Digiqole ad

เปิดแล้ว “เซ็นทรัล อยุธยา”มิกซ์ยูสสปอตไลท์ระดับโลกพร้อมเปิดตัวคอนโดฯ “เอสเซ็นท์ วิลล์ อยุธยา” เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม

 เปิดแล้ว “เซ็นทรัล อยุธยา”มิกซ์ยูสสปอตไลท์ระดับโลกพร้อมเปิดตัวคอนโดฯ “เอสเซ็นท์ วิลล์ อยุธยา” เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม

เซ็นทรัล” ปั้นเมืองท่องเที่ยว ดันไทยเป็น Preferred Global Destination เปิดแล้ว “เซ็นทรัล อยุธยา” โครงการมิกซ์ยูสสปอตไลท์ระดับโลก ดึงดูด Quality Tourist ย้ำผู้นำอสังหาฯ พร้อมเปิดตัวคอนโดฯ “เอสเซ็นท์ วิลล์ อยุธยา” เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม

ชูศูนย์การค้าเป็น ‘Tourism Booster’ เชื่อมโยง Retail & Tourism Ecosystem ด้วย จุดแข็งของศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่มีอยู่ 35 สาขาทั่วประเทศ • เปิด “เซ็นทรัล อยุธยา” จุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทางครบจบทุกทริป ชูกลยุทธ์กระตุ้นท่องเที่ยว 1) Spread Income กระจายรายได้, 2) Springboard Rising Cities โปรโมทเมืองรองควบคู่เมืองหลัก, 3) Support Longer Stay สร้างมิกซ์ยูสปูพื้นฐาน Facilities Infrastructure • เปิดตัว “เอสเซ็นท์ วิลล์ อยุธยา” มิกซ์ยูสคอนโดฯ ที่ดีที่สุดในอยุธยา ด้วยสังคมคุณภาพระดับลูกบ้านเซ็นทรัล สะดวกสบาย ติดศูนย์การค้า คุ้มค่าการลงทุน ราคาเริ่มต้น 1.9 ล้านบาท เปิดพรีเซลแล้ววันนี้

กรุงเทพฯ – บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย เดินหน้าพลิกฟื้นการท่องเที่ยวช่วยผลักดันไทยเป็น Preferred Global Destination เปิดประตูวันแรก “เซ็นทรัล อยุธยา” โครงการมิกซ์ยูสสปอตไลท์ระดับโลก มูลค่า 6,200 ล้านบาท โดยเปิดให้บริการในส่วนศูนย์การค้าแล้วอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พ.ย. 64 นำความภูมิใจไทย “อัศจรรย์อยุธยา” สู่สายตาโลก ชูจุดแข็งศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศเป็น ‘Tourism Booster’ ดึงดูด Quality Tourist-Longer Stay-More Spending ให้นักท่องเที่ยวคุณภาพเที่ยวได้นานขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น กระจายรายได้สู่ชุมชน สร้าง Urbanized Community สังคมคุณภาพ เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยม “เอสเซ็นท์ วิลล์ อยุธยา” (ESCENT VILLE AYUTTHAYA) มิกซ์ยูสคอนโดที่ดีที่สุดในอยุธยา สะดวกสบาย ติดศูนย์การค้า คุ้มค่าการลงทุน ราคาเริ่มต้น 1.9 ล้านบาท เปิดพรีเซลแล้ววันนี้ที่เซลแกลลอรี่ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา

Advertisement

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนาเราเน้นย้ำวิสัยทัศน์ของการสร้างความมั่นใจและปลอดภัย ควบคู่ไปกับแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจและขับเคลื่อนประเทศมาโดยตลอด สำหรับช่วง Q4/64 ต่อเนื่องปี 65 นี้มองว่าเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกำลังรอจังหวะกลับมา Rebound กระเตื้องขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเราจำเป็นต้องวาง Roadmap และกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน โอกาสของประเทศไทยในตอนนี้คือเมื่อนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Quality Tourist และรูปแบบการท่องเที่ยวจะเป็น Longer Stay อยู่นานขึ้น และ Spending มากขึ้น ดังนั้น เราจึงสร้างแพลตฟอร์มที่จะช่วยกระจายเม็ดเงินตรงนี้ให้เข้าถึงชุมชนและทุกคนใน Ecosystem อย่างทั่วถึงมากขึ้น”

ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวต่อไปว่า “เซ็นทรัลพัฒนา จึงได้นำจุดแข็งของเราที่มีศูนย์การค้าทั้งหมด 35 สาขาทั่วประเทศแล้วตอนนี้ (รวมเซ็นทรัล อยุธยาที่เปิดให้บริการล่าสุด) อยู่ในเมืองท่องเที่ยว 18 สาขา ใน 14 จังหวัด โดยชูบทบาทศูนย์การค้าเป็น Tourism Booster และเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยง Retail & Tourism Ecosystem ทั้งระบบเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ การพัฒนา ‘เซ็นทรัล อยุธยา’ เป็นโปรเจ็คนำร่องที่ชัดเจนในด้านการยกระดับ Local Tourism ให้มีความโดดเด่นระดับโลก ซึ่งจะเป็นโมเดลในการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ของประเทศในระดับมหภาคด้วย ดังนี้ 1) Spread Income กระจายรายได้ เชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการทั้ง Value Chain ตั้งแต่ศูนย์การค้า-โรงแรม-ผู้ประกอบการท้องถิ่น ยกตัวอย่างเซ็นทรัล อยุธยา สามารถเป็นศูนย์กลางเข้าไปเติมเต็มการท่องเที่ยวทั้งระบบ อาทิ o One-Stop Destination: เป็น “จุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทาง” การท่องเที่ยวที่ครบวงจร เป็น Transportation Hub, Information Center o Communities Co-Creation: เตรียมจับมือภาครัฐ Integrate ข้อมูลท่องเที่ยว และร่วมกับสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ทำโปรแกรมท่องเที่ยวที่จะช่วยเข้าถึงชุมชนต่างๆ รวมทั้งดึงของดี ผลิตภัณฑ์ OTOP 16 อำเภอ จังหวัดอยุธยา มารวมไว้ที่เซ็นทรัล อยุธยา เพิ่มช่องทางจำหน่าย และยังเปิดโอกาสโปรโมทชุมชนนั้นๆ ด้วย ในภาพใหญ่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลยังสามารถเป็น Cross-Region Platform เปิดพื้นที่โปรโมทการท่องเที่ยว, Hotel Fair, OTOP Market, โปรแกรมท่องเที่ยวชุมชน ได้ทั่วประเทศ นำท่องเที่ยวภาคเหนือไปโปรโมทภาคใต้, ภาคใต้มากรุงเทพฯ แบบข้ามภูมิภาค รวมถึงมีศักยภาพในการพัฒนา Tourist Database จับมือภาครัฐและธุรกิจต่างๆ ใน Value-Chain ทำ Co-Campaign และ Co-Promotion ได้อีกด้วย 2) Springboard Ricing Cities โปรโมทเมืองรองควบคู่เมืองหลัก ชูจุดเด่นและจัดกลุ่มเมืองหลัก-เมืองรองให้ส่งเสริมกันและกัน โดยเซ็นทรัลพัฒนา ขยายโครงการและปั้นเมืองศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเข้าไปสร้างจุดเด่น ดึง Local Essence ให้เด่นชัด อย่างเช่นเซ็นทรัล อยุธยา ที่จะทำให้โมเดลปั้นเมืองรองประสบความสำเร็จ ด้วยการเข้าไป Complete Tourism Ecosystem ประกอบกับการใช้กลยุทธ์ Kyoto Model ทำให้อยุธยาเป็น The Cultural Capital เมืองหลวงด้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชื่อดังของไทยที่ชาวต่างชาติจะต้องนึกถึง และเป็น Day-to-Night Attraction เที่ยวได้ทั้งวันทั้งคืน หรือเที่ยว 2 วัน 1 คืน ก็ตอบโจทย์ครบทุกทริป 3) Support Longer Stay สร้าง Facilities Infrastructure และออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวแบบอยู่นาน ชูจุดแข็ง Success Model ของเซ็นทรัลพัฒนาในการพัฒนา Fully-Integrated Mixed-Use Development ครบวงจรเป็นการเข้าไปสร้าง Infrastructure ให้กับเมืองนั้นๆ ที่เราไปตั้งอยู่ โดยโครงการเซ็นทรัล อยุธยา ประกอบด้วยศูนย์การค้า 4 ชั้น รวม 400 ร้านค้า, คอนโดมิเนียมติดศูนย์การค้า ESCENT VILLE AYUTTHAYA 396 ยูนิต, โรงแรม 220 ยูนิต รองรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ, คอนเวนชั่นฮอลล์ ศูนย์กลางธุรกิจ MICE พื้นที่จัดงาน 2,000 ตร.ม. รองรับได้กว่า 2,000 คน และ Cultural Space พื้นที่ Interactive Museum (พร้อมเปิดให้บริการ Q4/2565) ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้จังหวัดมีศักยภาพในการตอบรับเทรนด์ท่องเที่ยวระดับโลก อาทิ Leisure Trips, Workation, MICE Events, International Festive Events เป็นต้น”

