Digiqole ad

PwC เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ พบการทำ M&A ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2563 แม้โควิด-19 กระทบเศรษฐกิจ

 PwC เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ พบการทำ M&A ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2563 แม้โควิด-19 กระทบเศรษฐกิจ

PWC Logo

ลอนดอน :

– ปริมาณการทำข้อตกลงเพิ่มขึ้น 18% และมูลค่าข้อตกลงเพิ่มขึ้น 94% ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563

– ข้อตกลงขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงครึ่งปีหลัง

– ภาคเทคโนโลยีและโทรคมนาคมมีการเติบโตสูงสุด เพราะสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นที่ต้องการมากขึ้น

– บริษัทที่มีจุดประสงค์พิเศษในการซื้อกิจการ (SPAC) ระดมทุนได้ราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์

รายงานวิเคราะห์ Global M&A Industry Trends ฉบับล่าสุดของ PwC พบว่า ภาคธุรกิจหันมาทำ M&A กันมากขึ้น โดยกิจกรรมการทำข้อตกลงซื้อขายกิจการทั่วโลกนี้ได้รับปัจจัยขับเคลื่อนจากมูลค่าที่สูง รวมถึงการแข่งขันอย่างดุเดือดเพื่อช่วงชิงทรัพย์สินดิจิทัลหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ

Advertisement

รายงานดังกล่าวครอบคลุมช่วงเวลา 6 เดือนหลังของปี 2563 โดยวิเคราะห์กิจกรรมการทำข้อตกลงทั่วโลก และรวมไว้ซึ่งข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญในวงการทำข้อตกลงซื้อขายของ PwC เพื่อหาเทรนด์หลัก ๆ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนการทำ M&A พร้อมคาดการณ์ฮอตสปอตการลงทุนในปี 2564

แม้โควิด-19 จะก่อให้เกิดความไม่แน่นอนมากมาย แต่กิจกรรมการทำ M&A ก็พุ่งขึ้นอย่างมากในครึ่งหลังของปี 2563

ไบรอัน เลวี Global Deals Industries Leader ประจำ PwC และ Partner ประจำ PwC US กล่าวว่า “โควิด-19 ทำให้บริษัทหลายแห่งได้มีโอกาสเหลือบมองอนาคตของตัวเอง และหลายแห่งก็ไม่ชอบสิ่งที่เห็นมากนัก การเร่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและยกระดับธุรกิจของตนเองจึงกลายเป็นวาระสำคัญทันที การทำ M&A เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการทำให้เกิดขึ้น โดยสร้างภูมิทัศน์ที่มีการแข่งขันสูงสำหรับข้อตกลงที่เหมาะสม”

ข้อมูลเชิงลึกหลัก ๆ จากกิจกรรมการทำข้อตกลงช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ได้แก่

– การเจรจาทำข้อตกลงพุ่งขึ้นในครึ่งหลังของปี โดยปริมาณข้อตกลงเพิ่มขึ้น 18% ทั่วโลก ขณะที่มูลค่าข้อตกลงเพิ่มขึ้น 94% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก นอกจากนี้ ปริมาณและมูลค่าข้อตกลงยังปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งคู่เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562
– มูลค่าข้อตกลงปรับตัวเพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปี 2563 โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการเพิ่มขึ้นของข้อตกลงขนาดใหญ่ (วงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ขึ้นไป) ในภาพรวมนั้น มีการประกาศข้อตกลงขนาดใหญ่ทั้งสิ้น 56 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปีที่มี 27 ครั้ง
– ภาคเทคโนโลยีและโทรคมนาคมมีปริมาณและมูลค่าการทำข้อตกลงเติบโตมากที่สุดในครึ่งหลังของปี 2563 โดยปริมาณข้อตกลงในภาคเทคโนโลยีปรับตัวเพิ่มขึ้น 34% ขณะที่มูลค่าเพิ่มขึ้น 118% ส่วนปริมาณข้อตกลงในภาคโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น 15% และมูลค่าทะยานขึ้นเกือบ 300% เพราะมีข้อตกลงขนาดใหญ่ 3 ฉบับในภาคโทรคมนาคม
– เมื่อดูตามภูมิภาคแล้ว ทวีปอเมริกามีปริมาณข้อตกลงเพิ่มขึ้น 20% ยุโรป ตะวันออกกลาง กับแอฟริกาเพิ่มขึ้น 17% และเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบระหว่างครึ่งแรกและครึ่งหลังของปี 2563 โดยทวีปอเมริกามีมูลค่าข้อตกลงเพิ่มขึ้นมากที่สุดกว่า 200% เพราะมีการทำข้อตกลงขนาดใหญ่ในช่วงครึ่งหลังของปี

