Digiqole ad

แพลตฟอร์ม AEP กับ Magazine Battery เทคโนโลยีสุดล้ำในรถยนต์ไฟฟ้า AION

 แพลตฟอร์ม AEP กับ Magazine Battery เทคโนโลยีสุดล้ำในรถยนต์ไฟฟ้า AION
Social sharing
Digiqole ad

AION โชว์เทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ ทั้งแพลตฟอร์ม AEP กับ Magazine Battery ของรถยนต์ไฟฟ้า AION  Y Plus 490 Premium พร้อมย้ำโกดังศูนย์กลางอะไหล่เปิดให้บริการแล้ว รับประกันส่งอะไหล่ไปได้ทั่วประเทศไทยภายใน 24 ชั่วโมง

หลังจาก AION ได้ปรับราคาขายรถยนต์ไฟฟ้า AION Y Plus 490 Premium ลงอีก 100,000 บาท จากราคาเดิม 1,099,900 บาท ลงมาอยู่ที่ 995,900 บาท เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาด EV SUV ซึ่งเราได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะยอดจองของ AION ในงาน Motor Expo 2023 ที่มีมากถึง 4,568 คัน คิดเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงเป็นอันดับ 4 ของงาน และมียอดขายเป็นอันดับ 2 ของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

นอกจากขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 150 kW ที่ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตร มอบอัตราการเร่ง 0 ถึง 100 ในเวลา 8.5 วินาที และมีระยะทางวิ่งไกลสูงสุด 490 km (NEDC) แล้ว

สิ่งที่ทำให้ลูกค้าหลายคนสนใจมากที่สุด คือ แบตเตอรี่ Magazine Battery ขนาด 63.2 kWh ที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ไฟฟ้า AION Y Plus เป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ได้ชื่อว่า “ปลอดภัยที่สุดในโลก” เป็นระบบแบบเดียวที่ประกอบด้วย เซลล์ โมดูลและแพ็ค มีการทดสอบความปลอดภัยด้วยการยิงกระสุนปืนทะลุแบตเตอรี่ เพื่อให้แน่ใจว่าแม้ถูกปืนยิงก็ไม่ลุกติดไฟ

โดยที่ผ่านมารถยนต์ไฟฟ้าของ AION ที่ใช้เทคโนโลยี Magazine Battery สถิติชี้ว่าไม่เคยเกิดเหตุแบตเตอรี่ติดไฟเลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่เปิดตัวผลิตภัณฑ์และเมื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบแบบมาตรฐานที่ใช้การเจาะทะลุแบตเตอรี่ด้วยตะปู (Nail Penetration Test) จะพบว่าความเร็วในการเจาะทะลุของการทดสอบด้วยการยิงกระสุนปืนนั้นสูงกว่าถึง 980,000 เท่า

ผลการทดสอบยังชี้ชัดว่า เส้นผ่านศูนย์กลางของรอยทะลุจากการยิงด้วยกระสุนปืน มีความใหญ่กว่าการทดสอบด้วยวิธีปกติถึง 7-8 เท่า เมื่อเผชิญกับแรงยิงกระสุนปืนที่รุนแรงมากขนาดนี้ Magazine Battery ยังคงไม่เกิดการระเบิด สามารถรับประกันได้เลยว่า AION ได้มอบความปลอดภัยระดับสูงให้กับผู้ขับขี่ชาวไทยอย่างเต็มที่

อีกหนึ่งจัดแข็งของ AION ก็คือแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า AEP หรือ AION Electric Platform ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยทีมวิจัยกว่า 200 ชีวิต โดยใช้เวลาในการวิจัยถึง 2 ปี 6 เดือน และใช้เงินลงทุนมากถึง 15,000 ล้านบาท นี่คือสิ่งที่ทาง AION ใช้เป็นอาวุธหลักของการเป็นผู้นำในการรักษายอดขายทางตลาดในประเทศจีนมาเป็นระยะเวลานาน

AEP Platform มาพร้อมคุณสมบัติที่โดดเด่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบการจัดวางแบตเตอรี่ในแนวราบ ใช้ประโยชน์จากระยะฐานล้อที่ยาวทำให้จัดเรียงชุดเซลล์แบตเตอรี่ได้มากขึ้น ส่งผลให้รถสามารถวิ่งได้ระยะไกลมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยกว้างขวางกว่ารถในกลุ่มเดียวกัน และมีอัตราส่วนน้ำหนักของรถด้านหน้าและด้านหลัง 50:50 ซึ่งหาได้ยากในรถยนต์เอสยูวี

