Digiqole ad

โฮ่ง! เว้ย! เฮ้ย! สายรุ้งดิจิทัล แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้ว!

 โฮ่ง! เว้ย! เฮ้ย! สายรุ้งดิจิทัล แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้ว!
Social sharing

Digiqole ad

อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ ฉบับที่ ๔๓๕ ระหว่างวันที่ ๗-๑๓ มิถุนายน 2567

หน้า 2-3 สกู๊ปปก

“คือมันโฮ่งมาก”

ไม่ว่าจะหันซ้ายหันขวาคงไม่มีงานใดในโลกยุคดิจิทัลที่มีการเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่พร้อมมีกิจกรรมต่าง ๆ ไปตลอดทั้งเดือนอย่างเทศกาล PRIDE MONTH” ที่หลายประเทศทั่วโลกต่างพร้อมใจกันจัดงานและมีกิจกรรมที่นั่น ที่นั่น ที่โน่น ตลอดเดือนมิถุนายน สาระสำคัญคร่าว ๆ คือ Pride Month เป็นช่วงเวลาที่ชาว LGBTQIAN+ ร่วมกันแสดงออกถึงสิทธิและความเท่าเทียมทางเพศตลอดเดือนมิถุนายนของทุกปี และมีกิจกรรม LGBTQIAN+ PRIDE เพื่อรำลึกถึงเหตุจลาจลของเหตุการณ์ความขัดแย้งที่บาร์ Stonewall Inn ย่านกรีนวิชวิลเลจ ในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา กรณีที่ กลุ่ม LGBTQIABN+ ถูกเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรง ราวกับพวกเขาเป็นผู้ร้าย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายไม่ตรงกับเพศ ก็จะถูกมองว่าผิดต่อสังคม และเสี่ยงที่จะถูกจับกุมได้ทุกเมื่อหากพวกเขาเปิดเผยว่าตนนั้นเป็นเพศทางเลือกในที่สาธารณะ การที่ถูกกดขี่และเลือกปฏิบัติให้อยู่ใต้อาณัติเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดเหตุจลาจลระหว่างชาว LGBTQIABN+ และตำรวจขึ้นในคืนวันที่ 28 มิถุนายน 1969 นับได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชาว LGBTQIABN+ ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพของตัวเองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