โควิด-19 เร่งการทำข้อตกลงเพื่อช่วงชิงสินทรัพย์ทางดิจิทัลและเทคโนโลยีในตลาดที่แข่งขันอย่างดุเดือด

สินทรัพย์ที่เป็นที่ต้องการมีมูลค่าสูงและมีการแข่งขันอย่างดุเดือด โดยมีปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาคเป็นตัวขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำ ความต้องการซื้อธุรกิจที่ล้ำนวัตกรรม มีความดิจิทัล หรือเดินหน้าด้วยเทคโนโลยี ไปจนถึงเงินทุนที่มีอยู่อย่างมหาศาลทั้งจากผู้ซื้อภาคองค์กร (เงินสดและหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือได้ง่ายรวมกันกว่า 7.6 ล้านล้านดอลลาร์) และผู้ซื้อในกลุ่มไพรเวทอิควิตี (1.7 ล้านล้านดอลลาร์)

เมื่อเทียบกันแล้ว สินทรัพย์ในภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการแพร่ระบาด เช่น การผลิตภาคอุตสาหกรรม หรือที่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนไปสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์นั้น กำลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่บริษัททั้งหลายจะต้องเข้าไปจัดการ โดยบริษัทต่าง ๆ อาจหันไปมองโอกาสในการทำ M&A หรือปรับโครงสร้างเพื่อรักษามูลค่าไว้ ในส่วนที่โมเดิลธุรกิจดูท้าทายในแง่ความอยู่รอดในอนาคต

นักเจรจาข้อตกลงประเมินการสร้างมูลค่าในขอบข่ายที่กว้างขึ้น โดยรวมปัจจัยใหม่ ๆ เข้าไปด้วย

ปัจจัยการสร้างมูลค่าแบบใหม่ ๆ เช่น ผลกระทบของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่นักเจรจาข้อตกลง และนำไปประกอบการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ เพื่อคุ้มครองและเพิ่มพูนผลตอบแทนให้ถึงขีดสุดจากมูลค่าที่สูงและความต้องการอันดุเดือด

มัลคอล์ม ลอยด์ Global Deals Leader, Partner จาก PwC Spain กล่าวว่า “ด้วยเงินทุนที่มีอยู่มากมาย ธุรกิจที่ดีต้องการทำให้งอกเงยหลายเท่าและทำได้ด้วย ซึ่งหากสิ่งนี้ดำเนินต่อไป และผมเชื่อว่าจะดำเนินต่อไปแน่ ๆ การเพิ่มเดิมพันในเรื่องการสร้างมูลค่าก็จะเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าที่เคยในการทำ M&A ที่ประสบความสำเร็จ”

ผลกระทบที่ตลาด IPO อันร้อนแรงมีต่อการทำ M&A

ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทที่มีจุดประสงค์พิเศษในการซื้อกิจการ (SPAC) ได้กลายเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น เพื่อใช้ระดมทุนซื้อกิจการในตลาด IPO อันคึกคัก โดยเมื่อปี 2563 บริษัทในกลุ่ม SPAC ระดมทุนได้ประมาณ 7 หมื่นล้านดอลลาร์ และคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของ IPO ทั้งหมดในสหรัฐ บริษัทในกลุ่มไพรเวทอิควิตีนั้นมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ SPAC เป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะเป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกที่มีประโยชน์ และในปี 2564 คาดว่ากิจกรรมจาก SPAC จะมีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า แหล่งเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีบริการสุขภาพ

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/dcjXK

Related post