และด้วยเหตุผลข้างต้นที่กล่าวมา ส่งผลให้ตัวรถมีสมรรถภาพช่วงล่างที่ดีเยี่ยม ส่งผลให้การควบคุมรถมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การออกแบบโครงสร้างของตัวรถใช้โครงสร้างแบบชิ้นเดียว มีความทนทานและมีความแข็งแรงสูง ทนต่อแรงอัดได้ดี ทำให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รองรับการติดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะได้ทุกรูปแบบ ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้เพลิดเพลินไปกับเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและฉลาดยิ่งขึ้น

สำหรับออปชั่นใหม่ล่าสุด 24 รายการของ AION Y Plus 490 Premium มีดังนี้

  1. ระบบไฟสูงอัจฉริยะ (IHBC)
  2. ระบบฝาท้าย เปิด-ปิด อัจฉริยะ (Smart Tailgate)
  3. เบานั่งคนขับพร้อมระบบระบายอากาศ (Front Seat Ventilation)
  4. ระบบ Welcome Seat ปรับระดับที่นั่งอัตโนมัติเมื่อเปิดประตูรถ
  5. เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ 4 ทิศทาง
  6. เบาะผู้โดยสารตอนหลังพร้อมพนักพิงศีรษะ
  7. เบาะผู้โดยสารตอนหลังพร้อมที่พักแขน
  8. กระจกมองหลังแบบตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
  9. ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light 32 เฉดสี เปลี่ยนสีอัตโนมัติตามจังหวะดนตรี
  10. ล้อขนาด 18 นิ้ว 5 ก้าน ดีไซน์ใหม่
  11. ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC S&G)
  12. ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICA)
  13. ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (FCW)
  14. ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
  15. ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (TJA)
  16. ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
  17. ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร (LKA)
  18. ระบบกล้องมองภาพแบบพาโนรามา Panorama HD 540 องศารอบตัวรถ
  19. ระบบนำทางเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตออนไลน์ (Navigation System)
  20. ระบบสั่งการด้วยเสียง ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (Voice Command TH/EN)
  21. ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charging)
  22. ระบบควบคุมคำสั่งรถยนต์จากระยะไกล ผ่าน Application
  23. สายชาร์จฉุกเฉิน Emergency Charger
  24. ระบบเชื่อมต่อและจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก (V2L)

โดยในปี 2024 นี้ AION เตรียมขยายศูนย์บริการหลังการขายจำนวน 70 แห่ง เพราะเราให้ความสำคัญกับระบบบริการหลังขายเป็นอย่างมาก พร้อมมอบการรับประกันตัวรถที่เหนือกว่า ด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุม 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร และรับประกันตัวรถในส่วนอื่นๆ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ถือได้ว่าครอบคลุมมากที่สุดในรถไฟฟ้าเซกเมนท์เดียวกัน

นอกจากนี้ AION Thailand ยังได้เปิดคลังเก็บอะไหล่ครบวงจร และสามารถส่งอะไหล่ไปได้ทั่วประเทศไทยภายใน 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังขายอะไหล่ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อให้ลูกค้า AION ได้รับการบริการที่รวดเร็วในราคาที่สมเหตุผลอีกด้วย”

ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานของ AION Thailand ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC จังหวัดระยอง ในขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างโรงงานเฟสที่ 1 ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมของปีนี้ มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 20,000 คันต่อปี และในอนาคตจะมีการลงทุนสร้างโรงงานเฟสที่ 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 50,000 คันต่อปี ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 2,300 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

AION ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นคนสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยชื่อชั้นของแบรนด์ที่ไม่เป็น 2 รองใคร การันตีด้วยยอดขายในประเทศจีนที่เกาะอยู่ในกลุ่มหัวแถว เทคโนโลยีที่ทันสมัย โรงงานผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพ และประสบการณ์ยาวนานในอุตสหกรรมยานยนต์ของ GAC AION โดยก้าวขึ้นเป็นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าที่ติดอันดับ1ใน2ของประเทศจีน และติดอันดับ1ใน3ของโลก การบุกตลาดประเทศไทยในครั้งนี้ เรียกได้ว่า GAC AION เอาจริง และคาดหวังที่จะขึ้นเป็นแบรนด์รถไฟฟ้าอันดับ 1 ในไทยอย่างแน่นอน

 

Facebook Comments

Related post