คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีมอบเสื้อกาวน์และปฏิญาณตน นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 รุ่นที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568
คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีมอบเสื้อกาวน์และปฏิญาณตนแก่นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 รุ่นที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 31 คน ณ อาคารคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีรภัทร อึ้งตระกูล รักษาการคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วิสุทธิ์ ล้ำเลิศธน รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม แพทย์หญิงนวพร พูลสุวรรณ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ รวมถึงคณะผู้บริหารจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลนครปฐม และโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เข้าร่วมแสดงความยินดี
พิธีมอบเสื้อกาวน์ในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ตระหนักถึงความหมายและคุณค่าของเสื้อกาวน์สีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจริยธรรม ความเมตตา และความรับผิดชอบในวิชาชีพแพทย์ รวมถึงเป็นการยอมรับนักศึกษาในฐานะส่วนหนึ่งของทีมรักษา ทั้งยังเป็นเครื่องเตือนใจให้นักศึกษามุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความรู้ ประสบการณ์ และคุณธรรม เพื่อเติบโตเป็นแพทย์ที่มีคุณภาพในอนาคต

ภายในงาน นักศึกษาแพทย์ได้ร่วมขับร้องเพลง “เจ้าหญิงของปวงประชา” เพื่อถวายพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระกรุณาธิคุณต่อ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงก่อตั้งราชวิทยาลัยฯ เพื่อสืบสานพระปณิธานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนไทย
ทั้งนี้ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 จะเริ่มเข้าสู่ช่วงการเรียนรู้ในระดับคลินิก ณ โรงพยาบาลเครือข่าย ได้แก่ โรงพยาบาลนครปฐม โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากช่วง Early Years สู่การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในสภาพแวดล้อมทางคลินิกที่มีความซับซ้อน โดยนักศึกษาทุกคนได้ผ่านการเตรียมความพร้อมมาแล้วตลอดระยะเวลา 4 ปี รวมถึงการศึกษาวิจัย ณ University College London ซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญก่อนเข้าสู่การปฏิบัติการทางคลินิกจริง
การเรียนรู้ในช่วงนี้จะเน้นการประยุกต์ใช้ความรู้ร่วมกับทักษะสำคัญ อาทิ การสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ควบคู่ไปกับการปลูกฝังจริยธรรมวิชาชีพ การทำงานเป็นทีมกับบุคลากรสหวิชาชีพ รวมถึงการเข้าใจระบบการประเมินผลในชั้น Later Years เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นแพทย์ที่สามารถรับมือกับความท้าทายทั้งด้านวิชาการและจิตใจได้อย่างสมดุล
