัย ขอให้ประชาชน อย่ากดลิงก์ อย่าสแกน QR Code และอย่าดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่ได้มาจาก Play Store หรือ App Store รวมถึงไม่กรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่น

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สามารถติดต่อ PEA Contact Center 1129 โดยตรง

ทั้งนี้ หากประชาชนตกเป็นเหยื่อหรือพบพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวผ่านสายด่วน 1155 หรือแอปพลิเคชัน TPB App (Thailand Tourist Police Application) ได้ตลอดเวลา

ทั้งนี้ หากประชาชนตกเป็นเหยื่อหรือพบพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวผ่านสายด่วน 1155 หรือแอปพลิเคชัน TPB App (Thailand Tourist Police Application) ได้ตลอดเวลา

columnist

น่าสนใจสำครับคุณ