Digiqole ad

แสนสิริQ1/64กำไรโต521%กำสภาพคล่อง1.5หมื่นล.

 แสนสิริQ1/64กำไรโต521%กำสภาพคล่อง1.5หมื่นล.

แสนสิริโชว์ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 64 พลิกทำกำไรโต 521% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวม 6,827 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5% จากปีก่อน มาจากรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตขึ้น 12% อยู่ที่ 6,044 ล้านบาท โกยรายได้จากโครงการแนวราบ ปลื้มปั้นบ้านและทาวน์โฮมแบรนด์ “อณาสิริ” ติดลมบน ทำรายได้โต 274% ขณะที่ยอดขายล่าสุดทะลุ 12,500 ล้านบาท ยอดโอนรอบ 4 เดือนพุ่ง 9,400 ล้านบาท ทำให้ต้องมีการปรับเพิ่มเป้ายอดขายและยอดโอนทั้งปีเป็น 31,000 ล้านบาท

Advertisement

นางสาววรางคณา อัครสถาพร ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) เผยว่า ความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่งนำหน้าคู่แข่งในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้แสนสิริได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี นอกจากนี้ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ยังทำให้แสนสิริต้องเร่งการขายโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ให้เร็วกว่าแผนเดิม เพื่อแข่งขันกับสภาพตลาด (Speed to Market) ส่งผลให้มีผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกที่ดี

ไตรมาสแรกปี 64 พลิกทำกำไรโต 521% ปั้นแบรนด์ “อณาสิริ” ติดลมบน รายได้โต 274% โดยผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 64 จากการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Speed to Market ส่งผลให้แสนสิริมีผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกที่ดี โดยบริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 384 ล้านบาท เติบโตถึง 521% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมเติบโตขึ้น 5% จากปีก่อนอยู่ที่ 6,827 ล้านบาท โดยรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตขึ้น 12% อยู่ที่ 6,044 ล้านบาท ทำผลงานการโอนได้ดีในโครงการแนวราบ

โดยรายได้จากโครงการบ้านเดี่ยวเติบโตขึ้น 36% อยู่ที่ 3,272 ล้านบาท นอกจากนี้แสนสิริยังประสบความสำเร็จจากการสร้างแบรนด์ “อณาสิริ” บ้านและทาวน์โฮม ภายใต้แนวคิด “Feel Just Right ความพอดีที่ลงตัว” โครงการคุณภาพที่รวมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมไว้ด้วยกัน ในราคาเริ่มต้น 2 – 6 ล้านบาท สะท้อนความพอดีใน 5 มุมการใช้ชีวิต ได้แก่ Love / Work / Eat / Play / Live และผนวกแนวคิดของ Sansiri Housing Evolution จึงมีความโดดเด่นในดีไซน์และฟังก์ชันการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างพอดี

รองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มสร้างครอบครัว ที่นับเป็นกลุ่มใหญ่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เป็นผลงานจากการรุกตลาดและสร้างแบรนด์อณาสิริในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีรายได้จากบ้านและทาวน์โฮมแบรนด์อณาสิริในไตรมาสแรกถึง 621 ล้านบาท เติบโตขึ้น 274% จากปีก่อน รวมถึงมีสภาพคล่องกว่า 15,000 ล้านบาท ที่มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจและมีความแข็งแกร่งในทุกสภาวการณ์

นอกจากนี้ปูพรมสร้างความแข็งแกร่งด้านรายได้ในอนาคต ด้วยการเข้าลงทุนใน “XSpring” อีกหนึ่งก้าวที่สำคัญในปีนี้ แสนสิริยังได้ก้าวล้ำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ต่อยอดจากธุรกิจเดิมที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มากว่า 36 ปี ด้วยการประกาศการลงทุนครั้งสำคัญใน บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XSpring Capital Public Company Limited (XPG) กลุ่มธุรกิจการเงินและหลักทรัพย์ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจร ที่เชื่อมโลกการเงินปัจจุบันและโลกบริการทางการเงินดิจิทัลหรือ Digital Financial Service ไว้ด้วยกัน รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย

โดยแสนสิริเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง ในสัดส่วน 15% ด้วยเงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท จากการมองเห็นโอกาสในการเติบโตและการดำเนินธุรกิจของ XSpring ที่แข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านธุรกิจการเงินและหลักทรัพย์ของโลกการเงินปัจจุบัน ที่เชื่อมการลงทุนสู่โลกการลงทุนดิจิทัลเป็นรายแรกของประเทศ รับเทรนด์ธุรกิจการเงินดิจิทัลขยายตัวในอัตราสูงด้วย ‘Digital Financial Service’ ธุรกิจทางด้านการเงินสำหรับดิจิทัลอีโคโนมี ที่จะนำเสนอนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสทางการเงินให้ทุกคนเข้าถึงได้

นอกจากนี้ XSpring ยังมีใบอนุญาตการดำเนินธุรกิจ Digital Financial Service ในด้าน “บริการซื้อขายโทเคนดิจิทัลเต็มรูปแบบ” ผ่านบริษัท SE Digital (เอสอี ดิจิทัล) ในฐานะ ICO Portal ที่เสนอขายโทเคนดิจิทัลให้แก่นักลงทุน ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว ที่จะทำให้ XSpring สามารถเดินหน้าออกโทเคนดิจิทัลที่มีสินทรัพย์เป็นหลักค้ำประกันเป็นรายแรกในประเทศไทยได้ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยการผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรด้านการเงินและหลักทรัพย์ในครั้งนี้ ยังนับเป็นการลงทุนครั้งสำคัญที่จะได้เห็นความแข็งแกร่งของแสนสิริที่เพิ่มมากขึ้นผ่านธุรกิจของ XSpring

ทั้งนี้ช่วงไตรมาส 2 เตรียมโอน XT ห้วยขวาง กวาดรายได้เพิ่มและเปิดขายแบรนด์คอนโดแนวคิดใหม่ “The Muve” จากแผนการดำเนินธุรกิจของแสนสิริ เพื่อรองรับความแข็งแกร่งควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งด้านการเงิน คือ การเตรียมโอน “XT ห้วยขวาง” ไลฟ์สไตล์คอนโดฯแห่งแรกในไทย มูลค่า 7,000 ล้านบาท ที่มียอดขายแล้วกว่า 60% โดยกลุ่มลูกค้าต่างชาติให้ความมั่นใจและเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริ ตอบรับการโอนล่วงหน้าแล้วถึง 60% โดยจะเริ่มเปิดการโอนในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้

ซึ่งจะส่งผลให้แสนสิริมีรายได้จากการโอนในมือเพิ่มและสร้างยอดโอนได้ตามเป้าหมาย 31,000 ล้านบาท รวมถึงการสานต่อการสร้างแบรนด์แสนสิริให้แข็งแกร่งมากขึ้นจากการเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้าน ด้วยแผนขยายการพัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้า โดยล่าสุดได้รับกระแสตอบรับแรงจาก “The Muve” จุดพลุความปังของแบรนด์คอนโดแนวคิดใหม่ ตั้งอยู่บน 4 ทำเลคอมมูนิตี้เมือง ‘เกษตร-รัชดา-ราม-บางนา’ ในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายเริ่มต้นที่ 1.29 ล้านบาท เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ทั้งกลุ่มนักศึกษาและ First Jobber ที่มีการวางแผนชีวิตเพื่อพุ่งไปสู่เป้าหมายและไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง

ซึ่งหลังจากเปิดตัว แบรนด์ “THE MUVE” กวาดยอด Lead ไปอย่างถล่มทลาย สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นแบรนด์คอนโดน้องใหม่ของแสนสิริ ที่น่าจับตามองและสร้างปรากฏการณ์ Talk of the Town ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับตลาดคอนโดอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยคอนโดมิเนียมแบรนด์ The Muve จะเริ่มเปิดการขายในปลายเดือนพฤษภาคม และมิถุนายนของปีนี้ ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน แสนสิริยังยืนหยัดความเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อมั่น ดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด และพร้อมช่วยเหลือสังคม เพื่อก้าวผ่านทุกสถานการณ์ไปด้วยกัน” นางสาววรางคณา กล่าวทิ้งท้าย

 

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/h9ekx

Related post