            นายกฯ ไทยคนแรกร่วมงาน

ประวัติศาสตร์ไทยหน้าใหม่จะต้องจารึกเอาไว้ว่า “เศรษฐา ทวีสิน” คือนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่เปิดใจมาร่วมงานใหญ่ของชาว LGBTQIAN+ ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้ใจจากคนกลุ่มนี้ไปแบบโกยคะแนนมหาศาล โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 14.50 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางมาร่วมขบวน “บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2024” (Bangkok Pride Festival 2024) ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน  กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Celebration of Love เฉลิมฉลองสมรสเท่าเทียม” จัดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร พันธมิตรภาคประชาสังคม และภาคเอกชนที่พร้อมใจกันเนรมิต ถนนพระราม 1 เป็นถนนสีรุ้งแห่งความเท่าเทียมใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวเเพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะทำงานบางกอกไพรด์ พร้อมด้วยผู้ร่วมงานจากหลากหลายภาคส่วนกว่า 170,000 คน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ เครือข่ายพันธมิตรสีรุ้ง สื่อมวลชน ตลอดจนเหล่าศิลปินดารา นักแสดงที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย เข้าร่วมขบวน Bangkok Pride Festival 2024 ครั้งนี้ด้วย
โดยนายกฯ ได้กล่าวทักทายชาว LGBTQIAN+ พร้อมกล่าวสนับสนุนงานต่างจังหวัดและเฉลิมฉลองสมรสเท่าเทียมทั่วประเทศว่า เดือนมิถุนายนเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองสิทธิเสรีภาพของความเสมอภาคเท่าเทียม และสิทธิเสรีภาพในการที่จะมีโอกาสได้เลือก ซึ่งเดือนมิถุนายนนี้จะมีการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ทั้งเดือน วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการที่ทุกคนมารวมตัวกันในครั้งนี้ และจะมีการเริ่มต้นการเดินพาเหรด โดยมีขบวนพาเหรด 5 ขบวน และยังมีวงสนทนาอีกมาก เพื่อจะมาพูดคุยในเรื่องที่เราจะต้องทำกัน รัฐบาลรวมถึงภาคประชาชนจะเดินหน้าไปด้วยกัน ผลักดัน พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมให้สำเร็จ รวมทั้งคำนำหน้าชื่อ Sex Worker ด้วย
พร้อมกันนี้ นายกฯ ได้มอบธงสัญลักษณ์ Pride Month ให้กับเครือข่ายต่างจังหวัด จำนวน 19 เครือข่าย สัญลักษณ์การเปิดเทศกาลเฉลิมฉลองเดือนไพรด์ให้กับเครือข่ายต่างจังหวัด เพื่อปักหมุดไพรด์ทั่วประเทศ จากนั้นนายกฯ ได้ร่วมขบวน “บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2024” (Bangkok Pride Festival 2024) โดยนายกฯ ได้อยู่ในขบวนที่ 1 สมรสเท่าเทียม (Love Wins) และได้ขึ้นเวทีโบกมือทักทายขบวนสมรสเท่าเทียมด้วย ทั้งนี้ ขบวน Bangkok Pride Festival 2024 ครั้งนี้ประกอบด้วย 5 ขบวนหลัก ได้แก่ ขบวนที่ 1 สมรสเท่าเทียม (Love Wins) ขบวนที่ 2 ตัวตน (Love for Identity) ขบวนที่ 3 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Love for Dignity) ขบวนที่ 4 สันติภาพ (Love for Peace & Earth) และขบวนที่ 5 เสรีภาพ (Love for Freedom) โดยขบวน Bangkok Pride 2024 เริ่มจากสนามกีฬาแห่งชาติผ่านเส้นทางพระราม 1 – ศูนย์การค้าเอ็มบีเค – ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ – ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ – ศูนย์การค้าสยามพารากอน – วัดปทุมวนารามวรวิหาร – แยกราชประสงค์ – เวทีเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจบริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยตลอดเส้นทางขบวน “บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2024” เหล่าภาคีเครือข่ายกลุ่มต่าง ๆ ได้ร่วมกันแสดงพลัง LGBTQIAN+ สร้างสีสันโบกสะบัดธงสีรุ้งยาวที่สุดในประเทศไทย 200 เมตร โบกสะบัดตั้งแต่สนามกีฬาเทพหัสดิน ลานหน้าอาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ทอดยาวบนถนนพระราม 1 ตลอดทั้งเส้น มุ่งหน้าสู่แยกราชประสงค์ บริเวณลานเซ็นทรัลเวิลด์ รวมระยะทางกว่า 2.5 กิโลเมตร

            พรรคฝ่ายค้านพร้อมก้าวไกลไปด้วยกัน

            ก้าวไกลเป็นพรรคการเมืองที่ออกตัวแรงในงาน “บางกอกไพรด์ เฟสติวัล” ตั้งแต่ปีที่แล้ว มาปีนี้แม้จะอยู่ในสถานะพรรคฝ่ายค้านอย่างชัดเจน ก็ยังแรงแบบไม่มีแผ่ว  พร้อมหวังใจไว้ว่าสมรสเท่าเทียมผ่าน 18 มิ.ย.67 นี้ คืนสิทธิ์ศักดิ์ศรีให้ทุกคนเท่ากัน พร้อมยื่นร่างกฎหมาย คำนำหน้านามตามสมัครใจ อีกครั้งเมื่อเปิดสภาฯ

            “ไพรด์คือความภาคภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น เป็นเรื่องที่ไม่จำกัดเพศ รวมถึงเป็นการพูดถึงการต่อสู้ตั้งแต่สโตนวอลล์ที่นิวยอร์กและไพรด์ Bangkok Gay Festival ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อ 25 ปีที่แล้ว สะท้อนว่าวันนี้สังคมมาไกลมาก

บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่วันนี้ (1 มิ.ย.) ไปร่วมกิจกรรมบางกอกไพรด์ 2024 ร่วมกับ สส.ก้าวไกล อีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ผู้เสนอร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมฉบับพรรคก้าวไกล, ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรค, เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ, ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพฯ เขต 11, กันตภณ ดวงอัมพร สส.กรุงเทพฯ เขต 6, เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพฯ เขต 24, ทิสรัตน์ เลาหพล สส.กรุงเทพฯ เขต 29, พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ เขต 1, รัชนก สุขประเสริฐ สส.สมุทรปราการ เขต 2 และ ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ

