Digiqole ad

ใครว่า“ขายชาติ” ก็แค่จัดสรรแผ่นดิน เป็นอาณานิคมต่างด้าว

 ใครว่า“ขายชาติ” ก็แค่จัดสรรแผ่นดิน เป็นอาณานิคมต่างด้าว
Social sharing

Digiqole ad

          นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทยทำอะไรก็ถูกจับผิดโดนด่าอยู่เรื่อย  ออกงานใส่ถุงเท้าข้างละสีหวังให้เป็นเอกลักษณ์ก็หาว่าทำเสียภาพพจน์ผู้นำประเทศ  ไปต่างประเทศเอาผ้าขาวม้าแทนผ้าพันคอก็หาว่าบ้าซอฟท์พาวเวอร์  เดินสายเชิญชวนนักลงทุนต่างประเทศก็หาว่าใช้เงินมือเติบ  ล่าสุดจะแก้ปัญหาอสังหาริมทรัพย์ให้กระทรวงมหาดไทย ศึกษาแก้ไขกฎหมายจะให้ต่างชาติเช่าที่ดินในประเทศไทยได้ไม่เกิน 99 ปี  และสามารถถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ไม่เกิน75%  จากเดิมจำกัดไม่เกิน49%  ก็ด่ากันทุกอำเภอว่ากำลังคิดขายชาติ

          จากที่โดนหนักอยู่แล้วว่ารัฐบาลชุดนี้นั่งบริหารประเทศมา 10 เดือนไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน  สภาพเศรษฐกิจมีแต่ทรงกับทรุด โรงงานปิดตัวเลิกจ้าง คนตกงานเพิ่ม ปล่อยค่าครองชีพสูง   แล้วยังเริ่มออกลายคิดผลักดันนโยบายเพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม  เฉพาะนายทุนที่มีที่ดินเป็นหมื่นเป็นแสนไร่มาปล่อยให้ต่างชาติเช่า 99 ปีขณะที่คนไทยยังขาดที่ทำกินยังไม่มีบ้านซุกหัวนอน

          เรื่องนี้คนที่ด่าแรงด่าเจ็บต้องยกให้คนกันเองอย่าง นายจตุพร พรหมพันธ์ อดีตสส.พรรคเพื่อไทย และอดีตแกนนำคนเสื้อแดงผู้ผิดหวังจากนายใหญ่  มองการเคลื่อนไหวของรัฐบาลเพื่อไทยครั้งนี้ว่า  เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนเชิงนโยบาย

          จตุพรมองว่านายเศรษฐามีภาพติดตัวคืออดีตซีอีโอของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)   ส่วนอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ถือหุ้นเอสซี แอสเสท  ทั้งแสนสิริและเอสซี แอสเสท คือสองยักษ์ใหญ่วงการอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  ดูดเงินนักลงทุนมาทำบ้านขายเศรษฐีและชาวต่างชาติ  ตอนทำกำไรก็ยินดีปรีดากันดี  แต่พอเศรษฐกิจตกต่ำห้องชุดขายไม่ออกทำไมมาลากประเทศไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย

          กรณีต่างชาติใช้นอมินีซื้อบ้านและที่ดินที่หมู่บ้านหรูในซอยลาซาล ซึ่งผิดกฎหมายถึงขณะนี้เรื่องเงียบ ดังนั้น เมื่อของเดิมควบคุมจัดการไม่ได้แล้ว ยังเสนอให้เพิ่มเวลาอยู่อาศัยนานเป็น 99 ปี และขยายสิทธิให้อีกเป็น 75% ของจำนวนคอนโด ดังนั้น คนไทยส่อแววจะพินาศทางเศรษฐกิจ เพราะคนต่างชาติถ้ามาอาศัยเป็นระบบจำนวนมากย่อมทำให้เกิดอาณานิคมย่อยๆ ขึ้นในพื้นดินไทย

          วันนี้คุณเป็นอะไร ทำเพื่ออะไร แล้วหลักคิดนี้ใครได้ประโยชน์ แรงงานต่างชาติเข้ามาแย่งงานคนไทย ดังนั้น จึงไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ทำให้ความมั่นคงเกิดความเสียหาย แต่คนไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ อีกอย่างปัญหามีว่า เมื่อลงทุนคอนโดแล้วขายไม่ได้ ทำไมลากประเทศไปรับผิดชอบคุณถึงขนาดนั้นจตุพรให้ความเห็น

           ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล  แสดงความเห็นในเรื่องที่รัฐบาลกำลังผลักดันว่า  น่าจะเรียงลำดับความสำคัญของที่ดินทำกิน เรื่องกรรมสิทธิ์ของคนไทยมาก่อน 3 ใน 4 ของคนไทยไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ต้องอยู่ในที่ สปก.บ้าง เช่าเขาบ้าง ที่ราชพัสดุบ้าง ถ้าทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง มีงบประมาณเพียงพอ อาจจะอยากเริ่มคิดเรื่องแบบนี้ในการดึงดูดการลงทุน โดยการทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ศูนย์กลางนานาชาติ  

          มีการอ้างอิงข้อมูลว่าขณะนี้คอนโดมิเนียมทั้งประเทศสร้างแล้วขายไม่ได้ค้างสต๊อกอยู่ประมาณ 1.3 ล้านยูนิต เฉลี่ยราคาขายประมาณ 3 ล้านบาทต่อยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 3.9 ล้านล้านบาท 

