Digiqole ad

“๓ ป.” อย่ามัวเจ่าจุก..ต้องกล้าลงมาคลุกกับปัญหา

 “๓ ป.” อย่ามัวเจ่าจุก..ต้องกล้าลงมาคลุกกับปัญหา

“ทำร้ายคนด้วยวาจาไม่ควรที่จะเป็นผู้นำ”

ถ้อยแถลง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อุ้มเจ้าหน้าที่กัน-ทุกคำ

Advertisement

รู้แจ้งเห็นจริงกันแล้วหรือว่า ผู้ที่เดินทางมาประท้วง ตรงแยกดินแดน เขา “สร้างความรุนแรง” เป็น “มือที่ ๓” หรือ “มือที่ ๔” ในการก่อเหตุยังไม่รู้แน่ชัด..การป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่ ด้วยการ “ยิงกระสุนยาง” และ “แก๊สน้ำตา” ควรทำกันหรือ

ใคร “แทรกแซง” ยื่นมือ ก้าวก่าย จุ้นจ้าน เข้ามาเพื่อ “ก่อสถานการณ์” หรือไม่ ควรจะตรวจสอบ สำรวจกันให้แน่ชัด ว่าเป็น “ฝีมือกลุ่มประท้วง”..เกิดอะไรขึ้นมา ให้ยิงป้องกันตัวได้ ทั้งที่เขามาแค่ประท้วงหาความเป็นธรรม

“๓ ป.”ระดับเกรดเบอร์หนึ่ง..น่า “ใจถึง” ลงมารับเรื่องร้องเรียน –จึงสง่างาม

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“คนเข้มแข็งเกินไปย่อมไร้บริวาร”

ถ้าได้ “ขุนคลังเด่น” และได้ “รัฐมนตรีพลังงาน” โดดเดี่ยว ปัญหา “เศรษฐกิจและน้ำมัน” คงไม่ทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ถึง-ทางตัน

“สส.ประชาธิปัตย์” เหลืออดกับ “เจ้ากระทรวงแรงงาน” ที่แก้ปัญหา “น้ำมัน” ขึ้นเป็นรายวันกันไม่ไหว “น้ำมันดีเซล” ขึ้นอีก ๑ บาท แตะลิตรละ ๓๕ บาท อ่วมอรทัยกันทั้งประเทศ เพราะ “โรงกลั่น” ฟันค่าหัวคิวกันงามฉ่ำถึง “๑๐ เท่าตัว”

“พรรคแม่ธรณีบีบม้วยผม” ต้องจี้  ออกมากระทุ้ง ขยับ ให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เปลี่ยนตัว โดยเอา “กรณ์ จาติกวณิช” หัวหน้าพรรคกล้า ที่มีไอคิวฉลาดเป็นกรด ให้เข้ามาแก้ปัญหา

ปล่อยให้ “ปตท.” กำไรพุงปลิ้น..แต่คนทั้งแผ่นดิน สิ้นเนื้อสิ้นตัว มันไม่เข้าท่า

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ใช้จิตใจที่ตำหนิผู้อื่นจงตำหนิตัวเองเถิด”

รวดเร็วทันใจ “ตำรวจ” รู้แล้วว่ามี “๘ คน” ที่ร่วมเอี่ยวเผารถ ช่างว่องไว-ระเบิด

คดีที่คดีรุกป่าเขาใหญ่ “สุนทร วิลาวัลย์ นายกฯ อบจ.ปราจีนบุรี ผู้เป็นบิดา “กนกวรรณ วิลาวัลย์” รัฐมนตรีช่วยศึกษา คดี ๒๐ ปี เป็น “ขอมดำดิน” หายตัวไปฉับพลันจับไม่ได้ตามระเบียบ..

ดูเหมือนว่า “คดีหมดอายุความ” เป็นทีมที่สังกัดและสนับสนุน “ขบวนการ-ลายพราง” พากันรอดพ้นคดีไปได้แทบทุกคน หากเข้าไปสังกัดอยู่ในอาณัติ คอยรับคำสั่ง ก็จะ “หมดอายุความ”

 เด็ก ๆ ที่เห็นต่าง..อยู่ที่ไหนก็สแกน “จับมาติดตะราง” ได้ทุกราย-เป็นประจำ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“สิ่งที่ตัวเองไม่ชอบอย่าทำกับคนอื่น”

ให้เด็กเคารพกฎหมาย แล้วผู้มีอำนาจไซร้ ไยไม่เคารพเด็กที่เขาตาสว่าง และรู้จักตื่น

“ฝ่ายประชาธิปไตย” ไม่เคยมีใครที่จะคิดใช้ “ความรุนแรง” ประท้วงกันอย่างสันติวิธี เป็นสิ่งที่ทุกคนก็เห็นกันอยู่

เด็กเขาเคารพกฎหมาย ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ ควรเคารพสิทธิ์ในการนำเสนอ ถึงผลเสียหายในการบริหารประเทศกันมั่ง เขาเดินประท้วงกันอย่าง “อหิงสา” ไม่มีการเบียดเบียน ที่สำคัญเว้นการทำร้าย ไม่ให้เกิดสิ่งนี้ทั้งสิ้น

ถ้าอยู่ใต้กฎหมายเคร่งครัด..อุ้ย,ใครที่ปฏิวัติ จนปัญหาบานทั้งแผ่นดิน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ไม่เริ่มต้นวันนี้จะไม่มีวันสำเร็จในวันพรุ่งนี้”

ยกแม่น้ำทั้งห้า ขึ้นมากล่าวขอบคุณประชาชน ที่ทำให้โควิดเข้าสู่สถานการณ์ปกติ นับเป็นเรื่องยินดี

“ความเป็นความตาย” เขาต้องช่วยเหลือตัวเองกันอยู่แล้ว ไม่รอให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” มาคอยกำกับและสั่งการ “ประชาชน” ไม่ใช่ “ไอ้เณร” ในค่ายทหาร ที่จะคอยฟังคำสั่ง แต่อย่างเดียว

เมื่อทุกอย่าง “พ้นขีดอันตราย” ถึงเวลาแล้วที่ “รัฐบาลประยุทธ์” ต้องคืนประเทศกลับมาให้ประชาชนเสียที ต้องเร่งยกเลิก “พรก.ฉุกเฉิน” เพราะตัวเองก็รู้แล้วว่า “โควิด” เป็นโรคประจำท้องถิ่น ยังมี “พรก.” ไว้ทำไม

ถ้าไม่มีกฎเหล็ก..กลัวแพ้เด็กกันหรืออย่างไร

“กะพรุนไฟ”

๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๕

Advertisement
Facebook Comments

Related post