เซ็นทรัลพัฒนา เดินหน้าลงทุนโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยงบประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี ด้วยความเชี่ยวชาญกว่า 40 ปีในการพัฒนาทุกองค์ประกอบ ทั้งศูนย์การค้า, โครงการที่อยู่อาศัย, โรงแรม และอาคารออฟฟิศ เพื่อต่อยอดแนวคิดการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตสู่การปั้นเมืองที่มี Urbanized Community สังคมคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังคำนึงถึงการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนมาโดยตลอด โดยเป็นผู้นำในการใช้นวัตกรรม Solar Project มาติดตั้งที่ศูนย์การค้ากว่า 17 สาขา อย่างเช่นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา ใช้แผงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นโครงสร้างหลังคา ที่มีแผงต่อเนื่องติดกันใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยติดตั้งเป็นโครงหลังคาบนอาคารจอดรถ 1,700 คัน ครอบคลุมพื้นที่ 7,000 ตร.ม. ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึง 5 ล้านบาทต่อปี รวมไปถึงยังได้ใช้นวัตกรรม ‘Smart & Healthy Building’ อัพเกรดระบบปรับอากาศและกรองอากาศ ด้วยการติดตั้งแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง (MERV Filter) ที่ช่วยกรองละอองฝุ่นได้มากถึง 90%, ติดตั้ง UVC Lamp แสงยูวีที่เครื่องปรับอากาศส่วนกลาง ลดการแพร่เชื้อโรคในระบบปรับอากาศได้มากถึง 95% และติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศตามจุดต่างๆ โดยยังคงคุมเข้มมาตรการเซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ SAFE PLUS+ เพื่อดูแลและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าอยู่เสมอ

ด้าน ร.อ.กรี เดชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “โครงการเอสเซ็นท์ วิลล์ อยุธยา เป็นโครงการที่ 20 ซึ่งถือเป็นแบรนด์หัวหอกในการรุกตลาดอสังหาฯ ในต่างจังหวัดมาโดยตลอด และได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างมาก โดยจาก 12 โครงการ ใน 8 จังหวัด Sold Out ไปแล้วกว่า 90% ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการเดินหน้าปั้นโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม เพื่อเติบโตไปพร้อมกับมิกซ์ยูสโปรเจ็คและศูนย์การค้าของ เซ็นทรัลพัฒนา ช่วยยกระดับจังหวัด และการที่เราเข้ามายังช่วยเพิ่มมูลค่าที่ดินให้สูงขึ้นประมาณ 20% ในปีนี้ และคาดว่าในอนาคตจะขึ้นอีก 5-10 % ภายใน 5 ปี โดยมี 3 ไฮไลท์ที่ทำให้เอสเซ็นท์ วิลล์ อยุธยา เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ไม่ควรพลาด ดังนี้