บรรยากาศงานเป็นไปอย่างคึกคัก ระหว่างทางมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเข้ามาขอถ่ายภาพ เพ้นท์หน้าให้นายพิธา และให้กำลังใจ สส.พรรคก้าวไกล โดยก่อนเริ่มกิจกรรม นายพิธาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า Pride Month คือเดือนแห่งความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตัวเอง เรื่องนี้เป็นมากกว่ากฎหมาย แต่คือเรื่องของสังคมและความคิดของคน ความภาคภูมิใจนี้จะมากกว่าเดิมในวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ที่คาดว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมจะผ่านการพิจารณาในชั้น สว. หลังจากนี้พรรคก้าวไกลยังมีร่างกฎหมายเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ เช่น ร่างคำนำหน้านามตามสมัครใจ หลังโดนปัดตกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จะเสนอต่อสภาฯ อีกครั้งหลังเปิดสภาฯ ในเดือนกรกฎาคม 2567

ด้านภคมนกล่าวว่า ในฐานะผู้แทนราษฎร ภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติผลักดันให้เกิดกฎหมายสมรสเท่าเทียม หัวใจของกฎหมายนี้คือการคืนสิทธิ์คืนศักดิ์ศรีให้ทุกคนเท่ากัน เป็นหมุดหมายของความเท่าเทียมในสังคม นี่คือดอกผลจากการที่ทุกคนส่งเสียงรณรงค์ตลอดมา

ขณะที่ศศินันท์กล่าวว่า นอกจากร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ที่พรรคก้าวไกลผลักดันมาตลอด เรายังจะผลักดันกฎหมายอีกหลายฉบับเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและความเท่าเทียมในเรื่องอื่นๆ เช่น การต่อต้านความรุนแรงทางเพศทุกรูปแบบ, สิทธิลาคลอด 180 วัน, ตำรวจหญิงทุกสถานี

สำหรับขบวนของพรรคก้าวไกลอยู่ในลำดับ 5 สีม่วง “เสรีภาพ Love for Freedom” เริ่มต้นบริเวณหน้าอาคารนิมิบุตรจนถึงแยกราชประสงค์ ประกอบด้วย ธงสีรุ้งขนาดต่างๆ แผ่นป้ายนโยบายเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ อาทิ สมรสเท่าเทียม, sex worker ถูกกฎหมาย, คำนำหน้านามตามสมัครใจ รวมถึงป้ายข้อความรณรงค์ให้องค์กรและสังคมสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เช่น “Support means action, not just decoration” และ “Commit to real change, not just rainbows”

ดึงเม็ดเงิน 4,500 ลบ. จากนักท่องเที่ยว LGBTQIAN+

            นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการผลักดันสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเปิดรับความหลากหลาย เท่าเทียม โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ศาสนา สัญชาติ หรือสถานะทางสังคม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มจากทั่วโลกในฐานะศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว (Tourism Hub) พร้อมวางแผนจัดงานเฉลิมฉลอง Pride Month ในเดือนมิถุนายน 2567 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 860,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 4 พันล้านบาท เป็นโอกาสส่งเสริมภาพลักษณ์ไทยฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว Pride Friendly และการเป็นเจ้าภาพ World Pride ในปี 2030
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ใช้โอกาสที่นายก รัฐมนตรีกำหนดนโยบายสนับสนุนความเสมอภาคเท่าเทียม ในการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวไทยเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Top LGBTQ+ Friendly Destination ควบคู่ไปกับการสร้างพันธมิตรการท่องเที่ยว ขยายเครือข่ายทางธุรกิจ และดึงดูดนักท่องเที่ยว LGBTQ+ ต่างชาติซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง ชื่นชอบการเดินทาง และมีระยะเวลาพำนักยาวกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปให้เลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและช่วยเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าและบริการของไทยในขณะเดียวกัน