          นายวิชัย วิรัตกพันธ์  ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC)  มองว่าหากเพิ่มสัดส่วนจาก 49% เป็น 75% จะเป็นผลดีช่วยระบายสต๊อกอาคารชุดที่เหลือค้างขายไม่ออกอยู่เยอะมากกว่าจะขายหมดต้องเวลาถึง 40 เดือน หรือกว่า 3 ปี  แต่ควรกำหนดโซนหรือพื้นที่ให้ชัดเจน เช่นเฉพาะย่านศูนย์กลางธุรกิจ หรือ CBD ของกรุงเทพมหานคร  หรือเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ต เขต EEC เป็นต้น และต้องกำหนดช่วงเวลาเช่น 2 ปี หากยังจำเป็นก็ต่อเวลา

          ส่วนการแก้ไขกฎหมายจากเช่า 30 ปีต่อได้ไม่เกิน 50 ปี เป็นเช่า 99ปีนั้นก็ควรกำหนดโซนเช่นกัน ว่าเป็นเขตที่อยู่อาศัยจริง  หรือเพื่อการลงทุน  โดยกำหนดวงเงินและผลที่จะเกิดการจ้างงานจากการเช่า  และอาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษเพื่อคัดกรองป้องกันการกว้านซื้อมาปล่อยเช่า ปล่อยเก็งกำไร

          อย่างไรก็ตามนายวิชัยเสนอว่ารัฐบาลต้องมีมาตรการดูแลคนในประเทศในการซื้อบ้านหลังแรกด้วย

            นักวิชาการอีกหนึ่งคนที่มาแสดงความคิดเห็นตรงกันข้ามคือ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย และนายกสมาคมผู้ซื้อบ้าน ได้ออกคลิปต่อต้านการขายชาติพร้อมออกจดหมายเปิดผนึกถึงนายกเศรษฐาและอีกหลายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า  การให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี นับว่ามากเกินความจำเป็น ในกรณีประเทศจีน กัมพูชา เมียนมาและเวียดนามก็ให้เช่าต่างชาติเช่าเพียง 50 ปี (ยกเว้นในเขตเศรษฐกิจพิเศษในเวียดนามได้ถึง 70 ปี) ลาวและอินโดนีเซียก็ให้เช่าเพียง 30 ปี ในสิงคโปร์ที่ใช้ระบบอังกฤษที่ให้เช่า 99 และ 999 ปีนั้นในทางปฏิบัติปัจจุบันให้เช่าไม่เกิน 60 ปี

แม้ว่ามีบางฝ่ายอ้างว่ามีอาคารชุดบางแห่งในเขตใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานครจะมีต่างชาติซื้อห้องชุดถึง 49% แล้ว แต่รัฐบาลก็ไม่ควรออกมาตรการไปเอื้อประโยชน์แก่เฉพาะโครงการเหล่านั้น ยังมีโครงการอื่นใกล้เคียงที่ยังมีห้องชุดว่างให้ต่างชาติซื้ออีกเป็นจำนวนมาก  ส่วนในต่างประเทศนั้น การให้ต่างชาติถือครองห้องชุดก็กำหนดไว้ต่ำ เช่น เวียดนาม 30% อินโดนีเซีย 49% มาเลเซีย 50% เป็นต้น

ดร.โสภณกล่าวโดยสรุปว่ามาตรการที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำเสนอนั้น ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและอาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา เช่น ปัญหาคนต่างชาติสีเทา การฟอกเงิน อาชญากรรม ปัญหาการครอบงำทางเศรษฐกิจ และปัญหาความมั่นคงของชาติ

          ความจริงที่ไม่พูดถึงหรือฝ่ายรัฐบาลรู้ทั้งรู้  ภาคเอกชนที่ทำคอนโดขายยิ่งรู้ดี คือช่วงเศรษฐกิจดีต่างชาติเข้ามาซื้อเข้ามาลงทุน  แต่ตอนนี้เศรษฐกิจจีนก็ใช่ว่าจะดี  อสังหาริมทรัพย์ยังเป็นระเบิดเวลาในประเทศจีน  ที่เห็นมาเยอะคือรัสเซียหนีภัยสงคราม  ชาวเมียนมาหนีภัยการสู้รบในบ้านตัวเองซึ่งตอนนี้ก็ถูกรัฐบาลทหารจับตาว่าแอบมาซื้อบ้านในไทย  อาจจะมีอินเดียและสิงคโปร์ที่เข้ามาซื้อคอนโดเพื่อการลงทุน

          ความจริงคือยังไม่มีความจำเป็นที่รัฐบาลจะไปขยายเพดานให้ต่างชาติซื้อคอนโดถึง 75% เนื่องจากในปัจจจุบันต่างชาติที่ซื้อคอนโดแล้วมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย 49% นั้นมีน้อยมาก และต่อให้รัฐบาลขยายเพดานให้มาก แต่กำลังซื้อจริงก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น

          ความจริงที่น่าเจ็บช้ำใจก็คือคอนโดเหลือเป็นล้านหน่วยก็เพราะคนไทยจะซื้อแต่กู้ไม่ผ่าน ธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ รัฐบาลเศรษฐาช่วยแหกตาดูด้วย

Facebook Comments


Social sharing

Related post