Digiqole ad

ไปรษณีย์ไทยเปิดตัวกล่องส่งทุเรียนไซส์เอสพลัส ถนอมความสดใหม่จากสวนถึงปลายทาง

 ไปรษณีย์ไทยเปิดตัวกล่องส่งทุเรียนไซส์เอสพลัส ถนอมความสดใหม่จากสวนถึงปลายทาง

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ยกระดับการขนส่งผลไม้ให้กับเกษตรกร เปิดตัวกล่องส่งทุเรียนขนาดใหม่ไซส์เอสพลัส : S+ ซึ่งเป็นกล่องขนาดใหม่ที่มีความแข็งแรง      ช่วยรักษาความสดใหม่ให้เหมือนซื้อจากสวน และสามารถใส่ทุเรียนขนาด 2-3 กิโลกรัมได้ 1 ลูก ในราคาเพียง 25 บาท โดยยังเดินหน้าบริการ EMS ขนส่งผลไม้ในราคาเหมาจ่ายเริ่มต้น 3 กิโลกรัมแรกเพียง 50 บาท ส่งได้สูงสุดถึง 20 กิโลกรัม และช่วยแบ่งเบาต้นทุนค่าส่งของเกษตรกรชาวสวนได้ถึง 20% จากราคาปกติ นอกจากนี้ยังสมารถเรียกเข้ารับฟรีถึงสถานที่ได้ทุกวันโดยไม่มีค่าบริการ  สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ THP Contact Center 1545 และ www.thailandpost.co.th

Advertisement

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยตระหนักถึงความสำคัญในการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งให้กับกลุ่มเกษตร การกระจายผลผลิตทางการเกษตรให้ถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ พร้อมด้วยการเป็นผู้เชี่ยวชาญการสนับสนุนขนส่งผลไม้ตามฤดูกาลผ่านตัวช่วยสำคัญทั้งด้านราคาขนส่งที่ประหยัดต้นทุน ระบบการจัดส่งที่รวดเร็ว พร้อมด้วยกล่อง และตะกร้าบรรจุผลผลิตที่รักษาคุณภาพ ถนอมความสดใหม่ของผลไม้ จากสวนจนถึงมือผู้บริโภค

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการจำหน่ายกล่อง – ตะกร้าผลไม้ที่หลากหลายขนาดให้เลือกตามความเหมาะสมกับปริมาณ รวมถึงการรักษาคุณภาพของผลไม้ และเพื่อยกระดับด้านดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ล่าสุดจึงได้เปิดตัวกล่องส่งทุเรียนโดยเฉพาะ “ไซส์เอสพลัส : S+”  ซึ่งเป็นกล่องขนาดใหม่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง มีความแข็งแรง ทนทาน และรักษาความสดใหม่ให้เหมือนซื้อจากสวน สามารถใส่ทุเรียนขนาด 2-3 กิโลกรัมได้ 1 ลูก ราคาเพียงใบละ 25 บาท อีกทั้งยังมีกล่องขนาด M ใบละ 20 บาท  ขนาด M+ ใบละ 25 บาท  ขนาด L ใบละ 32 บาท และประเภทตะกร้าที่มีให้เลือกความจุถึง 3 ขนาด ได้แก่ ขนาด 3 กก. ใบละ 30 บาท 5 กก. ใบละ 35 บาท และ 10 กก. ใบละ 50 บาท โดยผู้ประกอบการและเกษตรกรสามารถหาซื้อได้ที่ไปรษณีย์ทุกแห่ง

“หัวใจสำคัญของการขนส่งผลไม้นอกจากระบบการขนส่งที่รวดเร็ว การหุ้มห่อผลไม้ใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรง หนาทนทาน สามารถโอบอุ้มรักษาผลไม้ที่บรรจุด้านในตลอดการขนส่งได้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญ ซึ่งไปรษณีย์ไทยขอแนะนำการเลือกใช้กล่องหรือตะกร้าที่มีรูระบายอากาศ เพื่อป้องกันความชื้นจากการคายน้ำของผลไม้ ห่อกระดาษ และจัดเรียงผลไม้ในกล่องให้เป็นระเบียบ อย่าวางเบียดกันป้องกันการบอบช้ำ และตรวจเช็กก่อนปิดฝาไม่ให้มีพื้นที่ว่าง พร้อมระบุเบอร์โทรผู้ฝากและผู้รับ เพียงเท่านี้ผู้รับก็จะได้ทานผลไม้ที่สดใหม่แน่นอน”

ดร.ดนันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ใช้บริการยังสามารถเลือกใช้บริการ EMS ขนส่งผลไม้ราคาเหมาจ่าย เริ่มต้น 3 กก. แรกเพียง 50 บาท และส่งได้สูงสุดถึง 20 กก. ซึ่งราคาพิเศษดังกล่าว ช่วยแบ่งเบาต้นทุนค่าส่งของเกษตรกร ชาวสวนได้ถึง 20% จากราคาปกติ พร้อมเรียกรับฟรีถึงที่ได้ทุกวันไม่มีขั้นต่ำ  สะดวกได้ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ @Thailandpost และรอรับใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ทาง SMS ช่วยให้ประหยัดเวลาเดินทาง  และประหยัดค่าน้ำมันด้วยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ THP Contact Center 1545 และ www.thailandpost.co.th

Advertisement
Facebook Comments

Related post