Digiqole ad

Rama Channel อัดแน่นรายการสุขภาพเพื่อคนไทย-รู้ทันโควิด-19

 Rama Channel อัดแน่นรายการสุขภาพเพื่อคนไทย-รู้ทันโควิด-19
Advertisement

หนึ่งในความกังวลใจเหล่านั้นคือเรื่องการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 ท่ามกลางกระแสข่าวการแพร่กระจายของสายพันธุ์เดลต้าหรือสายพันธุ์อินเดีย ที่ว่ากันว่าจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักแทนสายพันธุ์อัลฟ่าหรือสายพันธุ์อังกฤษ ไม่นับสายพันธุ์เบต้าหรือสายพันธุ์แอฟริกาใต้ที่ปัจจุบันระบาดจากนราธิวาสไปยัง 12 จังหวัดภาคใต้

แล้ว “โควิด-19 กลายพันธุ์อันตรายไหม?”  ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายถึงสาเหตุการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 ว่ามีด้วยกัน 3 สาเหตุหลัก คือ…

Advertisement

1.เป็นธรรมชาติของไวรัสที่มีการแบ่งตัว ซึ่งทุกครั้งที่มีการเพิ่มจำนวนจะไม่มีระบบควบคุม จึงมีแบ่งตัวผิดแบ่งตัวถูก โดยไวรัสจะมีการกลายพันธุ์มากกว่าแบคทีเรีย

2.เกิดจากการรักษา เป็นเหตุให้ไวรัสกลายพันธุ์เพื่อปรับตัวให้พ้นจากการถูกฆ่า

3.แหล่งการติดเชื้อ เช่น ในคนหรือในสัตว์ ซึ่งการกลายพันธุ์จะเกิดขึ้นไม่เท่ากัน

“การกลายพันธุ์ของไวรัสที่ทำให้เกิดโควิด-19 เกิดขึ้นมากมายเพราะสามารถกลายพันธุ์ได้ตลอดเวลา แต่สิ่งที่เราให้ความสนใจคือ การกลายพันธุ์ที่ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงหรือส่งผลให้เกิดการแพร่เชื้อมากขึ้นหรือไม่

ถามว่าการกลายพันธุ์มีผลต่อการติดเชื้อไหม? และมีผลต่อการรักษาอย่างไร? ต้องบอกว่าข้อมูลของไวรัสกลายพันธุ์ ณ จุดนี้ เราทราบแล้วว่าไวรัสที่มีการกลายพันธุ์ส่งผลให้มีการติดเชื้อง่ายขึ้น และส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อมากขึ้นคือสิ่งที่เรากลัว เพราะถ้ามีการติดเชื้อได้ง่ายขึ้นและแพร่เชื้อที่ง่ายขึ้นจะทำให้จำนวนผู้ที่ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีการเจ็บป่วยมากขึ้น และส่งผลให้มีความรุนแรงในสัดส่วนที่มากขึ้น

…ถ้าตอนนี้จะมี 4 สายพันธุ์แล้วที่เราให้ความสนใจคือ สายพันธุ์ที่มีต้นตอการค้นพบที่อังกฤษ สายพันธุ์ที่พบที่แอฟริกาใต้ สายพันธุ์ที่พบที่บราซิล และสายพันธุ์ที่พบที่อินเดีย น่าจับตามองเพราะในประเทศไทยมีรายงานการพบ ซึ่งผลจากการกลายพันธุ์ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ติดเชื้อมากขึ้น ทำให้มีการติดเชื้อที่รุนแรง”

การกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 เป็นเพียงหนึ่งในประเด็นฮิตที่หยิบขึ้นมาเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงการนำเสนอสาระความรู้อย่างสั้น กระชับ ชัดเจน และเข้าใจง่ายผ่านทาง “รามาแชนแนล” (RAMA Channel ขับเคลื่อนสังคมไทยให้สุขภาพดี) จากบรรดาหัวข้อน่าสนใจที่มีหลากหลายมากกว่า 7,000 คลิป และบทความอีกมากกว่า 1,600 บทความ ที่สามารถเข้าชมได้ทาง ยูทูบ Rama Channel เว็บไซต์ https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/ เฟซบุ๊ก Rama Channel ทวิตเตอร์ Ramachanneltv รวมทั้งมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง ทรูวิชั่น ช่อง 42

เพราะเรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ใช่เรื่องง่าย การจะสร้างสังคมที่สมาชิกมีคุณภาพชีวิตดีไปด้วยกัน ประการหนึ่งคือ การไม่เจ็บป่วย โดยเฉพาะในช่วงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทบกับคุณภาพชีวิตของคนส่วนมาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เล็งเห็นถึงความสำคัญของประเด็นดังกล่าว ประกอบกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันสื่อออนไลน์มีบทบาทอย่างสูง  หลายคนเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย จะใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์ บางคนค้นหาข้อมูลทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งข้อมูลปลอมมีอยู่มากมาย เป็นที่มาของการเปิด “รามาแชนแนล” เมื่อ 8 ปีก่อน โดยเริ่มจากการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) เชื่อมต่อกับเครื่องรับโทรทัศน์ เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการดูแลรักษาสุขภาพ การป้องกันโรคและการบริการต่างๆ รวมทั้งข้อมูล ข่าวสารของโรงพยาบาลให้แก่ผู้ป่วยและประชาชน โดยนำร่องให้บริการในห้องพักผู้ป่วยที่ชั้น 8 และ 9 ภายในศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ ภายใต้การบริหารงานของ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตามนโยบายของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีที่วางไว้ว่า นอกจากการให้บริการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดแล้ว ยังมุ่งให้ความรู้ในการป้องกันโรค การสร้างเสริมสุขภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้ป่วยและประชาชน

ก่อนจะขยายสู่ออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบรายแรกของประเทศไทย เพื่อให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนได้อย่างครบถ้วนและทันท่วงที โดยมีเป้าหมายเพื่อการขับเคลื่อนสังคมไทยให้สุขภาพดี

ปัจจุบัน “รามาแชนแนล” นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเชื่อมต่อให้ผู้คนได้รับชมกับรายการรามาแชนแนล ผ่านระบบออนไลน์ ทั้งแบบชมสดผ่านเว็บไซต์ หรือชมย้อนหลัง ที่มากมายด้วยข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสุขภาพที่มีความหลากหลาย

ตัวอย่างเช่น “พบหมอรามาฯ” ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 15.30-16.30 น. เจาะประเด็นข่าวฮิตเกี่ยวกับสุขภาพ โดยเนื้อหา หรือบทความมาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่จะให้ความรู้ในด้านสุขภาพ ล้วนแล้วแต่เป็นคลังความรู้ที่ทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบันอย่างรอบด้าน

ตัวอย่างเช่น หัวข้อ “เพศสัมพันธ์” กับ “โควิด-19” ที่ ผศ.พญ.อรวิน วัลลิภากร สาขาวิชาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รับเชิญมาไขข้อข้องใจในทุกคำถาม

รายการ “ลัดคิวหมอ” Live “พิมพ์ปุ๊บ ตอบปั๊บ” เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเขียนคำถามมาปรึกษาปัญหาสุขภาพได้ทางเฟซบุ๊กขณะถ่ายทอดสด ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 17.00-18.00 น.

“รามาวาไรตี้” RAMA Variety นำเสนอสาระด้านสุขภาพต่างๆ ทั้งด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และสุขภาพจิต เช่น เรื่องสุขภาพจิตเด็กยุคโควิด-19 การออกกำลังกายสำหรับผู้เริ่มต้น รวมถึงยังนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งนวัตกรรมทางการแพทย์ และศูนย์บริการต่างๆ ให้ประชาชนได้รู้จักมากขึ้นอีกด้วย

ยังมีสาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ Health Tips อีกมากมาย อาทิ ฮีตสโตรก อากาศร้อนจัด ฆ่าคนได้, แอสเพอเกอร์ ซินโดรม โรคที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จัก แต่ถ้าคอภาพยนตร์เกาหลีอาจจะเคยได้ยินชื่อบ้าง ผ่านการนำเสนอเรื่องราวของตัวเอกที่ทักษะการเข้าสังคมบกพร่อง มีพฤติกรรมหมกมุ่น ทำซ้ำๆ ไม่ยืดหยุ่น จนเกิดผลเสียต่อการใช้ชีวิต และนอนไม่หลับทำอย่างไรดี เป็นต้น

พร้อมทั้งภาพประกอบและอินโฟกราฟิกที่เข้าใจง่าย เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้สุขภาพดี ตามนโยบายของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีที่วางไว้ว่า นอกจากการให้บริการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดแล้ว ยังมุ่งให้ความรู้ในการป้องกันโรค การสร้างเสริมสุขภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้ป่วยและประชาชน

#ramachannel #รามาแชนแนล #โควิด19 #covid19 #รู้สู้วิกฤต

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/S69LQ

Related post