Digiqole ad

ไทยร่วงอันดับประสิทธิภาพโลจิสติกส์… TILOG-LOGISTIX 2023 ตัวช่วยตอบโจทย์สู่การเติบโตยั่งยืน

 ไทยร่วงอันดับประสิทธิภาพโลจิสติกส์… TILOG-LOGISTIX 2023 ตัวช่วยตอบโจทย์สู่การเติบโตยั่งยืน
Social sharing
Digiqole ad

เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของการจัดงาน TILOG-LOGISTIX 2023 งานมหกรรมที่เป็นความร่วมมือกันระหว่าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์  ผู้ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจไทยด้วยโลจิสติกส์ ระหว่าง 17-19 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยสามารถดึงผู้ประกอบการ 415 แบรนด์ จาก 25 ประเทศ มาร่วมจัดแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรม โซลูชัน และบริการด้านโลจิสติกส์ พร้อมกิจกรรมเสริมองค์ความรู้และสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งมีผู้เข้าชมกว่า 9,000 ราย 

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมและบริการขนส่งและโลจิสติกส์ เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตที่รัฐบาลให้ความสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทว่า สำหรับปีนี้ ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ (International Logistics Performance Index : LPI) จากธนาคารโลก ให้อยู่อันดับที่ 34 จาก 139 ประเทศทั่วโลก ซึ่งตกลงจากอันดับ 32 ในปี 2561 และประเทศไทยอยู่ในอันดับ 3 ในภูมิภาคอาเซียน รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย

ก่อนหน้านี้ นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวไว้ว่า “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีบทบาทในการพัฒนาศักยภาพผู้ให้บริการโลจิสติกส์และสร้างเครือข่าย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคการส่งออก เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ใน เวทีโลก ท่ามกลางประเด็นท้าทายต่าง ๆ จากการเปลี่ยนแปลงของบริบททางเศรษฐกิจ และสังคมโลกในปัจจุบัน ดังนั้น กรมฯ จึงได้ร่วมกับ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ และภาคเอกชนจัดงาน TILOG – LOGISTIX 2023 ขึ้น เพื่อเป็นเวทีแสดงศักยภาพของโลจิสติกส์ไทยในการเป็นศูนย์กลางของโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียนให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาของเวทีการค้าโลก รวมถึง ยังเป็นเวทีในการเผยแพร่ข้อมูล องค์ความรู้ และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ให้ผู้ประกอบการไทยในการขยายเครือข่ายทางธุรกิจ และพร้อมแข่งขันในเวทีการค้าเสรีต่อไป”

เช่นเดียวกับ นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหารสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ใช้บริการได้กล่าวถึงความคาดหวังที่มีต่อผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ว่า “ผู้ให้บริการโลจิสติกส์หรือ LSP (Logistic Service Provider) ควรปรับการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการพัฒนารูปแบบโซลูชันการให้บริการ การลงทุนในแพลตฟอร์ม การนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยเฉพาะระบบอัตโนมัติ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงกับลูกค้าได้ดีขึ้น เพื่อช่วยผู้ใช้บริการให้สามารถดำเนินธุรกิจภายใต้มาตรการที่ซับซ้อนขึ้นทุกวันได้ โดยเฉพาะมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมของ EU ที่เริ่มจาก 7 กลุ่มสินค้าในปัจจุบัน และจะขยายไปถึงสินค้าประเภทอื่น ๆ รวมถึงประเทศอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือจีน ก็จะทำตามมาตรการดังกล่าวด้วยเช่นกัน”

ด้านนายสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ในฐานะผู้ให้บริการ ก็ได้ชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจขนส่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ทำให้เกิดปัญหาก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย จำเป็นต้องเรียนรู้และเตรียมความพร้อมในการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อน ช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ และความคล่องตัว สามารถตอบสนองต่อการให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น ตลอดจนเพิ่มมูลค่าให้กับบริการของตนเอง สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการขนส่งทางรถได้ลงมือทำไปบ้างแล้ว คือการลดการใช้พลังงานในการขนส่งเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการใช้พลังงานทางเลือก

ส่วนทางด้าน นางวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ ผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้าแห่งอาเซียน ที่สร้างสรรค์งานแสดงสินค้าให้แก่หลากหลายอุตสาหกรรม กล่าวว่า งาน TILOG – LOGISTIX 2023 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศร่วมกับอาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ และภาคเอกชน ภายใต้แนวคิด “Smart and Green Logistics for Sustainable Tomorrow : ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคตสีเขียวด้วยโลจิสติกส์อัจฉริยะรักษ์โลก” มุ่งเน้นการปรับตัวเดินหน้าสู่เทรนด์โลกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีโลจิสติกส์ยุคใหม่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พร้อมกระตุ้นให้ผู้ประกอบการตื่นตัว และให้ความสำคัญกับการปรับตัวภายใต้แนวคิดเรื่อง Green เป็นสำคัญฯ

กระนั้นก็ตาม ไฮไลท์ของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่นำมาจัดแสดง ในช่วงที่ผ่านมา เน้นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์โลจิสติกส์ยุคดิจิทัล ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ อาทิ ระบบวางแผนและจัดการเส้นทางการขนส่งสินค้า / ระบบการจัดการคลังสินค้า การรักษาความปลอดภัย รวมทั้งระบบคลังสินค้าอัจฉริยะที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ / หุ่นยนต์หยิบสินค้าที่เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระทุกแนวในคลังสินค้า และหุ่นยนต์คัดแยกสินค้าและระบบสายพานลำเลียง / รถโฟล์คลิฟท์ ที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรีลิเธียม

นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังมีส่สนช่วยในการสร้างโอกาสและขยายเครือข่ายธุรกิจไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกแล้ว ผู้เข้าชมงานยังได้อัปเดตข้อมูล ความรู้ เทรนด์ของธุรกิจโลจิสติกส์ผ่านการสัมมนาหัวข้อต่าง ๆ อาทิ World Transport & Logistics Forum Thailand 2023 / Trade Logistics Symposium 2023 ที่จัดชึ้นโดยสภาและสมาคมด้านโลจิสติกส์/การสาธิตกระบวนการโลจิสติกส์อัตโนมัติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

Facebook Comments

Related post