สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ครม.ไฟเขียวแ ทุ่ม 1.8 พันล้านปลดล็อกคมนาคมอันดามัน

 ครม.ไฟเขียวแ ทุ่ม 1.8 พันล้านปลดล็อกคมนาคมอันดามัน

ครม. อนุมัติใช้พื้นที่ป่าชายเลน 8 ไร่เศษ เดินหน้าโครงการสะพานเชื่อมเกาะกลาง-เกาะลันตาน้อย หนุนท่องเที่ยว การค้า และการขนส่งจังหวัดกระบี่ ย้ำพัฒนาควบคู่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการห้ามใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อเปิดทางให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ วงเงินลงทุนรวม 1,800 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภาคใต้ที่มีเป้าหมายยกระดับระบบคมนาคม ลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง และเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวของฝั่งอันดามันในระยะยาว

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมได้พิจารณายกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการห้ามใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน จำนวน 3 มติ เพื่อให้กรมทางหลวงชนบทสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนเนื้อที่ 8 ไร่ 2 งาน 17.6 ตารางวา สำหรับดำเนินโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ระหว่างตำบลเกาะกลางและตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ก่อนดำเนินการขออนุญาตตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการสำคัญที่ได้รับการผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันการเดินทางระหว่างเกาะกลางและเกาะลันตาน้อยยังต้องพึ่งพาแพขนานยนต์เป็นหลัก ซึ่งก่อให้เกิดข้อจำกัดทั้งด้านเวลา ความสะดวก และความสามารถในการรองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้าสู่พื้นที่เป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันผู้ใช้บริการต้องใช้เวลารอคอยและเดินทางด้วยแพขนานยนต์รวมกว่า 45 นาที และยังมีข้อจำกัดด้านเวลาการให้บริการ ขณะที่การก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตาจะช่วยลดระยะเวลาเดินทางเหลือเพียงไม่กี่นาที สามารถเดินทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลดีต่อทั้งประชาชนในพื้นที่ ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว

สำหรับรายละเอียดของโครงการ สะพานเชื่อมเกาะลันตามีระยะทางรวมประมาณ 2.527 กิโลเมตร ประกอบด้วยสะพานขึง สะพานคานยื่น จุดกลับรถ 3 จุด จุดชมวิวบนสะพาน 2 จุด และถนนเชื่อมต่อทั้งสองฝั่ง โดยได้รับการออกแบบให้รองรับการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคำนึงถึงทัศนียภาพของพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลก

โครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติในหลักการจากคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2565 และได้รับการจัดสรรงบประมาณรวม 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ต่างประเทศจำนวน 1,260 ล้านบาท และงบประมาณแผ่นดินอีก 540 ล้านบาท ปัจจุบันมีความพร้อมด้านการเตรียมพื้นที่และขั้นตอนการดำเนินงานในส่วนต่าง ๆ แล้ว

ในมุมเศรษฐกิจ สะพานเชื่อมเกาะลันตาถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดกระบี่ เนื่องจากเกาะลันตาเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ มีโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ธุรกิจนำเที่ยว และกิจกรรมทางทะเลจำนวนมาก การเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ลดต้นทุนด้านเวลา และเพิ่มโอกาสในการลงทุนของภาคเอกชนในอนาคต

นอกจากนี้ การมีสะพานเชื่อมถาวรยังช่วยยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและบริการเข้าสู่พื้นที่ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการในท้องถิ่น โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอาหารทะเล และภาคบริการที่เป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจในอำเภอเกาะลันตา

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือด้านคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา การพึ่งพาแพขนานยนต์ส่งผลต่อการเดินทางเข้าถึงบริการสาธารณะ โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ การมีสะพานเชื่อมจะช่วยให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้าสู่โรงพยาบาล สถานศึกษา และหน่วยงานราชการได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ลดข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพอากาศและช่วงเวลาการให้บริการของแพขนานยนต์

อย่างไรก็ตาม ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วน เนื่องจากแนวเส้นทางก่อสร้างบางส่วนตัดผ่านพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีจำนวน 8 ไร่ 2 งาน 17.6 ตารางวา จากพื้นที่โครงการทั้งหมดกว่า 492 ไร่

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชายเลนที่มีสภาพไม่สมบูรณ์ แต่รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเต็มที่ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดเงื่อนไขให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งการป้องกัน แก้ไข และติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดไว้ในรายงาน EIA รวมถึงการดำเนินการปลูกป่าชายเลนทดแทนไม่น้อยกว่า 20 เท่าของพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการชดเชยผลกระทบและฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่อื่นให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนการขออนุญาตใช้พื้นที่ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน พร้อมติดตามผลกระทบด้านคุณภาพน้ำ ระบบนิเวศทางทะเล และทรัพยากรชายฝั่งอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาก่อสร้าง

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยยึดหลักการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้านคมนาคม ขณะเดียวกันยังสามารถรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติไว้ได้ในระยะยาว”นางสาวลลิดา กล่าว

อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ สะพานเชื่อมเกาะลันตาจะกลายเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภาคใต้ที่ช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฝั่งอันดามันในอนาคต และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของจังหวัดกระบี่ในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