Digiqole ad

10 ปัญหากวนใจระบบภายในสตรี

 10 ปัญหากวนใจระบบภายในสตรี

Young woman stomachache on wall background.

Social sharing

ปัญหาระบบภายในสตรีมีความละเอียดอ่อน และส่งผลต่อความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีปัญหาตกขาว หรือมีปัญหาช่องคลอดแห้ง รู้สึกเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ส่วนสตรีที่เคยคลอดลูกมักจะพบปัญหาระบบภายในหลังคลอด เช่น ภาวะมดลูกหย่อน และมดลูกแห้ง  นอกจากนี้ปัญหาระบบภายในยังส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากอีกด้วย เช่น ไข่ไม่ตก รังไข่เสื่อม ท้องยาก และมีภาวะวัยทองก่อนวัยอันควรที่มักพบในสตรีที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี  ซึ่งล้วนมีสาเหตุมาจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน

ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ กรรมการ บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และครูวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งเพจ BabyAndMom.co.th เพจให้ความรู้เตรียมตั้งครรภ์และโภชนาการเสริมภาวะเจริญพันธุ์ตามหลักวิทยาศาสตร์สำหรับผู้มีบุตรยาก เผยว่าตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมาได้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหามีบุตรยาก การเตรียมตั้งครรภ์และปัญหาระบบภายในสตรีทั้งที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก และไม่เกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยาก แต่เป็นปัญหาระบบภายในที่กวนใจผู้หญิง โดยครูก้อยได้รวบรวม 10 ปัญหากวนใจเกี่ยวข้องกับระบบภายในสตรีดังนี้ 

1.ปัญหาช่องคลอดแห้ง 

ช่องคลอดแห้ง ไม่มีน้ำหล่อลื่น รู้สึกเจ็บ คัน หรือ เจ็บปวดแสบเวลามีเพศสัมพันธ์ ไม่มีมูกตกไข่ ซึ่งมูกตกไข่ มีคุณสมบัติ เป็นน้ำหล่อลื่น มีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ โดยในช่วงตกไข่ของผู้หญิงที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนดี หรือระบบภายในร่างกายดีจะผลิตมูกตกไข่ มีน้ำหล่อลื่นออกมา เพื่อช่วยให้สเปิร์มเคลื่อนตัวเข้าไปในโพรงมดลูกได้ง่าย และที่สำคัญมูกตกไข่ และน้ำล่อลื่นในช่องคลอดมีฤทธิ์เป็นด่าง ซึ่งเป็นมิตรกับสเปิร์ม แต่ถ้าหากไม่มีมูกตกไข่ ไม่มีน้ำล่อลื่นภายในช่องคลอดของผู้หญิงจะมีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งไม่เป็นมิตรกับสเปิร์มและทำให้สเปิร์มตายได้ สำหรับผู้หญิงทั่วไปที่ไม่ได้โฟกัสเรื่องมีบุตร ปัญหาช่องคลอดแห้งยังคงเป็นปัญหากวนใจ เนื่องจากก่อให้เกิดอาการ แสบ คัน 

 

2.ปัญหาของประจำเดือน 

 

ปัญหาของประจำเดือน แยกเป็น 2  ประเภท คือ ปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ และการปวดประจำเดือน 

  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ 

ส่งผลต่อระบบภายในของผู้หญิง ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ และส่งผลต่อสุขภาพองค์รวมของผู้หญิงทั้งหมด  โดยประจำเดือนที่อยู่ในภาวะที่สมดุลต้องมีประจำเดือนมาทุกเดือนในรอบปกติห่างกัน 28 วัน  โดยรอบของห่างของประจำเดือน คือ 28 วัน หรืออยู่ในช่วง 25 วัน หรือ 30 วัน สำหรับผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่น มาแบบกระปริดกระปรอย ขาดๆ หายๆ หรือบางรายประจำเดือนขาดหาย 3 – 4 เดือน  หรือ ประจำเดือนขาดหายนานเป็นปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากปัญหาฮอร์โมนที่ไม่สมดุล ส่วนใหญ่มักจะมาจาก 2 สาเหตุ คือ ฮอร์โมนไม่สมดุล ที่เรียกว่า ภาวะถุงน้ำในรังไข่ (PCOS)  อีกกรณีหนึ่งประจำเดือนมาน้อยมาก มากระปริดกระปรอย หรือบางทีประจำเดือนหายไปเลย กรณีนี้ต้องเฝ้าระวังเรื่องภาวะรังไข่เสื่อมก่อนวัย หรือวัยทองก่อนกำหนด

