Digiqole ad

SkinX แอปพลิเคชัน Telemedicine พบแพทย์ออนไลน์สุดปัง การันตีจากยอดดาวน์โหลดกว่า 500,000 ครั้ง ทะยานเข้าสู่เป้าหมาย 1 ล้านดาวน์โหลด!

 SkinX แอปพลิเคชัน Telemedicine พบแพทย์ออนไลน์สุดปัง การันตีจากยอดดาวน์โหลดกว่า 500,000 ครั้ง  ทะยานเข้าสู่เป้าหมาย 1 ล้านดาวน์โหลด!
Social sharing
Digiqole ad

SkinX แอปพลิเคชัน Telemedicine พบแพทย์ออนไลน์สุดปัง การันตีจากยอดดาวน์โหลดกว่า 500,000 ครั้ง ทะยานเข้าสู่เป้าหมาย 1 ล้านดาวน์โหลด!

หากพูดถึงเรื่องการดูแลสุขภาพในยุคปัจจุบัน ทุกคนจะมุ่งเน้นการดูแลตนเองในแบบองค์รวม ซึ่งเทรนด์สุขภาพที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2024 นี้คือ การนำเทคโนโลยีมาใช้การวงการสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น AI ในผลิตภัณฑ์ความงาม เพื่อช่วยให้เราได้ทดลองผลิตภัณฑ์เสมือนจริง ก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งแอปพลิเคชันเกี่ยวกับสุขภาพความงาม เรื่องของผิวพรรณ ที่กำลังมาแรงสุด ๆ ด้วยยอดการดาวน์โหลดกว่า 500,000 ครั้ง นั่นก็คือ SkinX telemedicine application ที่ทำให้เราเข้าถึงการหาแพทย์ผิวหน้งได้อย่างง่ายแค่ปลายนิ้ว

แอปพลิเคชัน SkinX หรือจะเรียกว่าเป็น Telemedicine สัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จในยอดการดาวน์โหลดที่ทะลุ 500,000 ครั้งไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ “หมอผิง – แพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม SkinX
เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส กับความท้าทายที่ต้องเจอ

“แอปฯ SkinX ถือกำเนิดในช่วง Covid-19 ระบาด โดยเราพบว่าปัญหาหรือจุดอ่อนที่เป็น Pain point ของคนไข้ในช่วงเวลาดังกล่าวมีหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังที่มีจำนวนจำกัด, ไม่สามารถประเมินเวลาในการพบแพทย์ได้, ไม่ทราบค่ารักษาและค่ายาที่แน่นอน, หลังพบแพทย์ต้องรอคิวนานเพื่อชำระเงิน, สถานพยาบาลเปิดเฉพาะเวลาทำการ, ต้องทำประวัติก่อนพบแพทย์, ต้องมีการทำนัดหมายก่อนเข้ารับการรักษา, ไม่สามารถเลือกแพทย์ได้ ประกอบกับช่วงสถานการณ์ระบาดของ Covid-19 คนไข้มีความกังวลในการเดินทางมารับการบริการที่โรงพยาบาลหรือคลินิกค่อนข้างมาก เราจึงพัฒนาแอปพลิเคชัน SkinX ขึ้นมา เพื่อแก้จุดอ่อนเหล่านั้น โดยมองว่าบริการ Telemedicine เป็นบริการที่ตอบโจทย์คนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยลดการเดินทางของคนไข้ได้อีกด้วย” พญ. ธิดากานต์กล่าวถึงที่มาของ แอป SkinX

ฉะนั้นการจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยการให้ความรู้และเชื่อมั่นว่า เรื่องผิวเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ถือเป็นความท้าทายของนักพัฒนาแอปพลิเคชันอย่างมาก SkinX มีหลักการพัฒนาแอปฯ โดยยึดผู้ใช้งานเป็นหลัก (User Centric) โดยได้นำความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากลูกค้ามามาปรับปรุง ต่อยอดให้ใช้งานได้จริง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้แอปฯ ที่สะดวกรวดเร็วของลูกค้า ส่วนในฝั่งของแพทย์และเภสัชกรผู้ให้บริการนั้น ก็ใช้หลักการออกแบบเดียวกัน เพื่อให้ระบบมีความสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

แตกต่างอย่างน่าเชื่อถือ ด้วยพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับประเทศ
เมื่อได้คอนเซ็ปต์การสร้างแอปพลิเคชัน SkinX ขึ้นมาแล้ว ยังต้องหาจุดแข็งของแบรนด์ที่ต่างจากแอปฯ คู่แข่งในตลาดปัจจุบันด้วย ซึ่งสิ่งที่ทำให้ SkinX ต่างจากคู่แข่งคือ ความน่าเชื่อถือ เนื่องจาก SkinX ได้ร่วมมือพัฒนาแอปพลิเคชันร่วมกับ SCB 10X บริษัทในกลุ่ม SCBX ที่ดูแลด้านการร่วมลงทุน และร่วมสร้างในบริษัทนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่มีแนวคิดมุ่งเน้นการทดลอง และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ไม่อยู่ภายใต้กรอบแนวความคิดแบบเดิม ๆ ทำให้กล้าที่จะสร้างสรรค์แอปพลิเคชันที่ครบวงจรเรื่องการพบแพทย์ออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องใบหน้าและผิวพรรณ ร่วมกับบริษัทในเครือโรงพยาบาลสมิติเวช Digital Health Venture (Samitivej) ผู้นำด้าน Telemedicine ที่สะดวก รวดเร็ว เน้นคนไข้เป็นจุดศูนย์กลาง ลดการเดินทางของลูกค้า ขยายบริการด้านสาธารณสุขให้เข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม โดย SkinX ยังเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่รวมแพทย์ผิวหนัง และแพทย์เฉพาะทางในด้านต่าง ๆ กว่า 200 คน จากโรงพยาบาล และคลินิกผิวหนังชั้นนำของเมืองไทย