ทั้งนี้ ข้อมูลจาก LGBT Capital ระบุว่าในปี 2566 ประเทศไทยติดอันดับ 4 ของโลก ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ+ สูงที่สุด โดย ททท. คาดว่าการจัดงาน Pride Month ตลอดเดือนมิถุนายนของประเทศไทย จะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 860,000 คน และสร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท
สำหรับกำหนดการจัดกิจกรรม Pride Month ททท. ร่วมกับภาคเอกชนจัดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น งาน Colorful Pride Festival ณ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2567 ประกอบด้วยกิจกรรมการเดินขบวนของ LGBTQ+ การแสดงคอนเสิร์ต นิทรรศการศิลปะ งาน Bangkok Pride  Festival 2024 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2567 ครอบคลุมกิจกรรมการเดินขบวน Bangkok Pride  มหกรรมการแสดงศิลปินแดร็ก (Drag) และการประชุมและสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความหลากหลายทางเพศ และงาน Pride Nation Samui International Pride Festival  ณ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดขึ้นในวันที่ 24 – 29 มิถุนายน 2567 ที่จะรวมศิลปิน LGBTQ+ ระดับประเทศและนานาชาติเข้าร่วมงานด้วย เป็นต้น


“นายกรัฐมนตรี ขอบคุณความร่วมมือ บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเดินหน้าผลักดันความเท่าเทียม เสมอภาค สนับสนุนความหลากหลายทางเพศอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง ร่วมดำเนินมาตรการรองรับและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่เลือกเดินทางมาฉลอง Pride Month ในไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะร่วมเดินขบวนพาเหรด Bangkok Pride 2024 ด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าจะเป็นอีกโอกาสนอกจากสนับสนุนการท่องเที่ยว ทั่วโลกจะเห็นว่าประเทศไทยมีความเท่าเทียม พร้อมตอบรับทุกความหลากหลายด้วยความเสมอภาค และเป็นการผลักดันไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030 อีกด้วย” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

            เปิดกลางกรุงเพื่อสีรุ้งพุ่งใส่

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะตัวแทนของพันธมิตรเมือง กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร สนับสนุนงาน “บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2024”  เป็นปีที่ 3 แล้ว ขอชื่นชมภาคีเครือข่ายผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งมีความเข้มแข็งที่สุดอีกหนึ่งภาคีและมีข้อเสนอต่อทางภาครัฐที่ชัดเจน สิ่งใดที่ กทม. ดำเนินการได้จะทำทันที เช่น การสมรสเท่าเทียม ซึ่งวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา กทม.เปิดให้แจ้งจดทะเบียนสมรสได้เลยทั้ง 50 เขต จำนวน 165 คู่ หาก ครม. อนุมัติกฎหมาย 165 คู่นี้จะจดทะเบียนสมรสได้ทันที

นอกจากนี้ กทม.ยังเตรียมความพร้อม อำนวยความสะดวกและสนับสนุนการจัดงานบางกอกไพรด์ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะกิจกรรมเดินขบวนที่จะมีการเพิ่มความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกที่หลากหลายสำหรับ เด็ก ผู้พิการ ผู้สูงวัย Pet friendly การสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์กับ LGBT+ ชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจบงานไพรด์แล้วตลอดทั้งปีกรุงเทพมหานครก็มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าร่วมเป็นเครือข่ายกับ Rainbow Cities Network เครือข่ายเมืองระดับโลกที่จะรับรองเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาเมืองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีความหลากหลายทางเพศที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงภารกิจใหญ่ในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน WorldPride 2030

“ซึ่งต้องมีการพัฒนาคุณสมบัติของเมืองและความเข้มแข็งของชุมชนเพศหลากหลายไปพร้อมกัน เป็นภารกิจที่ท้าทายและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย กรุงเทพมหานครก็พร้อมที่จะเดินทางกับบางกอกไพรด์และชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศไปจนกว่าจะถึงปี 2030 ด้วยความหวังว่าจะสามารถจัดงาน WorldPride โดยใช้ชื่อ Bangkok WorldPride 2030 นโยบายของกรุงเทพมหานคร มุ่งเป้าบริหารจัดการกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ส่งเสริมให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ทุกคนต้องการความสุข ต้องการความเท่าเทียม ต้องการสิทธิในด้านต่าง ๆ”

นายศานนท์ ยังกล่าวด้วยว่า หากกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านความเห็นชอบ ทาง กทม. ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อคนทุกกลุ่มจะได้อยู่ในสังคมเดียวกันอย่างสมดุล นั่นเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน งาน “บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2024”  ถือเป็นงานระดับประเทศที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้หมุนเวียน โดยกทม.ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและคอยอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ “บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2024”  ไม่เพียงแค่เป็นการปรากฏการณ์การรวมตัวของชุมชน LGBTQIAN+ แต่ยังเป็นการพื้นที่สำคัญในการยืนยันสิทธิความเท่าเทียมทางเพศของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เฉลิมฉลองความหลากหลายของความรักและความเป็นมนุษย์