  • การปวดประจำเดือน 

หากมีอาการปวดประจำเดือนจนต้องทานยาระงับอาการปวด ไม่สามารถทำงานได้ เดินตัวงอ หน้าซีด หรือใช้ชีวิตประจำวันปกติไม่ได้ แนะนำให้พบแพทย์ เพราะบางสาเหตุอาจไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาของฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว อาจมีปัญหาในเรื่องของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ช็อกโกแลตซีสต์ หรือเป็นเนื้องอกในมดลูก เนื้องอกในรังไข่ ถ้ามีปัญหาเหล่านี้ร่วมด้วยต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาในการรักษา เช่น การรับประทานยาเพื่อไม่ให้ซีสต์โต หรือ อาจจะมีการผ่าตัด เป็นต้น ในกรณีที่ต้องการมีบุตรต้องปรึกษาที่คลินิกผู้มีบุตรยากร่วมด้วย 

3.ปัญหาตกขาว 

ตกขาว เป็นของเหลวที่ถูกขับออกมาจากช่องคลอดของสตรีซึ่งเป็นปกติ สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ตกขาวที่ปกติต้องไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่คัน ซึ่งจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับรอบเดือนในแต่ละรอบว่ามีฮอร์โมนแปรปรวนมากน้อยเพียงใด หากฮอร์โมนแปรปรวนมาก อาจมีตกขาวออกมามาก แต่หากรอบเดือนไหนที่พักผ่อนเพียงพอ ไม่เครียด ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะ ตกขาวอาจไม่มาก นอกจากนี้ปัญหาตกขาวยังเกิดจากภาวะภายนอกเช่น การชักชุดชั้นในด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีเคมีแรงๆ หรือ ตากชุดชั้นในในบริเวณที่มีฝุ่นเยอะ เป็นต้น 

 

แต่จริงๆ แล้วปัญหาตกขาวที่เกิดจากระบบภายในเกิดจากภาวะเอสโตรเจนต่ำ ซึ่งมักพบในสตรีภาวะวัยทองช่วงอายุ 48 ปี ขึ้นไป แต่หากมีอายุต่ำกว่า 40 ปีและมีปัญหาเอสโตรเจนต่ำ แสดงว่าเข้าสู่วัยทองก่อนกำหนด หรือมีภาวะเอสโตรเจนต่ำเกินไปในอายุยังไม่มากส่งผลให้ไม่มีน้ำหล่อลื่น ทำให้ช่องคลอดแห้ง เมื่อช่องคลอดแห้งก็จะเกิดสะเก็ดลอกออกมาเป็นอาหารของแบคทีเรียบริเวณที่มีการหลุดลอก เป็นบริเวณที่เป็นผิวหนังที่แห้งบริเวณช่องคลอด พอแบคทีเรียมากินก่อให้เกิดการสะสมและหมักหมม ก่อให้เกิดอาการคันและเกิดเชื้อราต่างๆ กลายเป็นตกขาว สีเขียว หรือ เหลือง 

เพราะฉะนั้นควรสังเกตสีของตกขาวว่ามีลักษณะที่แตกต่างจากเดือนก่อนๆ อย่างไร บางครั้งอาจจะมีแค่ใสๆ หรือ อาจจะมีเลือดปน หรือมีสีชมพู ซึ่งอาจเกิดจากการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเกิดจากที่ตัวอ่อนมีการฝังตัวแบบนี้ยังพอรับได้ แต่ตกขาวไม่ควรมีสีเหลือง สีเขียว หรือว่าสีขาวขุ่นเหมือนกับกาว ไม่ควรมีกลิ่น และไม่คัน แต่หากเกิดอาการเหล่านี้นับได้ว่าไม่ปกติ แสดงว่าติดเชื้อ อาจเป็นเชื้อไวรัส  เชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรีย ควรหันกลับมาดูแลระบบภายใน  รักษาสมดุลฮอร์โมนและรักษาความสะอาด และพบแพทย์

 

4.ปัญหาระบบภายในที่ส่งผลต่อผิวพรรณแก่ก่อนวัย 

 

สตรีบางรายยังอายุไม่มาก แต่พอสัมผัสกับผิวรู้สึกได้ว่าผิวแห้ง สาก แห้งกร้าน แก่ก่อนวัย  ไม่มีน้ำมีนวล ผิวไม่มีความชุ่มชื่น เป็นสัญญานบ่งชี้ว่าระบบภายในเริ่มไม่ค่อยดี ฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิงเริ่มลดลง และแสดงออกมาทางผิวพรรณ หน้าอก สะโพก ไม่กระชับ ผู้หญิงที่มีเอสโตรเจนสมบูรณ์ดี หน้าอกจะเต่งตึง เอว สะโพก ที่สมดุล 

