Digiqole ad

โปร่งใสที่ไม่จริงใจ คือ ชั่วร้าย

 โปร่งใสที่ไม่จริงใจ คือ ชั่วร้าย

มานะ นิมิตรมงคล

Advertisement
เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) ออกมาโพสต์ตั้งคำถามถึงการประมูล รถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสานมูลค่า 1.28 แสนล้านบาท

ด้วยประเด็นที่ตรงไปตรงมาว่า “ความโปร่งใสที่ไม่จริงใจ ชั่วร้ายยิ่งกว่าโกงซึ่งๆหน้า”

มานะ ชี้ให้เห็นว่าการประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสานมูลค่า 1.28 แสนล้านบาทเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดข้อกังขาจากสังคมถึงความไม่โปร่งใสหลายประการ

1. กติกาถูกเปลี่ยนก่อนการประมูล

เพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้เงินงบประมาณ รัฐต้องจูงใจและส่งเสริมให้เอกชนเข้าร่วมแข่งขันประมูลให้มากที่สุด ดังนั้นในปี 2558 ครม. จึงมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้าง ที่มี ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธาน กำหนดให้การประมูลรถไฟทางคู่ต้องกระจายงานออกเป็นสัญญาที่วงเงินต่อสัญญาไม่สูงเกินไปและแยกงานระบบอาณัติสัญญาณออกจากงานโยธา เพื่อป้องกันการฮั้วประมูลและเปิดให้ผู้ประกอบการรายย่อยแข่งขันได้

แต่มติ ครม. นี้กลับถูกยกเลิกไปก่อนที่การประมูลรอบใหม่จะเริ่มขึ้น

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงคดีทุจริตยาที่ศาลตัดสินจำคุกอดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข เพราะใช้อำนาจสั่งให้ ‘ยกเลิก’ บัญชีราคากลางยาส่งผลให้ราคายาแพงขึ้น ถือเป็นตัวอย่างคอร์รัปชันเชิงนโยบายจนทุกวันนี้

2. แบ่งเค้ก – ฮั้วราคา หรือไม่?

การประมูลครั้งนี้แยกเป็น 5 สัญญา ผลคือมีผู้เข้าประมูลเพียง 5 ราย แต่ละรายต่างชนะการประมูลรายละ 1 สัญญา โดยราคาประมูลนั้นเกือบเท่าราคากลางแตกต่างเฉลี่ยเพียงร้อยละ 0.08 ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับการประมูล 7 สัญญาช่วงปี 2558 – 2560 ที่บางสัญญาราคาประมูลต่ำกว่าราคากลางเฉลี่ยมากคือ ช่วงวิหารแดง-บุใหญ่ ต่ำกว่าถึงร้อยละ 31.99 และช่วงหัวหิน-ประจวบฯ ต่ำกว่าถึงร้อยละ 20.51 ประหยัดไปกว่าสามพันล้านบาท!!!

3. กลุ่มผูกขาด

การประมูลครั้งนี้กำหนดเงื่อนไขที่ทำให้มีแต่ผู้รับเหมารายใหญ่หน้าเดิมๆ ยื่นซองแล้วเอางานไปคนละสัญญาแถมได้ราคาดี แต่ทำไมงานใหญ่ขนาดนี้ไม่เปลี่ยนเกมแข่งขัน โดยเปิดให้บริษัทต่างชาติที่ทุนหนา เทคโนโลยีสูงมาร่วมประมูล จะได้มีตัวเปรียบเทียบกันมากขึ้น ผลประโยชน์และการประหยัดงบประมาณจะเกิดกับประเทศ

4. ถูกกฎหมาย แต่ขัดใจประชาชน

บ้านเมืองของเรามีคดีคอรัปชั่นมากมายที่กว่าจะถูกจับโกงได้ก็ผลาญชาติจนเสียหายไปมากแล้ว เพราะสังคมหลงเชื่อคนมีอำนาจที่คอรัปชั่นแต่ปากก็อ้างว่าโปร่งใส ทุกอย่างถูกกฎหมายแล้ว เช่น กรณีสนามฟุตซอล คลองด่าน โฮปเวลล์ บ้านเอื้ออาทร จำนำข้าว เครื่องตรวจระเบิดจีที 200 ถุงมือยาง ฯลฯ

บ่อยครั้งที่พบว่ามีการวางแผน ‘สมรู้ร่วมคิด ล็อคสเปค ฮั้วประมูล’ อยู่เบื้องหลัง การเปิดประมูลอีบิดดิ้งกลายเป็นเรื่องบังหน้า กลไกปรกติในการป้องกันคอรัปชั่น อย่าง ป.ป.ช. และศาลก็ทำอะไรไม่ได้ แม้ประชาชนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีการโกงกิน ทำให้รัฐเสียหาย ซื้อแพงเกินเหตุ ของใช้การไม่ได้ หรือไม่คุ้มค่าเงินที่เสียไปก็ตาม

คำอวดอ้างที่ว่า ‘ไม่มีโกง เพราะทำถูกระเบียบ เป็นไปตามขั้นตอน’ จึงอาจเป็นเพียงคำลวงที่ทำให้พวกเขาดูดี แล้วลอยนวลกอบโกยได้ต่อไป

5. อย่าปล่อยตามยถากรรม

เชื่อว่า ครม. และ รฟท. มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรให้ดีขึ้นได้ และหวังว่าจะทำด้วยจิตสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมือง เปิดประมูลใหม่ทำให้มีการแข่งขันที่เปิดกว้างโปร่งใสกว่านี้ หรืออย่างน้อยก็ให้ประชาชนเห็นชัดเจนว่ามีการเจรจาต่อรองกับผู้ประมูลให้ได้เงื่อนไขดีขึ้น

ทำให้ถูกต้องชัดเจน นำมาตรการตาม ‘กฎหมายฮั้วประมูล’ มาใช้เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่เกิดเรื่องน่ากังขาแบบนี้อีก เพราะยังมีรถไฟทางคู่สายปากน้ำโพ – เด่นชัย และ สายชุมพร – ปาดังเบซา เปิดประมูลอีกเร็วๆ นี้

บทสรุป…

ถ้าเบื่อคอรัปชั่น เราต้องสู้ เราคนไทยเจ้าของประเทศต้องไม่ถูกครอบงำ ต้องไม่นิ่งเฉยยอมรับชะตากรรม มาช่วยกันขุดคุ้ยเปิดโปง ช่วยกันโวย ปฏิเสธและก่นด่าพวกโกงชาติ พวกที่พร่ำชวนเชื่อว่าโปร่งใส แต่ไม่ยอมเปิดเผยให้ตรวจสอบแถมไม่เปิดกว้างรับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชน

เพราะ ‘ความโปร่งใสที่ไม่จริงใจ ชั่วร้ายยิ่งกว่าโกงซึ่งๆ หน้า’

เมื่อไม่กี่วันมานี้ คนชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศให้ การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติอีกครั้ง หลังจากที่เคยประกาศมาแล้วครั้งหนึ่ง

และเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ประยุทธ์ ก็พูดในที่ประชุม ครม.ว่า “ต่อจากนี้ไป จะเอาจริงกับคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ”

เหมือนกับสารภาพหรือเปล่าว่า ที่ผ่านมาไม่ได้เอาจริ ง แต่เพิ่งคิดที่จะเอาจริงจากนี้ไป

งั้นลองทำให้เห็นสักคดีหนึ่งได้ไหม อย่าดีแต่พูด

หนามกุหลาบ

Advertisement
Facebook Comments

Related post