สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

กกต. และ ศส.ปชต.: เสาหลักแห่งประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

 กกต. และ ศส.ปชต.: เสาหลักแห่งประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

ในระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย การเลือกตั้ง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการแสดงออกซึ่งเจตจำนงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งดำเนินไปอย่าง สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฏหมาย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีองค์กรกลางที่มีความเป็นอิสระมาทำหน้าที่กำกับดูแล นั่นคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในระดับรากหญ้าผ่าน ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ศส.ปชต.) ซึ่งทั้งสองกลไกนี้ล้วนเป็นเสาหลักที่ช่วยค้ำจุนและส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยให้เข้มแข็งในประเทศไทย

ทำไมต้องมี กกต. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง?

คำถามที่ว่า “ทำไมต้องมี กกต.?” มีคำตอบที่ชัดเจนและสำคัญอย่างยิ่งต่อการธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย กกต. ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็น องค์กรอิสระที่ปราศจากอคติทางการเมือง มีบทบาทหลักในการบริหารจัดการและควบคุมดูแลการเลือกตั้งทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงระดับท้องถิ่น ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

หากไม่มี กกต. หรือมีองค์กรที่ทำหน้าที่นี้โดยขาดความเป็นกลาง การจัดการเลือกตั้งอาจถูกแทรกแซงจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำให้ผลการเลือกตั้งไม่สะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความไม่ไว้วางใจในกระบวนการเลือกตั้ง ความขัดแย้งทางการเมือง หรือแม้กระทั่งการล้มล้างระบบประชาธิปไตยในที่สุด กกต. จึงเป็นหลักประกันสำคัญที่ช่วยให้ ประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างเสรี เท่าเทียม และเป็นธรรม ปราศจากการข่มขู่ คุกคาม หรือการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของประชาธิปไตยที่แท้จริง

นอกจากการจัดการเลือกตั้งแล้ว กกต. ยังมีภารกิจในการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นมะเร็งร้ายที่บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย กกต. มีอำนาจในการสอบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และมีบทบาทในการเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเลือกตั้งมีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในอนาคต

ศส.ปชต. หรือชื่อย่อว่า (ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย)

ในขณะที่ กกต. ทำหน้าที่ในระดับนโยบายและภาพรวม ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย หรือ ศส.ปชต. ก็คือกลไกสำคัญที่ลงไปทำงานในระดับฐานรากของสังคมไทย ศส.ปชต. เปรียบเสมือนแขนขาของ กกต. ในระดับชุมชน ซึ่ง กกต. ให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้จัดตั้งขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมีสมาชิกเป็นประชาชนในท้องถิ่นที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่

วัตถุประสงค์หลักของ ศส.ปชต. คือการ เสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาธิปไตยจากภายในชุมชน ผ่านการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การปลูกฝังจิตสำนึกพลเมืองที่ดี และการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม

บทบาทของ ศส.ปชต. ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การให้ความรู้ในช่วงก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังเป็นการ สร้างเครือข่ายประชาชนผู้ตื่นรู้ทางการเมือง ที่ทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี พวกเขาจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การอบรมให้ความรู้เรื่องสิทธิและหน้าที่พลเมือง การจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองในชุมชน การรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และที่สำคัญที่สุดคือการ เฝ้าระวังการทุจริตเลือกตั้ง ในพื้นที่ของตนเอง โดยทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้กับ กกต. ในการรายงานและแจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของภาคประชาชนในการธำรงรักษาความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง

บทบาทหน้าที่ของ กกต.

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น บทบาทหน้าที่ของ กกต. สามารถจำแนกได้เป็นหลายประการ ซึ่งล้วนแต่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตย

  1. การจัดการเลือกตั้งทุกระดับ กกต. มีหน้าที่วางแผน ออกแบบ และดำเนินการจัดการเลือกตั้งในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประกาศวันเลือกตั้ง การแบ่งเขตเลือกตั้ง การกำหนดหน่วยเลือกตั้ง การรับสมัคร ส.ส., ส.ว., และผู้บริหารท้องถิ่น การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง การจัดเตรียมคูหาและอุปกรณ์การเลือกตั้ง ไปจนถึงการนับคะแนนและรวบรวมผล
  2. การควบคุมการหาเสียงและพฤติกรรมผู้สมัคร กกต. กำหนดระเบียบและแนวปฏิบัติในการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างยุติธรรมและเสมอภาค ปราศจากการใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น การให้ร้ายป้ายสี หรือการกระทำอื่นใดที่ขัดต่อกฎหมาย นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังพฤติกรรมของผู้สมัครและพรรคการเมือง เพื่อป้องกันการทุจริตหรือการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  3. การสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยข้อร้องเรียน กกต. มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนและไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสิทธิขายเสียง การหลอกลวง การข่มขู่ หรือการกระทำอื่นใดที่ส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง กกต. สามารถสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้กระทำผิด หรือส่งเรื่องให้หน่วยงานอื่นดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
  4. การให้ความรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วม: กกต. ตระหนักถึงความสำคัญของการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ในการเลือกตั้ง รวมถึงการปลูกฝังจิตสำนึกประชาธิปไตยที่ดี กกต. ดำเนินการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ และให้การสนับสนุน ศส.ปชต. ในการเป็นแกนนำเผยแพร่ความรู้ในระดับท้องถิ่น
  5. การพิจารณาประกาศผลการเลือกตั้ง: หลังจากกระบวนการเลือกตั้งเสร็จสิ้น กกต. มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของผลคะแนน และประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้ได้รับการเลือกตั้งสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

กล่าวโดยสรุป กกต. และ ศส.ปชต. เป็นกลไกที่ทำงานเสริมซึ่งกันและกัน กกต. ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและจัดการให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและโปร่งใส ส่วน ศส.ปชต. เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้หลักการประชาธิปไตยหยั่งรากลึกในชุมชน ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การทำงานร่วมกันของทั้งสององค์กรนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้าง ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนและมีคุณภาพในสังคมไทย

 

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