 

5.ไม่มีอารมณ์ทางเพศ 

 

ปัญหาอารมณ์ทางเพศมาจากฮอร์โมนเอสโตรเจน ถ้ามีฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำจะทำให้ผู้หญิงไม่มีความสุขเวลามีเพศสัมพันธ์ บางครั้งอารมณ์แปรปรวน บางครั้งก็ดี บางครั้งก็ร้าย หรือบางทีซึมเศร้า มีภาวะซึมเศร้า ดูแล้วไม่ค่อยจะมีความสุข เมื่อไม่มีความสุขในชีวิต ก็จะไม่มีความสุขในเรื่องบนเตียงด้วย อาจจะเกิดมาจากความเครียด จากงานและภาวะเศรษฐกิจ หรืออาจจะมีความเครียดกับเรื่องคู่ของเราเองก็ส่งผลให้ไม่มีอารมณ์ทางเพศได้เช่นกัน แต่เป็นปัจจัยภายนอก  

 

6.ปัญหานอนไม่หลับ

 

ปัญหานอนไม่หลับที่มาจากระบบภายในผู้หญิง สืบเนื่องมาจากฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ ทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากหากมีฮอร์โมนไม่สมดุล ทำให้รู้สึกไม่มีความสุขมักเกิดภาวะซึมเศร้า ขาดความสุข ขาดอารมณ์ทางเพศ และหนึ่งในนั้นก็คือภาวะนอนไม่หลับ และเกิดอาการร้อนวูบวาบ หากไม่แก้ไขปัญหาระบบภายในและปล่อยให้เอสโตรเจนต่ำลงไปเรื่อยๆ เป็นสัญญาบ่งชี้ว่ากำลังเข้าสู่ภาวะวัยทองก่อนวัยอันควร เพราะฉะนั้นอาการนอนไม่หลับ หรือ อาหารร้อนวูบวาบไม่ใช่ปกติที่ต้องอดทน ฉะนั้นควรมาโฟกัสที่ระบบภายใน โฟกัสที่ความสมดุล ฮอร์โมน โฟกัสที่เอสโตรเจน 

7.ปัญหาสิวฮอร์โมนเรื้อรัง 

เนื่องมาจากปัญหาระบบภายในและฮอร์โมนไม่สมดุลส่งผลต่อปัญหาสิวเรื้อรัง การรักษาสิวฮอร์โมนที่ดีที่สุดคือ การรักษาระบบภายในให้สมดุล สะอาด มีเอสโตรเจนที่เหมาะสม 

 

8.อ้วนง่ายจากปัญหาฮอร์โมนไม่สมดุล

ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ แต่เกิดจากปัญหาฮอร์โมนไม่สมดุล ปัญหาระบบภายในสตรีเนื่องจากหากมีปัญหาฮอร์โมนที่ไม่สมดุลส่งผลต่อระบบเผาผลาญลดต่ำลง แม้ว่าจะทานน้อย หรือ ไม่ได้ทานของหวาน ของทอด แต่ร่างกายไม่เผาผลาญ ระบบการเผาผลาญทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร 

  1. ปัญหาระบบภายในทำให้แท้งง่าย 

การแท้งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 

  • การแท้งในไตรมาสแรก ที่เกิดจากตัวอ่อนโครโมโซมบูรณ์ ดังนั้นสตรีเตรียมตั้งครรภ์ควรบำรุงไข่ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน ก่อนตั้งครรภ์ ตามคัมภีร์อาหารที่คนอยากท้องต้องกิน 
  • การแท้ง อันเนื่องมาจากมดลูกอ่อนแอ หรือ มีภาวะมดลูกหย่อนคล้อย กล้ามเนื้อมดลูกอ่อนแอ มดลูกไม่กระชับ มีลักษณะของมดลูกแห้ง ล้วนส่งผลต่อการแท้งง่ายได้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อมาพิจารณาถึงระบบมดลูก ระบบภายในทานอาหารที่บำรุงมดลูก ให้มดลูกมีความกระชับมดลูกมีความชุ่มชื้น เพราะว่าภาวะมดลูกแห้ง คือภาวะที่ตัวอ่อนฝังตัวไม่ได้ คือภาวะที่เอสโตรเจนต่ำ ระบบภายในไม่ดี