“โดยภาพธงสีรุ้งที่ยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานครในปีนี้ จะเป็นสัญลักษณ์ของการสนับสนุนสิทธิความหลากหลายทางเพศจากทุกภาคส่วน และเป็นคำเชิญที่ส่งตรงไปยัง LGBTQIAN+ จากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนประเทศไทยในฐานะหมุดหมายของ “ชาวสีรุ้ง” พร้อมตั้งเป้าความสำเร็จในปีนี้เป็นแรงขับเคลื่อนให้เยาวชน LGBTQIAN+ ตัวแทนประเทศไทย ไปนำเสนอความพร้อมและคุณสมบัติในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok WorldPride ปี 2030 สำเร็จ”

            เจ้าภาพ “World Pride 2030”

ประเทศไทยจะได้อะไรจาก World Pride ?

หากพูดถึงรูปธรรมที่จับต้องได้ว่าไทยจะได้อะไรจากงานระดับโลกในครั้งนี้ ง่ายที่สุดคงหนี้ไม่พ้นเม็ดเงินที่ได้จากภาคการท่องเที่ยว เมื่อเปรียบเทียบกับ ประเทศออสเตรเลียเจ้าภาพจัดงาน Sydney WorldPride 2023 ที่เพิ่งผ่านมา ซึ่งเป็นการจัดติดต่อกันนานถึง 17 วัน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมถึง 50,000 คน ที่เดินขบวนไปบนสะพาน ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ รวมระยะทางยาวประมาณ 4 กม. แต่ถ้านับรวมคนเข้าร่วมขบวนพาเหรดทั้งหมดมากถึง 500,000 คน ตัวเลขเงินสะพัด 2-3 หมื่นล้านบาท

นี่เป็นรายได้ซึ่งหน้าที่เกิดขึ้นตลอดกิจกรรม ไม่นับรวมธุรกิจเช่าที่พัก บริการ ที่เกิดขึ้นก่อนและหลังกิจกรรม ซึ่งประเทศไทย ถือว่ามีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งอุตสาหกรรมความบันเทิง เช่น ซีรีย์วาย, แดร็กโชว์, ธุรกิจความงาม, เทคโนโลยีทางการแพทย์สำหรับกลุ่ม LGBTQIAN+ และเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพื่อให้กำลังใจ เรียนรู้ความหลากหลายทางเพศ รวมถึงเป็นพื้นที่ปลอดภัย ต่อการแสดงออกด้านอัตลักษณ์ อันเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจให้หมุนเวียนในประเทศ ไปถึงการผลักวาระของ Rainbow Pop เพื่อเป็น Soft Power ของไทยสู่ตลาดโลก ซึ่งจะถูกสะท้อนผ่านขบวนบางกอกไพรด์ และอีกกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศในปีนี้ด้วย

หากรัฐบาลจะหยิบฉวยโอกาสจากการเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030 ช่วงระหว่างนี้ ไทยจะต้องทำให้โลกเห็นความพร้อมของ Pride Community ที่มีความเข้มแข็ง ทำให้เห็นว่าไทยมีรัฐบาลที่มีนโยบายโอบรับความหลากหลาย มีกฎหมายที่ให้สิทธิความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะช่วงเวลาสำคัญคือในปี 2026 ไทยต้องมีภาพจำที่ทำให้ Inter Pride เชื่อมั่นในศักยภาพ ก่อนจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ Wolrd Pride 2030 ในที่ประชุม Inter Pride 2026 แต่หากพูดถึงรูปธรรม ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นจากความคาดหวังต่องานในครั้งนี้ หนีไม่พ้นคุณภาพชีวิตของกลุ่ม LGBTQIAN+ ที่จะได้รับการคุ้มครอง และการสนับสนุนภายใต้กฎหมายที่ให้สิทธิ เสรีภาพ ที่เท่าเทียมกันของคนในประเทศ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของผู้คนทั่วโลกที่ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น (ที่มา : theactive)

อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาหื ฉบับที่ ๔๓๕
ระหว่างวันที่ ๗ – ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๗
https://book.bangkok-today.com/books/vmsk/#p=1
(สามารถพลิกอ่านได้เหมือนหนังสือปกติ)

 

 

           

           

 

Facebook Comments


Social sharing

Related post