Digiqole ad

12 บริษัทสวีเดนในประเทศไทย” นำร่องประกาศคำมั่น “ให้พนักงานผู้เป็นพ่อได้รับสิทธิลาเลี้ยงดูบุตร”

 12 บริษัทสวีเดนในประเทศไทย” นำร่องประกาศคำมั่น “ให้พนักงานผู้เป็นพ่อได้รับสิทธิลาเลี้ยงดูบุตร”

ภาพจำของผู้ชายและบทบาทในฐานะพ่อ รวมถึงบริบททางวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับ “สิทธิลาดูแลบุตรของผู้เป็นพ่อ” กำลังถูกกล่าวถึงในสังคมวงกว้างมากขึ้นกว่าในอดีต เฉกเช่นในประเทศไทยที่กำลังมีความพยายามในการขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ สถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย Business Sweden และหอการค้าไทย-สวีเดน พร้อมด้วย 12 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับสวีเดนในประเทศไทย ได้แก่ ABB, AstraZeneca, Atlas Copco, Capaciton, Electrolux, FOREO, Fitness24Seven, Global Bugs Asia, IKEA, Rapid Asia, Volvo Car และ Wallander & Sson จึงสมัครใจขานรับนโยบายเพื่อการยกระดับสภาพการทำงานและสวัสดิการพนักงาน ร่วมลงนามในพิธีให้คำมั่นมอบสิทธิวันลาเพื่อการเลี้ยงดูบุตรแก่พนักงานผู้เป็นพ่อเป็นเวลาหนึ่งเดือนโดยยังได้รับค่าจ้าง สะท้อนจุดยืนในการดำเนินธุรกิจที่สนับสนุนวัฒนธรรมการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและการสร้างสรรค์สังคมแห่งความเท่าเทียม ตอกย้ำจุดยืนในการส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงสนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับการปรับสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว พร้อมผลักดันให้ผู้ชายได้แสดงออกทางศักยภาพอย่างเต็มที่และได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมในสังคม

Advertisement

The Impact: ค่านิยมองค์กรในสวีเดน สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศและตลาดแรงงาน

สวีเดนเป็นประเทศแรกในโลกที่ริเริ่มให้มีการลาเลี้ยงดูบุตรแก่ทั้งพ่อและแม่โดยยังได้รับค่าจ้าง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 โดยในปัจจุบันนี้ พ่อและแม่ในสวีเดนทุกคนได้รับสิทธิวันลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรโดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวน 480 วัน ส่งผลให้ผู้หญิงในสวีเดนไม่ถูกจำกัดให้ต้องเลือกระหว่างเส้นทางสู่ความสำเร็จในอาชีพและบทบาทแห่งความเป็นแม่ โดยสวีเดนถูกจัดลำดับให้เป็น 1 ใน 5 จาก 150 ประเทศทั่วโลกที่มีดัชนีความ
เท่าเทียมกันทางเพศหรือ Global Gender Gap สูง ทั้งยังมีอัตราการจ้างงานผู้หญิงสูงที่สุดถึงร้อยละ 80.3 นับเป็นหนึ่งในประเทศลำดับต้น ๆ
ของโลก เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ร้อยละ 49 ซึ่งจากรายงานสรุปผลสำรวจ พบว่า การสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศในสังคม ส่งผลดีต่อภาครวมเศรษฐกิจ รวมถึงสร้างให้เกิดสังคมแห่งความผาสุก การพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน

The Power of Normalization: สร้างพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับหลักความเสมอภาค ข้ามกรอบแนวคิดแบบเดิม สู่สังคมเฟื่องฟู

นายยอน ออสเตริม เกรินดาห์ล เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานในพิธีให้คำมั่นมอบวันลาเลี้ยงดูบุตรแก่พนักงานผู้เป็นพ่อว่า “ในหลายประเทศ อาจไม่ใช่เรื่องที่หลายคนคุ้นเคย หากพูดถึงกรณีที่พ่อจะใช้สิทธิวันลาเพื่อเลี้ยงดูแลบุตร  หรือฟังดูแล้วเป็นแนวคิดที่มาจากประเทศอื่น ในโอกาสนี้ ผมขอชวนทุกท่านในที่นี้ นึกย้อนไปถึงอดีตกว่าหลายร้อยปี เมื่อครั้งที่ผู้หญิงในประเทศสวีเดนไม่มีสิทธิแม้แต่จะออกเสียงหรือลงคะแนนเลือกตั้ง จนมาถึงวันนี้ วันที่พวกเราทุกคนมีสิทธิและเสียงเท่าเทียมกัน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราทุกคนจะเปิดใจและร่วมตระหนักถึงความสำคัญของการที่ผู้เป็นพ่อจะได้มีโอกาสใช้วันลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรอย่างเช่นเดียวกัน ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผมเชื่อมั่นว่า เราทุกคนต่างจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในสังคมเพื่อช่วยลบภาพจำแบบเดิม ๆ เกี่ยวกับสิทธิวันลาเลี้ยงดูบุตรที่ยังจำกัดอยู่ และทำให้สิทธิการเข้าถึงวันลานี้สำหรับพ่อทุกคนเป็นเรื่องปกติในสังคม”

“สิทธิลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรของพ่อ ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อ พ่อ แม่ ลูกอันเป็นผลมาจากแบ่งภาระงานบ้านการเรือนที่เท่าเทียมมากขึ้น แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันในครอบครัวมากขึ้น ทั้งยังจะช่วยสนับสนุนสังคมและประเทศชาติทั้งหมด รวมถึง โอกาสในการทำงานที่มากขึ้นสำหรับผู้หญิง ลดช่องว่างรายได้ที่ต่างกันเพราะเพศสภาพ รวมทั้งกระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศและการผลิต รวมถึงสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้เป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งล้วนแต่จะเป็นประโยชน์ต่อทุก ๆ ฝ่ายต่อไป ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พิธีลงนามคำมั่นในครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นให้อีกหลายองค์กรและภาคส่วนเห็นความสำคัญของการสนับสนุนนโยบายเรื่องการเลี้ยงดูบุตรอย่างเช่นเดียวกัน อย่างน้อย ในเรื่องของสิทธิวันลาเลี้ยงดูบุตรและให้ความสำคัญในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในสถานทำงานอย่างจริงจังอีกด้วย” เอกอัครราชทูตยอน ออสเตริม เกรินดาห์ล กล่าวปิดท้าย

The Ripple Effect: ทุกจุดเริ่มต้นแห่งความเปลี่ยนแปลงเกิดจากความร่วมมือ

นายสลาดัน มุยจิซ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฟอริโอ้ (ไทยแลนด์) เผยมุมมองถึงความสำคัญของการริเริ่มและความร่วมมือว่า “FOREO
(ฟอริโอ้)
ในฐานะบริษัทสตาร์ตอัปที่มีจุดกำเนิดในสวีเดน เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพิธีลงนามให้คำมั่นมอบสิทธิวันลาให้กับพนักงานผู้เป็นพ่อในการดูแลบุตร หัวใจในการดำเนินธุรกิจของเราคือ ต้องการยกระดับประสบการณ์การดูแลตัวเอง (well-being) ที่ไม่เพียงตอบโจทย์คนเพียงกลุ่มเดียว หากแต่ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลาย รวมถึงไร้ข้อจำกัดเรื่องเพศ ซึ่งแนวคิดนี้ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรของเราเช่นเดียวกัน และแม้ว่าพนักงานกว่าร้อยละ 70 ของเราจะเป็นผู้หญิง แต่ถึงกระนั้นเราเองก็มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างให้เกิดความเท่าเทียมในสถานที่ทำงาน จุดมุ่งหมายสำคัญในการสนับสนุนความริเริ่มและนโยบายนี้ในประเทศไทย ไม่เพียงเพื่อให้สมาชิกครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน หากแต่เรายังต้องการสนับสนุนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรม พร้อมร่วมเป็นกระบอกเสียงสำคัญและสะท้อนให้เพื่อนร่วมอุตสาหกรรม พันธมิตร คู่ค้าทางธุรกิจ รวมถึงองค์กรและภาคส่วนอื่น ๆ เห็นความสำคัญของบทบาทองค์กรในการร่วมสนับสนุนและสร้างแรงขับเคลื่อน อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมได้”

พิธีลงนามให้คำมั่นฯ และการมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้แทนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสวีเดนทั้ง 12 บริษัทในครั้งนี้ มุ่งสะท้อนให้ทุกภาคส่วน
เห็นความสำคัญของการร่วมมือร่วมใจในการร่วมผลักดันและขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดสังคมแห่งความเท่าเทียม การริเริ่มและบุกเบิกนโยบาย (Lead by Sample) เพื่อความเท่าเทียมในประเทศไทย นับเป็นมากกว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ หากแต่เป็นไปเพื่อการนำไปสู่การนำไปปฏิบัติอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสาร รวมถึงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ จาก FOREO ได้ที่ช่องทางออนไลน์ Facebook : FOREO Thailand และ Instagram : @FOREO_TH


FOREO เป็นแบรนด์ที่ไม่ทดลองกับสัตว์

 

เกี่ยวกับ FOREO

FOREO เป็นแบรนด์ Beauty Tech จากประเทศสวีเดน ได้รับแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อจากคำว่า FOR EveryOne (เพื่อทุกคน) แบรนด์มีจุดมุ่งหมายสำคัญที่ต้องการจะยกระดับประสบการณ์การดูแลตัวเอง รวมถึงเติมเต็มความมั่นใจในตัวเองให้กับผู้คนทั่วโลก ผ่านการปฏิวัตินิยามและสร้างมาตรฐานใหม่ในวงการสุขภาพและความงาม โดยยึดหลักในการพัฒนาและต่อยอดด้านนวัตกรรม ที่ไม่เพียงตอบโจทย์คนเพียงกลุ่มเดียว หากแต่ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลาย – When you feel good, you look good, and our mission is complete!

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เรือธงภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ LUNA เครื่องล้างหน้าอัจฉริยะ ได้สร้างชื่อเสียงให้แบรนด์ไกลครอบคลุมกว่า 180 ประเทศทั่วโลก และมีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 30 ล้านคน นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้คิดค้นนวัตกรรมเพื่อการมาสก์หน้ารูปแบบใหม่ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ UFO ไปจนถึงนวัตกรรมการแปรงฟันสุดไฮเทคภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ ISSA กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการยกกระชับใบหน้าอย่าง BEAR และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้เรื่องการดูแลตัวเองของทุกคนไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป

Advertisement
Facebook Comments

Related post