ตอบโจทย์สังคมโซเชียล ใช้งานสะดวก เข้าใจง่าย ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
ฟังก์ชันการทำงานของ SkinX นั้นออกแบบมาโดยเน้น User Friendly เป็นมิตรกับผู้ใช้ เข้าใจง่าย ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ SkinX ประสบความสำเร็จได้เร็ว โดยเมื่อเข้าสู่แอปแล้ว ผู้ใช้บริการสามารถเลือกหมวดหมู่ที่ต้องการปรึกษาแพทย์ได้ วิดีโอคอล โดยแพทย์ทุกท่านเป็นแพทย์ที่สำเร็จในสาขาเฉพาะทางสกินแคร์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว ซึ่งในอนาคตจะมีบริการด้านทันตกรรมเพิ่มเข้ามาด้วย

รู้ค่าใช้จ่ายชัดเจน ไม่บานปลายเรื่องค่ารักษา
ข้อดีที่ถือเป็นจุดเด่นของ SkinX ที่หลายคนพึงพอใจคือ การแสดงค่าปรึกษาแพทย์ให้เห็นก่อนทำการเข้ารับบริการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นแอบแฝง จึงง่ายในการตัดสินใจใช้บริการ ซึ่งเป็นการลดกำแพงด้านการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ด้วยความโปร่งใสทางด้านราคา หมอผิงเสริมว่า “”อีกหนึ่งข้อแตกต่างของ SkinX คือคนไข้สามารถทราบค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่ต้น และยังสามารถเลือกที่จะรับยาหรือไม่รับยาได้เช่นกัน ซึ่งในจุดนี้ จะแตกต่างจากการไปโรงพยาบาล ที่เราต้องพบแพทย์ก่อน และทราบค่าใช้จ่ายทีหลัง โดยผู้ที่เข้าใช้งานเป็นครั้งแรกยังสามารถปรึกษาแพทย์ได้ฟรี และหลังสั่งยา จะมีเภสัชกรโทรไปติดตามผลทุกครั้ง เพื่อให้ข้อมูลและคำแนะนำในการใช้ยา รวมถึงแจ้งข้อมูลหากเกิดการแพ้ยาต่าง ๆ อย่างละเอียด โดยจากการทำการสำรวจความพึงพอใจผู้ใช้งานจริงของเรา พบว่า ในยอดโทรปรึกษากว่า 85,000 ครั้งนั้น ผู้ใช้บริการพึงพอใจถึง 90% และอีก 90% ของคนไข้รักษาสิว หายในครั้งที่ 3”

แอปฯ เดียวจบครบวงจรเรื่องผิวพรรณ
นอกจากวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ลูกค้าพบแพทย์เกี่ยวกับเรื่องใบหน้า ผิวพรรณ และการลดน้ำหนักผ่านระบบออนไลน์แล้ว ฟังก์ชันภายในแอปฯ ยังมีแพ็คเกจบริการเสริมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ ดีลหัตถการทางการแพทย์จากโรงพยาบาล และคลินิกชั้นนำต่าง ๆ จำนวนกว่า 200 คลีนิค ให้เลือก โดยมีบริการให้คำปรึกษาโดยแพทย์ ก่อนเลือกซื้อหัตถการสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไรก่อน-หลังอีกด้วย ซึ่งการให้คำปรึกษาไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด เรายังสามารถเลือกซื้อสกินแคร์จำนวนกว่า 3000 SKU และสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ ที่คัดสรรมาแล้วว่าเป็นของแท้ในราคาสุดคุ้ม เช่น CeraVe, Eucerin, Physiogel, La Roche-Posay, DR.CBD Earthlab เป็นต้น

“เรามีเป้าหมายที่จะเป็นแอปพลิเคชัน Telemedicine เบอร์หนึ่งด้านผิวหนังในใจของลูกค้าทุกคน และจะเดินหน้าสู่ยอดดาวน์โหลด 1 ล้านครั้ง รวมถึงจะพัฒนาระบบบริหารจัดการความสัมพันธ์ของลูกค้า (CRM) เพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์มากที่สุดในการใช้แอป ซึ่งทั้งหมดนี้ คือการสร้างการเติบโตให้กับตัวแอป SkinX ในระยะยาวนั่นเอง” แพทย์หญิงธิดากานต์กล่าวปิดท้าย

SkinX จึงถูกยกให้เป็นแอปพลิเคชันที่ให้บริการด้านการปรึกษาปัญหาผิวหนังออนไลน์ครบวงจรแห่งแรกของประเทศ ตั้งแต่พบแพทย์ผ่านวิดีโอคอล สั่งยา และติดตามผล โดยเน้นที่ความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ไม่ต้องรอคิว พร้อมบริการจัดส่งยาตามใบสั่งแพทย์โดยเภสัชกรถึงบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สำคัญยังใช้งานง่าย ประเมินราคาได้ทันที ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ประหยัดเวลาในการเดินทาง และทำให้การหาหมอเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว

 

 

Facebook Comments

Related post