Digiqole ad

“482” เสียงอย่างไม่เป็นทางการ “เศรษฐา ทวีสิน” พรรคเพื่อไทยนั่ง “นายกรัฐมนตรี คนที่ 30”

 “482” เสียงอย่างไม่เป็นทางการ “เศรษฐา ทวีสิน” พรรคเพื่อไทยนั่ง “นายกรัฐมนตรี คนที่ 30”
Social sharing
Digiqole ad
หลังจากที่พรรคเพื่อไทย มีมติเสนอชื่อ “นายเศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกรัฐมนตรี ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ล่าสุดแม้การโหวตอย่างไม่เป็นทางการ ที่มีถึง 482 เสียงแล้ว
ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยได้ประกาศชัดว่า “เศรษฐา ทวีสิน” โดยเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า “นายเศรษฐา ทวีสิน” เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ ประกอบกับแนวนโยบายของพรรคเพื่อไทยจะสามารถผสานความร่วมมือทุกฝ่าย นำพาประเทศฝ่าวิกฤตและผลักดันนโยบายพรรคเพื่อไทยสู่พี่น้องประชาชนให้สำเร็จ พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล เรามุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายที่เราได้รับปากไว้กับพี่น้องประชาชนให้สำเร็จโดยเร็ว เราจะเร่งแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำที่ทำให้พี่น้องประชาชนต้องยากลำบากมาตลอด 9 ปี เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้กลับมากินดีอยู่ดี พร้อมไปกับการสร้างประชาธิปไตยให้กลับคืนมาอีกครั้ง เราจะพยายามสุดความสามารถที่จะนำรัฐบาลของประชาชนภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย แก้ไขทุกปัญหาของพี่น้องประชาชนด้วยความตั้งใจจริง
“นายเศรษฐา ทวีสิน” ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 จากพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวต่อที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 21 ส.ค.66 ก่อนที่มีจะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันนี้ 22 ส.ค.66 เพื่อเป็นแสดงความมุ่งมั่นเดินหน้ารัฐบาลของประชาชน ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย เพื่อแก้ไขวิกฤตประเทศ ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องประชาชน
นายเศรษฐา ทวีสิน เริ่มต้นกล่าวว่าตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ตลอดเวลาที่ได้ก้าวเข้าสู่การเมือง เข้ามาสู่ในบ้านหลังนี้ภายใต้การเชื้อเชิญของ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น จากสมาชิกทุกท่านในพรรค เดินเข้ามาคนเดียวไม่ได้มีคนเข้ามา ได้รับการช่วยเหลือประคับประคองอย่างดีจากพี่น้องพรรคเพื่อไทยทุกคน จึงขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณทุกท่านด้วยใจจริง
ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามามีทั้งความประหม่าและความกังวล แต่ก็มีคนมาช่วยติวและให้คำแนะนำหลายคน วันนี้ผลการเลือกตั้งออกมาชัดเจนเราได้ 141 เสียง ไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง สิ่งที่เราพูดไประหว่างการเลือกตั้งซึ่งคำพูดเป็นนาย อยู่บนบรรทัดฐานของการที่เราต้องแลนด์สไลด์ มันไม่ได้เป็นการโกหกพี่น้องประชาชน แต่ต้องเรียนตรงๆ ว่าเราต้องยอมรับความจริง 9 ปีที่ผ่านที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล เป็นฝ่ายค้าน และไม่ได้ถืออำนาจรัฐในมือเป็นที่ประจักษ์ว่าพี่น้องประชาชนมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ได้ตกต่ำลง
ที่ผ่านมาได้มีโอกาสพบปะกับพี่น้อง สส. พรรคเพื่อไทยหลายท่าน ได้รับทราบถึงปัญหา ความต้องการและความไม่ต้องการต่างๆ ซึ่งได้มีการอธิบายด้วยใจจริงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและความจำเป็นที่เราต้องจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยโดยเร็ว เรื่องการใช้วาทกรรมในการด้อยค่าพรรคเพื่อไทยในส่วนตัวผมเองก็เจ็บพอๆ กับพวกท่านทุกคน แต่เราอยู่ในสังคมของความเป็นจริง ยังมีคนอีกจำนวนมาก ยังมีพี่น้องเกษตรกรอีกนับสิบล้านคน ซึ่งคอยการจัดตั้งรัฐบาล คอยนโยบายดีๆ ของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น ดิจิทัลวอลเล็ต การเพิ่มรายได้ของเกษตรกร 3 เท่าภายใน 4 ปี และอีกหลายๆ เรื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเราไม่มีรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย
วันนี้ต้องขอความกรุณาว่า เราต้องอยู่กับความเป็นจริง ต้องรบกวนพี่น้อง สส.ทุกคน ให้ใช้เวลาในการอธิบายกับพี่น้องประชาชนในการลงพื้นที่ถึงความจำเป็น ความมุ่งมั่นและความจริงใจที่พวกเราทุกคนตั้งใจที่จะทำให้เกิดขึ้น ยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน หล่อหลอมจิตใจให้ประเทศนี้เดินไปข้างหน้าให้ได้ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ตลอด 9 ปีมาแล้ว ที่รัฐบาลไม่ได้อยู่ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรุ่งนี้ (22 สิงหาคม 2566) ที่รัฐสภาอันทรงเกียรติ จะมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ทำให้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย และจะพยายามสุดความสามารถที่จะนำรัฐบาลของประชาชนภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย แก้ไขทุกปัญหาของพี่น้องประชาชนด้วยความตั้งใจจริง ไม่ลืมความเหน็ดเหนื่อยและไม่ลืมพรรคพวกเพื่อนฝูงเราหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต สส.เชียงใหม่ และ ชานันท์ ยอดหงษ์ อดีตผู้รับผิดชอบนโยบายด้านอัตลักษณ์และความหลากหลายทางเพศ ที่จำใจต้องเดินออกจากพรรคไปด้วยอุดมการณ์อันแรงกล้า ด้วยความปรารถนาดีกับพรรคเพื่อไทย และไม่มีการทรยศต่อมิตรภาพที่เรามีอยู่ ไม่มีการขว้างหินกลับมาใส่บ้านที่เขาเคยอยู่ แต่เป็นความจำเป็นของพวกเขาเหล่านั้น เชื่อว่าทุกท่านที่กล่าวมาและอีกหลายๆ ท่านจะเข้าใจถึงความจำเป็นที่พวกเราต้องเดินไปในทางนี้ และต่อไปนี้ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน เป็นหน้าที่ของรัฐบาล หากได้รับความเห็นชอบจากสภา จะนำพาประเทศเดินไปข้างหน้าให้ได้ และจะทำให้เขาทั้ง 3 คนมีความภาคภูมิใจในการอยู่พรรคเพื่อไทย
Facebook Comments

Related post