Digiqole ad

แนวคิดสร้างประชาคมโลกของ สี จิ้นผิง ความท้าทายเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ

 แนวคิดสร้างประชาคมโลกของ สี จิ้นผิง ความท้าทายเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ

แนวคิดในการสร้าง “ประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกัน” ของสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเรื่องที่ไม่เพียงน่าสนใจสำหรับกับทุกประเทศ แต่ยังเป็นเรื่องที่ล้ำกาลเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์โลกในอนาคตเป็นอย่างยิ่ง

ความจริงการรวมกลุ่มประเทศเพื่อสร้างประชาคมในภูมิภาคไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้ว อย่างการรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน กลุ่มประชาคมยุโรป ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันยังดำรงอยู่

Advertisement

แต่ส่วนใหญ่จะเน้นการรวมกลุ่มในภูมิภาคที่ใกล้เคียงกัน มีแนวประเทศติดกันในลักษระของกลุ่มประเทศ แต่สิ่งที่ สี จิ้นผิง คิด และมีการแสดงออกในหลายวาระ หลายโอกาส และหลายการประชุมในระดับโลก เป็นการเสนอแนวคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะมีการสร้างประชาคมโลกขึ้นมา

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2020 ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 75 ณ กรุงปักกิ่ง สี จิ้นผิง กล่าวว่าในวาระครบรอบ 75 ปี ว่า ในวาระครบรอบ 75 ปี การก่อตั้งสหประชาชาติ ถือว่ามีความหมายสำคัญยิ่งต่อกฎบัตรและหลักการของสหประชาชาติ และในภาวะที่ทุกประเทศกำลังต่อสู้กับโควิด-19 ไวรัสที่กำลังระบาดใหญ่ทั่วโลก และกลับมาระบาดครั้งแล้วครั้งเล่า รัฐบาลประเทศต่าง ๆ พยายามรับมือแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ บนความมุ่งหวังว่า เชื้อไวรัสจะถูกกำจัดได้ในที่สุด และชัยชนะต้องเป็นของประชาชนทั่วโลก

ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการร่วมมือกัน หากแต่ละประเทศต่างคนต่างทำ ไวรัสอาจจะดำรงอยู่และกลับมาระบาดได้อีก แนวคิดในการจับมือกันทั้งโลกเพื่อสู้กับโควิด-19 จึงสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในการร่วมมือกันของสังคมโลก ถือเป็นการหยิบยกเหตุการณ์ปัจจุบันมากระตุ้นเตือนให้เห็นถึงความสำคัญในการสร้างประชาคมโลกได้อย่างโดดเด่น

“เมื่อเผชิญกับการระบาดของไวรัส เราต้องเอาใจใส่และช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศแอฟริกา ประชาคมโลกต้องใช้มาตรการอย่างทันท่วงทีและเข้มแข็งในการช่วยเหลือระหว่างประเทศ” สี จิ้นผิง ระบุ

ไม่เพียงเน้นย้ำความร่วมมือในการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่ยังสะท้อนความจริงให้ตระหนักด้วยว่า ปัจจุบันสังคมโลกยังมีประเทศยากจน ประเทศด้อยพัฒนา ประเทศกำลังพัฒนา ไม่ได้มีเพียงแค่ประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น

ถือเป็นการมองในแง่บวกว่า โรคระบาดครั้งนี้ให้แง่คิดว่าระบบการบริหารจัดการโลกกำลังรอคอยการปฏิรูปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการทดสอบครั้งใหญ่ต่อขีดความสามารถด้านการบริหารของแต่ละประเทศแล้ว ยังเป็นการตรวจสอบระบบการบริหารจัดการโลกอีกด้วย

“การบริหารจัดการของโลกควรยึดหลักการร่วมปรึกษาหารือ ร่วมสร้างสรรค์ และร่วมแบ่งปัน ผลักดันให้นานาประเทศมีความเสมอภาคเท่าเทียมกันในด้านสิทธิประโยชน์ โอกาส และกฎระเบียบ ทำให้ระบบบริหารจัดการโลกสอดคล้องกับการเมืองและเศรษฐกิจโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ตอบสนองความต้องการที่เป็นจริงในการรับมือความท้าทายทั่วโลก เพื่อการได้ชัยชนะร่วมกัน

ต่อมาในการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ครั้งที่ 27 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2020 สี จิ้นผิง ก็ได้กล่าวเรียกร้องการร่วมกันสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกที่มีอนาคตร่วมกัน โดยระบุว่า กว่า 30 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของเอเปกได้ลงลึกอย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งในการยกระดับความเป็นหนึ่งเดียวทางเศรษฐกิจของภูมิภาค การผลักดันให้เกิดเสรีภาพ ความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ควบคู่ไปกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เพื่อบรรลุการเกื้อกูลและการพัฒนาที่สมดุลกัน

ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกผ่านบททดสอบจากวิกฤตการเงินสองครั้ง แต่ความร่วมมือกันได้ช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตได้ และทำให้เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกกลายเป็นส่วนที่มีพลังมากและคึกคักที่สุดของเศรษฐกิจโลก ที่สำคัญเอเชีย-แปซิฟิกยังแสดงบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจโลกแบบเปิด สนับสนุนกลไกการค้าพหุภาคี และการนำหน้าพัฒนาเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์

สี จิ้นผิง มองว่าภารกิจสำคัญประการหนึ่งของเอเปก คือ เปิดวิสัยทัศน์ความร่วมมือหลัง ค.ศ. 2020 ให้เป็นจุดเริ่มต้นใหม่แห่งความร่วมมือในเอเชีย-แปซิฟิกในขั้นต่อไป เพื่ออนาคตแห่งความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค ร่วมกันสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันให้เอเชีย-แปซิฟิกมีลักษณะเปิดกว้างและมีความเป็นเอกภาพ มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น และมีความร่วมมือที่อำนวยประโยชน์แก่กัน

สะท้อนชัดถึงแนวคิดในการสร้างประชาคมโลก ผ่านความสำเร็จของการร่วมกันสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก นั่นเอง

ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ จีนจะเห็นด้วยและผลักดันอย่างเต็มที่สำหรับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน บวกกับอีก 6 ประเทศ ได้เห็นพ้องว่าเป็นอีกกลุ่มประชาคมที่สำคัญ

ที่สำคัญจีนยังมองไปถึงกลุ่มหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) อีกด้วย โดย สี จิ้นผิง กล่าวว่า  จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัมมนาเกี่ยวกับการส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจจากการค้าและการลงทุน เพื่อเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการค้าและการลงทุนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในวงกว้าง และจีนยินดีร่วมงานกับทุกฝ่ายในการปฏิบัติตามข้อเสนอที่เกี่ยวข้อง

แน่นอนว่า หากการเชื่อมโยงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประสบความสำเร็จ ท้ายที่สุดแล้วจะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนอันแข็งแกร่งยิ่งขึ้นแก่เศรษฐกิจทั่วโลกโดยรวมนั่นเอง

และแม้แต่ในการกล่าวอวยพรปีใหม่ 2021 ผ่านสถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG) และเว็บไซต์ ประธานาธิบดีสี ก็ยังมีการนำเสนอแนวคิดความร่วมมือและความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประเทศต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ความร่วมมือกันขจัดโควิด-19 โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ แต่ยังต้องเพื่อสร้างสรรค์ประชาคมโลกให้ดีงามยิ่งขึ้น

รวมทั้งสุนทรพจน์พิเศษในการประชุมดาวอสของฟอรั่มเศรษฐกิจโลก เมื่อ 25 มกราคม 2021 สี จิ้นผิง ก็ยังเลือกที่จะกล่าวในหัวข้อ “คบเพลิงแห่งพหุภาคีส่องสว่างแก่หนทางความก้าวหน้าของมนุษยชาติ”

โดยมองว่าทุกอย่างที่เลือก ทุกปฏิบัติการที่ใช้ ล้วนกำหนดอนาคตของโลก ดังนั้น การประสานนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ร่วมกันขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจโลกเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ยั่งยืน สมดุล และครอบคลุม จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ทุกประเทศจะต้องละทิ้งอคติทางค่านิยม ร่วมกันเดินบนหนทางแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ อำนวยประโยชน์แก่กันเพื่อที่จะได้ชัยชนะร่วมกัน

ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่จีน มุ่งมั่นที่จะร่วมสร้าง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” บนความร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อการฟื้นตัวและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

“ขอให้พวกเราจูงมือกัน ให้คบเพลิงแห่งลัทธิพหุภาคีส่องสว่างหนทางของมวลมนุษย์ในการก้าวสู่การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันอย่างต่อเนื่อง”สี จิ้นผิง ระบุ

ถือว่าเป็นการเสนอแนวคิดที่ยิ่งใหญ่ และสำคัญอย่างยิ่ง แต่ปัญหาก็คือ การสร้างประชาคมโลกจะสามารถสำเร็จได้อย่างงดงาม ดังที่ สี จิ้นผิง ปรารถนาจะได้เห็นหรือไม่ ตราบที่อคติระหว่างประเทศยังไม่ถูกละลายไปจนหมดสิ้น และผลประโยชน์ของประเทศยังถูกมองว่าเหนือกว่าผลประโยชน์สังคมโลก

การสร้างประชาคมโลก จึงถือเป็น “ชะตากรรมร่วมของมนุษย์”ที่ท้าทายยิ่งนัก

ภูวนารถ ณ สงขลา
นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน
บรรณาธิการบริหาร บางกอกทูเดย์ และ นิตยสาร Bangkok Wealth & Biz

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/IVfdn

Related post