Digiqole ad

ไทยคม ร่วมมือกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอวกาศ ยกระดับการประเมินคาร์บอนเครดิต ในพื้นที่ป่าของประเทศไทย

 ไทยคม ร่วมมือกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอวกาศ ยกระดับการประเมินคาร์บอนเครดิต ในพื้นที่ป่าของประเทศไทย
Social sharing
Digiqole ad

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจดาวเทียมแห่งเอเชีย และผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีอวกาศ นำโดย นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลงนามความร่วมมือกับ ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นองค์กรที่ดำเนินงานเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนมากว่า 50 ปี ในการดำเนินโครงการเผยแพร่องค์ความรู้ ขับเคลื่อนนโยบาย และให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจ โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ไทยคมได้นำแพลตฟอร์มคาร์บอนเครดิตที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประเมินปริมาณมวลชีวภาพในพื้นที่ป่าชุมชน ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกับชุมชนอยู่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดไปใช้สร้างประโยชน์ในการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้ของประเทศไทยต่อไป

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ไทยคมมีบทบาทสำคัญในการนำความเชี่ยวชาญด้านดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์ร่วมกับข้อมูลภูมิสารสนเทศ (Geospatial data) และวิเคราะห์กับเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML) เพื่อพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มคาร์บอนเครดิต ส่วนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จะแลกเปลี่ยนข้อมูลและให้ความรู้ในด้านคาร์บอนเครดิต เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือในครั้งนี้เข้าสู่โครงการการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) พัฒนาขึ้นโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศ

นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม กล่าวว่า ไทยคมมีพันธกิจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีอวกาศมาต่อยอดเป็นโซลูชัน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม และยังส่งผลให้เราได้รับรางวัลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้ง Sustainability Award 2023 และการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ในระดับ AAA ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นองค์กรที่ช่วยให้ประเทศชาติเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงนับเป็นก้าวสําคัญในการนำโซลูชันด้านการประเมินคาร์บอนเครดิต ที่ใช้ความเชี่ยวชาญของเราในด้านดาวเทียมสำรวจระยะไกล และข้อมูลภูมิสารสนเทศ (Geospatial) มาวิเคราะห์ร่วมกับเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML) เพื่อตรวจสอบสุขภาพป่าไม้ และประเมินปริมาณมวลชีวภาพในพื้นที่ป่าชุมชนของ
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ซึ่งนับเป็นโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเราที่มุ่งขับเคลื่อนให้องค์กรและประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ในอนาคต

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนิน “โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” มาตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ครอบคลุมพื้นที่ป่าชุมชนรวม 194,850 ไร่ จากความร่วมมือกับกรมป่าไม้ ภาคเอกชนผู้สนับสนุนงบประมาณ 14 องค์กร และชุมชน 77 แห่ง เราหวังว่า ความสำเร็จก้าวแรกนี้จะนำไปสู่การขยายผลก้าวต่อไปให้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติของประเทศได้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะในปี 2567 ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มีแผนจะขยายผลอีก 150,000 ไร่ และมากขึ้นเรื่อยๆ ในปีถัดๆ ไปนั้น ความร่วมมือกับไทยคมในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถประเมินมวลชีวภาพในป่าได้อย่างรวดเร็ว และนำไปสู่การประเมินคาร์บอนเครดิตที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้นจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาอีโคซิสเท็มของการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้ของประเทศไทย และจะช่วยให้การร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเกิดขึ้นได้จริงอย่างรวดเร็วขึ้น มีความชัดเจนขึ้น และสามารถตรวจสอบได้ ขณะนี้ทางไทยคมได้นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี มาผสานกับฐานข้อมูลการประเมินมวลชีวภาพในพื้นที่ป่าของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ แล้ว ในอนาคตอันใกล้ เมื่อเทคโนโลยีได้รับการยอมรับจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จะได้นำเทคโนโลยีนี้ไปสร้างการมีส่วนร่วมในระดับชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนและดูแลป่า รวมถึงขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายใน พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ภายใน พ.ศ. 2608 ด้วย

Facebook Comments

Related post