10.ปัญหาระบบภายในที่เกี่ยวข้องกับ ภาวะมีบุตรยาก 

เมื่อเอสโตรเจนต่ำจะทำให้รังไข่เสื่อม ผู้หญิงที่มีรังไข่เสื่อมคือผู้หญิงที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ และมีฮอร์โมน FSHสูง เวลาเจาะเลือด แพทย์จะตรวจฮอร์โมน FSH ฮอร์โมนที่ประเมินรังไข่ว่าสูงหรือไม่ เพราะหากค่า FSH สูงเกิน 10 แสดงว่าเข้าสู่ภาวะรังไข่เสื่อม แต่ถ้าค่า FSH สูงถึง 20-30 ประเมินได้เลยว่าเข้าสู่วัยทอง 

ส่วนฮอร์โมนอีกชนิดที่แพทย์นำมาวินิจฉัย คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน ถ้ามีค่าต่ำกว่า 20 จะประเมินว่ารังไข่เสื่อมก่อนวัย ถ้าต่ำกว่า 5 คือวัยทอง ส่งผลให้ไม่สามารถมีบุตรได้ เนื่องจากไม่มีประจำเดือน ไม่มีไข่ 

 

ดังนั้นสิ่งที่ต้องดูแลก่อนเข้าสู่วัยทองก่อนวัยคือการดูแลรังไข่ โดยการดูแลฮอร์โมนเอสโตรเจน คือฮอร์โมนเพศหญิง เมื่อมีฮอร์โมนเพศหญิงดี ฮอร์โมนเพศหญิงไม่ต่ำก่อนวัยอันควรรังไข่ก็จะไม่เสื่อม เมื่อรังไข่ไม่เสื่อมก็สามารถผลิตเซลล์ไข่ได้ดี และมีจำนวนที่เหมาะสม ผู้หญิงที่รังไข่เสื่อมคือจำนวนไข่จะน้อย ไข่ก็ด้อยคุณภาพอีกด้วย 

 

ดังนั้นการพิจารณาว่ามีบุตรยากต้องพิจารณาว่า หากมีบุตรยากจากรังไข่เสื่อมอันเนื่องมาจากเอสโตรเจนต่ำ จะต้องมาบำรุงระบบภายในสตรีในเรื่องของรังไข่ และเรื่องของฮอร์โมน

 

กล่าวโดยสรุปปัญหากวนใจระบบภายในสตรี  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาช่องคลอดแห้ง ปัญหาของประจำเดือน ปัญหาตกขาว สิวฮอร์โมนเรื้อรัง อ้วนง่ายจากปัญหาฮอร์โมนไม่สมดุล แท้งง่าย ผิวพรรณแก่ก่อนวัย มีปัญหาวัยทองก่อนกำหนด นอนไม่หลับ และมีบุตรยากอันเนื่องมาจาก ฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ ควรทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ และเน้นอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจน หรือมีเอสโตรเจนตามธรรมชาติ ซึ่งต้องเลือกเสริมเอสโตรเจนชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง เพราะฉะนั้นเวลาที่จะทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ ที่มีฤทธิ์เสริมเอสโตรเจน เพื่อช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ปรับช่องคลอดไม่ให้แห้ง ปรับให้มีน้ำล่อเลี้ยง หรือ มูกตกไข่ ก็ควรเลือกเสริมเอสโตรเจนจากธรรมชาติที่ปลอดภัย โดยปัจจุบัน นิยมใช้  “ไอโซฟลาโวน” ซึ่งพบในโปรตีนที่สกัดจากถั่วเหลือง ที่มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถเพิ่มปริมาณเอสโตรเจนตามธรรมชาติได้โดยไม่ส่งผลต่อมะเร็งเต้านม รวมถึงสารสกัดจากตังกุย โสม ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด สารสกัดจากทับทิม หรือว่าสารสกัดจากลูกยอ ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนของเพศหญิงและช่วยลดภาวะตกขาวได้ดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ป้องกันวัยทองก่อนวันอันควร แต่ต้องพิจารณาดีๆ ว่าผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้จะต้องปลอดภัย มี การรับรองจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย) และมีงานวิจัยรองรับ “ครูก้อย นัชชา”กล่าว. 

 

หากรู้ตัวเองก่อนก็จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดเพื่อช่วยคืนความสาวทั้งระบบ ทั้งเรื่องระบบภายในสตรี ระบบฮอร์โมน และระบบผิวพรรณ รวมถึงป้องกันวัยทองก่อนกำหนดและปัญหามีบุตรยากในอนาคตได้ เพราะเรื่องระบบภายในเป็นสิ่งที่คุณผู้หญิงสามารถดูแลได้ และอย่าลืมในเรื่องของโภชนาการ รวมถึงอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงระบบภายในสตรี นับได้ว่าเป็นทางออกสำหรับผู้หญิงในยุคปัจจุบันโดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มได้ที่ https://fb.watch/ds3vdekm1Q/

 

Facebook Comments

Related post