Digiqole ad

ROYAL ENFIELD เปิดตัวโรงงาน CKD แห่งที่ห้าในโลก และแห่งแรกแห่งเดียวในเนปาล

 ROYAL ENFIELD เปิดตัวโรงงาน CKD แห่งที่ห้าในโลก และแห่งแรกแห่งเดียวในเนปาล
Social sharing
Digiqole ad
  • Royal Enfield ผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางระดับโลก ขยายธุรกิจไม่ยั้ง เปิดโรงงานประกอบ CKD แห่งที่ 5 ของแบรนด์อีกหนึ่งแห่งที่ตั้งอยู่นอกประเทศอินเดีย ในรอบ 3 ปี
  • โรงงาน CKD แห่งที่ 5 นี้ ตั้งอยู่ในประเทศเนปาล ตั้งเป้ารุกตลาดรถจักรยานยนต์พรีเมี่ยมขนาดกลางของภูมิภาคเอเชียใต้
  • ด้วยกำลังการผลิต 20,000 หน่วยต่อปี โรงงาน CKD แห่งใหม่นี้เริ่มดำเนินการด้วยการประกอบรุ่น Classic 350 ใหม่ และ SCRAM 411 พิเศษเฉพาะในประเทศเนปาล 

Royal Enfield ผู้นำระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc-750cc) ประกาศการเติบโตต่อเนื่อง ขยายฐานการผลิต เปิดโรงงานประกอบ CKD แห่งแรกแห่งเดียวในเนปาล โดยความร่วมมือกับ Triveni Group โรยัล เอ็นฟีลด์เล็งรุกตลาดในภูมิภาค SAARC หรือภูมิภาคเอเชียใต้ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่มีต่อการขยายธุรกิจในประเทศเนปาล โดยโรงงานใหม่นี้ตั้งอยู่ในเมือง Birgunj ซึ่งนับเป็นหน่วยประกอบ CKD แห่งที่ 5 ในโลกของแบรนด์ หลังจากบราซิล ประเทศไทย โคลอมเบีย และอาร์เจนตินา ที่รับไม้ต่อมาจากโรงงานผลิตอันทันสมัย ตั้งอยู่ในรัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย

B Govindarajan ซีอีโอของ Royal Enfield กล่าวแสดงความยินดีกับทีมงานในการเปิดตัวโรงงาน CKD ในประเทศเนปาล โดยกล่าวว่าเป็นความพยายามของเราที่จะเติบโตและขยายกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลางทั่วโลก และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เราประสบความสำเร็จอย่างมากในการดำเนินงานระหว่างประเทศของเรา ปัจจุบัน Royal Enfield ติดอันดับหนึ่งของแบรนด์รถจักรยานยนต์ขนาดกลางชั้นนำในตลาดภูมิภาคต่างๆ เช่น สหราชอาณาจักร เกาหลี ออสเตรเลียนิวซีแลนด์ และอีกหลายประเทศ ในเชิงกลยุทธ์ จากที่เราประสบความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ CKD สี่แห่งทั่วเอเชียแปซิฟิกและละตินอเมริกามาแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้

เรายังได้เริ่มกลยุทธ์การตลาด (Direct Market) ในสหราชอาณาจักรอีกด้วย เรามีความตั้งใจที่จะขยายตลาดไปในระดับโลกมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงโรงงาน CKD แห่งใหม่ในเนปาลนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายตลาดทั่วโลกที่เล็งเป้าหมายการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มาพร้อมรางวัลระดับโลกที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้ขับขี่ในเนปาลได้สัมผัสบรรยากาศความรื่นรมย์ที่แตกต่างไป

โดยภาพรวม ตลาดรถจักรยานยนต์ในเนปาลกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างน่าจับตามอง และ Royal Enfield มองเห็นศักยภาพของตลาดในจุดนั้น โดยในช่วงก่อนการระบาดของ Covid-19 กลุ่มรถจักรยานยนต์ในเนปาลมีจำนวนเกือบ 1.7 ล้านคันต่อปี โดยเกือบ 60%-65% เป็นรถจักรยานยนต์ที่ขายในกลุ่มพรีเมียม (150 ซีซี) คาดการณ์ว่าตลาดจะเติบโตที่ 10%-15% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และ Royal Enfield เชื่อว่าแนวโน้มของการผลิตรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียมจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะยืดหยุ่น แรงบิดสูง และเชื่อถือได้ Royal Enfield จึงเป็นแบรนด์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสไตล์การขับขี่กับภูมิประเทศที่สมบุกสมบัน และน่าท้าทายของประเทศเนปาล

ณ เมืองกาฐมาณฑุ ในการเปิดตัวโรงงาน CKD รวมถึงเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่สำหรับตลาดเนปาล Yadvinder Singh Guleria ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของ Royal Enfield กล่าวว่าวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเดินทางของเราในตลาดเนปาล เราได้ประกาศการดำเนินงานของโรงงานประกอบ CKD ในเมือง Birgunj ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเราต่อศักยภาพของตลาดและ Community ของกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่กำลังเติบโต นอกจากความมุ่งมั่นของเราในการขยายตลาดในประเทศแล้ว แผนระยะยาวของเราคือการขยายเครือข่ายระบบค้าปลีกของเราจาก 18 แห่งในปัจจุบัน เป็น 35 แห่งใน 30 เมือง ภายในปีหน้า

เรามั่นใจว่าเราจะสามารถดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มใหม่และขยายกลุ่มผู้บริโภคผู้นิยมกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลางในเนปาลได้อย่างแน่นอน ภูมิประเทศของเนปาลเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ของ Royal Enfield อย่างไม่ต้องสงสัย

ด้วยความสามารถในการประกอบชิ้นส่วน 20,000 ชิ้นต่อปี ศูนย์ประกอบชิ้นส่วนท้องถิ่นในเมือง Birgunj นับเป็นศูนย์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัย มีขนาดพื้นที่กว่า 1 แสนตารางฟุต ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในประเทศได้อย่างทั่วถึง ในช่วงเริ่มต้น โรงงานแห่งนี้จะมีการประกอบชิ้นส่วนของ Classic 350 และ Scram 411 และด้วยการเปิดตัวศูนย์นี้ Royal Enfield มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจรถจักรยานยนต์ตลอดจนดูแลกลุ่มผู้รักรถขนาดกลางที่กำลังเติบโตในประเทศเนปาลอย่างครอบคลุมและทั่วถึง

Facebook Comments

Related post