Digiqole ad

SABINA เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปีนี้ดีกว่าที่คาด ลุ้นโค้งสุดท้ายปลายปีหลังเปิดประเทศ

 SABINA เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปีนี้ดีกว่าที่คาด ลุ้นโค้งสุดท้ายปลายปีหลังเปิดประเทศ

SABINA เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 3 (กรกฎาคมถึงกันยายน) ปี 2564 รายได้รวม 547.2 ล้านบาท ลดลง 13.6% จากไตรมาส 2 ของปีเดียวกัน (QoQ) และลดลง 32.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 (YoY) โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 55.2 ล้านบาท ลดลง 12% (QoQ) และลดลง 35.7% (YoY) แจงรับผลกระทบมาจากการล็อคดาวน์ระลอกสอง หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงกว่าทุกครั้ง ชี้แม้รายได้รวมและกำไรสุทธิจะลดลง แต่ก็ดีกว่าที่คาด โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการล็อคดาวน์ระลอกแรกในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ขยับจาก 38.8% ในไตรมาส 2 ปี 63 มาอยู่ที่ 50.4% ในไตรมาส 3 ปี 64

Advertisement

นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในภายใต้แบรนด์ “ซาบีน่า” เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ทั้งรายได้รวมและกำไรสุทธิ จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าของปีเดียวกัน (QoQ) และไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) แต่บริษัทฯ ก็ยังสามารถรักษาผลการดำเนินงานให้มีกำไรได้ในภาวะที่มีความท้าทายจากปัจจัยเสี่ยง ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรง จนทำให้รัฐบาลประกาศล็อคดาวน์เป็นครั้งที่ 2 ส่งผลต่อยอดขายในห้างสรรพสินค้าที่ต้องปิดให้บริการชั่วคราวตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของภาครัฐ แต่เมื่อเทียบกับการล็อคดาวน์ครั้งแรกในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 กับการล็อคดาวน์ครั้งล่าสุด ก็ต้องยอมรับว่า SABINA สามารถที่จะรับมือกับการล็อคดาวน์ได้มีประสิทธิภาพขึ้น

“การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบล่าสุด ไม่เพียงกระทบกับยอดขายในช่องทางรีเทล (Retail) ผ่านซาบีน่า ช็อปและเคาน์เตอร์ซาบีน่า ในห้างสรรพสินค้าเท่านั้น แต่ยังกระทบรายได้ช่องทางการส่งออก (Export) สินค้าแบรนด์       “ซาบีน่า” ไปยังประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา และเวียดนาม) ขณะที่รายได้จากช่องทางการรับผลิต (OEM) ให้กับลูกค้าในยุโรปอยู่ในภาวะทรงตัว ส่วนรายได้จากการช่องทางออนไลน์ (Non Store Retailing : NSR)       ยังเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายที่บริษัทฯ ดำเนินการมาโดยตลอด ทำให้ SABINA ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ได้ที่ระดับ 50.4% สูงกว่าช่วงเวลาที่มีการล็อคดาวน์ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ซึ่ง GPM อยู่ที่ 38.8%” นายบุญชัยกล่าว

สำหรับปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญที่ทำให้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ดีกว่าที่คาดไว้ มาจากกลยุทธ์ด้านการตลาดของ SABINA ที่ไม่ปล่อยให้สูญเสียโอกาสด้านการขาย หลังจากที่ภาครัฐประกาศคลายล็อคดาวน์ในช่วงต้นเดือนกันยายน โดยบริษัทฯ ได้เตรียมโปรโมชั่นกระตุ้นการขายไว้ก่อนหน้านั้น และสามารถนำมาใช้ได้ทันที เมื่อผนวกกับความต้องการซื้อของผู้บริโภคที่อัดอั้นมาจากการล็อคดาวน์ ประกอบกับมีแคมเปญส่งเสริมการขาย 9.9 กับแพลตฟอร์มช็อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ ทำให้ SABINA สามารถสร้างยอดขายทั้งจากหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาสที่ 3 ได้อย่างน่าพอใจ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SABINA กล่าวด้วยว่า แนวโน้มในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ หลังจากมีการเปิดประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้ภาพรวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจคึกคักขึ้น ขณะเดียวกัน ในช่วงปลายปีเป็นช่วงเทศกาลจับจ่ายใช้สอย และยังมีแคมเปญช้อปปิ้ง 11.11 ที่เป็นแคมเปญใหญ่ของปีทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ SABINA ติดอันดับขายดีบนแพลตฟอร์มลาซาด้า ซึ่งหากว่า สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้หลังเปิดประเทศ ก็เชื่อว่า จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นอย่างชัดเจน และหากมีมาตรการสนับสนุนการบริโภคจากภาครัฐเข้ามากระตุ้นกำลังซื้อ ก็มั่นใจว่า จะสามารถประคองผลการดำเนินงานในปี 2564  ไว้ได้ นอกจากนี้ SABINA ยังได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ต้นทุนนำเข้าสินค้าจ้างผลิตลดต่ำลง และทำให้การบริหารอัตรากำไรขั้นต้นของปีนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามไปด้วย

Advertisement
Facebook Comments

Related post