  1. มิกซ์ยูสคอนโดฯ ที่ดีที่สุดในอยุธยา ที่มีอนาคตที่ดีรออยู่ จะอยู่ยาวก็สะดวกสบาย ลงทุนก็มั่นคง ตอบครบในเรื่องความสะดวกสบาย ติดศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ โรงแรม และตลาดชุมชน และ ยังได้สิทธิประโยชน์จากกลุ่มเซ็นทรัล และ The 1 มากมาย สำหรับกลุ่มนักลงทุน เรามี C-Agent ที่ให้บริการ ซื้อ-ขาย-ฝาก-เช่า เพื่อผลักดันให้เกิด Yield ให้ได้ประมาณ 5% ต่อปี พร้อมบริการดูแลหลังการขายด้วย CRM program และ Customer Service เพื่อให้โครงการของเราสามารถรักษาคุณภาพและการบริการอย่างดีที่สุดในตลาดคอนโด
  2. ดีไซน์สถาปัตยกรรมทั้งภายนอกและภายในสะท้อน Local Essence อัตลักษณ์ความเป็นไทยที่ร่วมสมัย โดยจับกลุ่ม Segment ใหม่ Ayutthaya Elite (80%) และต่างชาติ (ญี่ปุ่น 20%) โดยเป็นคอนโดมิเนียม High Rise ที่สูงที่สุดในอยุธยา มี 14 ชั้น 396 ยูนิต ขนาด 1 ห้องนอน 28-32 ตร.ม. เริ่ม 1.9 ล้าน และขนาด 2 ห้องนอน 55 ตร.ม. เริ่ม 3.7 ล้าน มาพร้อมห้องแบบ Fully furnished หน้ากว้าง 7.7 ม. สูง 2.5 ม. ที่ทำให้ได้แสงทุกห้อง พร้อมชมวิวทิวทัศน์ได้เต็มที่ พร้อมเอาใจกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ และคนไทยที่ชื่นชอบความ luxury ด้วยห้อง Two bedroom ที่มี Bath Tub ในตัว โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 12 ห้องเท่านั้น อีกทั้งยังถือเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในจังหวัดอยุธยาที่มี Rooftop Facilities ที่ครบวงจร ได้แก่ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาดใหญ่แบบ Semi Olympic และตอบโจทย์การทำงานของคนยุคใหม่ แบบ Work from Anywhere พื้นที่ Coworking Space Relaxing Area แบบ Outdoor ในโซนพื้นที่สีเขียวสำหรับกิจกรรมสันทนาการทุกรูปแบบ
  3. สิทธิประโยชน์ระดับลูกบ้านเซ็นทรัลแบบที่โครงการอื่นให้ไม่ได้ จากกลุ่มเซ็นทรัล และเดอะ วัน สำหรับลูกค้า 50 ห้องแรก ที่จองและทำสัญญา ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 ธ.ค. รับสิทธิอัพเกรดทันทีสู่การเป็นสมาชิก The 1 Exclusive เพื่อสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ นอกจากนี้ ลูกค้าทุกๆ ห้อง ยังจะได้รับคะแนน เดอะ วัน x 3 เท่า เมื่อจองโครงการ (เงินจอง-เงินทำสัญญา-เงินผ่อนดาวน์ทุกงวด) และสมาชิกเดอะ วัน 100 ห้องแรก รับส่วนลด On top สูงสุด 10,000 บาท ซึ่งไม่มีที่ไหนทำให้ลูกค้า และ Customer-centric ได้ในระดับนี้ และยังมีสิทธิพิเศษและบริการอื่นๆ อีกมากมาย จากร้านค้าชั้นนำในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป นอกจากนี้ เรายังมีนิติบุคคลส่วนกลางที่บริหารโดยบริษัทซีพีเอ็นเรซซิเด้นซ์ แมนเนจเม้นท์ เพื่อส่งมอบการบริการให้ลูกบ้านอย่างดีที่สุด สะดวกสบายและปลอดภัย รวมถึงระบบความปลอดภัยเหนือมาตรฐานที่โครงการระดับเดียวกันทำไม่ได้ ด้วยระบบ Double Safety อาทิ Double Gate, ระบบ VMS (Visitor Management System) ที่ให้มากับโครงการตั้งแต่แบรนด์ระดับเริ่มต้นอีกด้วย” ร.อ.กรีกล่าว ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา เปิดให้บริการแล้ววันนี้ 30 พ.ย. 64 ในคอนเซ็ปต์อัศจรรย์อยุธยา (Capital of Wonders) ตระการตากับความเรืองรองและดีไซน์ร่วมสมัย Thai Twist พบกับจุดถ่ายรูปสวยทุกมุมกับ Instagrammable Landmarks, งานอาหารเปิดประสบการณ์เมนูล้ำและเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปี พร้อมด้วยหลากหลายแบรนด์ชั้นนำและการผนึกกำลังของพันธมิตรธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ ROBINSON AYUTTHAYA, TOPS MARKET, B2S THINK SPACE, POWERBUY, SUPERSPORTS และ GO! WOW และความอัศจรรย์อีกมากมายที่ทำให้ชาวอยุธยาสามารถมาใช้ชีวิตบนพื้นที่แห่งความสุขแห่งนี้ได้
Advertisement
Facebook Comments

Related post