Digiqole ad

แฉเบื้องลึก! “ทีมหมอเบียร์” รพ.แม่สอด เอาโควิด-19 ไม่อยู่ขอลาออกงาน แหล่งข่าววงในระบุเหยียบตาปลาผู้ใหญ่..ไม่ปลื้ม!

 แฉเบื้องลึก! “ทีมหมอเบียร์” รพ.แม่สอด เอาโควิด-19 ไม่อยู่ขอลาออกงาน แหล่งข่าววงในระบุเหยียบตาปลาผู้ใหญ่..ไม่ปลื้ม!

จากกรณีที่ “หมอเบียร์-แพทย์หญิงณัฐกานต์ ชื่นชม” อายุรแพทย์โรคติดเชื้อโรงพยาบาลแม่สอด ได้โพสต์เฟชบุ๊กส่วนตัวระบุข้อความว่า

“แม่สอดวันนี้บวกรายใหม่ 257 คนเด้อพี่น้อง (ไม่ได้ล้อเล่น) อันนี้คือมีผลยืนยัน PCR แต่ยังมีที่มีอาการมากมายแต่เราไม่ตรวจถือเป็นเขียวทิพย์ อยู่ข้างนอก 111 คนที่เหลือล็อคไว้ภายใน….ว่าจะชินละนะ แต่วันนี้เยอะเกิ้น..ดูแลตัวเองกันให้ดีนะคะ เป็นห่วงทุกๆคน ยอดมาเยอะพร้อมกับการตัดสินใจลาออกจากทีมควบคุมโรคของหมอเบียร์ ขอมาเป็นฝ่ายดูแลคนไข้เพียงอย่างเดียวค่ะ ..ใครว่าเอาอยู่ก็มาทำต่อนะคะ หน้าที่ฉันคือรักษาโรค หน้าที่คุณคือควบคุมโรค”

Advertisement

ส่วนอีกข้อความหนึ่งที่หมอเบียร์โพสต์ระบุว่า

“เบียร์ขอเล่าให้ฟังแบบนี้ค่ะ เบียร์เป็นอายุรแพทย์โรคติดเชื้อ หน้าที่หลักของเบียร์คือ รักษาคนไข้โรคติดเชื้อทั้งหมด และคนไข้อายุรกรรมทั่วไป แต่เบียร์อยู่ชายแดนมา 16 ปี เป็นหมอโรคติดเชื้อมา 8 ปี เบียร์ทำงานควบคุมโรค กับงานระบาดวิทยาด้วย ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นหมอระบาด ..ทำงานหนักมาก เพราะโรคระบาด โรคติดต่อมันเยอะค่ะ ยิ่งโควิดเข้ามาเหมือนเจอศึกทุกด้าน นี่ทำงาน 24 ชม on call มากว่า 600 วันแล้ว วันนี้ไม่มีใครสนใจฟังความคิดเห็นของเรา ไม่ดูหน้างาน เอาแต่สั่งการ …

จึงขอลาออกจากการเป็นหมอระบาดแบบอุปโลกน์ ปลอมๆ ออกมารักษาคนไข้เพียงอย่างเดียวในแนวทางที่เราถนัดค่ะ ซึ่งคนไข้ทั้งหมดเบียร์ดูแลร่วมกับน้องๆหลายคนอยู่แล้ว ไม่ได้ขี้เกียจดูคนไข้นะคะ ..ส่วนเรื่องควบคุมโรคชายแดน และยุทธศาสตร์ต่างๆจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวต่อไป แค่นั้นเองค่ะ เพราะคิดว่าคงมีคนมีความสามารถมากกว่ามาดูแลแทน”

ด้วยความเคารพในความคิดเห็นของทุกท่าน
หมอเบียร์
19-7-64

ซึ่งได้ถูกชาวแม่สอดแชร์ออกไปและส่งแคปข้อความส่งต่อทางไลน์ ปรากฏว่า ไม่เพียงแค่สร้างความตื่นตระหนักตกใจให้กับประชาชนคนแม่สอด หากรวมไปถึงเพื่อน ๆในวงการแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากหมอเบียร์เป็นที่รักของผู้คนในโรงพยาบาลแม่สอดและชาวแม่สอด เพราะเป็นหมอที่ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจให้กับการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่เข้ามารับผิดชอบในทีมควบคุมโรค ในช่วงโควิด-19ระลอกแรกเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ได้มีคนแห่ให้กำลังใจหมอเบียร์การเป็นจำนวนมาก

โดยแหล่งข่าววงในระบุว่า ทีมทำงานของหมอเบียร์มีปัญหาและอุปสรรคในการทำงานด้านการควบคุมโรคโควิด-19 มาโดยตลอด ในระยะหลังจะดูเหมือนหนักขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องของปัญหาภายในองค์กร แต่เป็นปัญหาที่ขาดการส่งเสริมและสนุบสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ทำเรื่องขอความช่วยเหลือไปแล้ว ที่เกิดขึ้นแบบนี้อาจเป็นเพราะการให้ข่าวหรือข้อมูลของทีมแพทย์อย่างตรงไปตรงมาไม่ปกปิด ไม่ใช่ทีมหมอควบคุมโรคโควิด-19 แบบทิพย์ ไม่ทำอะไรอยู่กับการอุปโลกน์หรือความจอมปลอม จนผู้ใหญ่บางคนมองว่าเป็นการทำงานเกินหน้าเกินตา และถูกรัฐบาลเพ่งเล็ง จึงไม่ได้รับการเหลียวแล

โดยเฉพาะในเรื่องงบประมาณที่โรงพยาบาลแม่สอดต้องแบกรับอย่างหนัก เช่น เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ อย่างชุด PPE ที่กำลังขาดแคลนอย่างหนักหน่วง การดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ชาวต่างด้าว อย่างชาวเมียนมา คนไทยที่ทำงานในบ่อนกาสิโนฝั่งเมียนมา ซึ่งแอบข้ามฝั่งทะลักหนีตายเข้ามาพึ่งการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด มีเป็นจำนวนมาก สร้างความหนักใจให้กับเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย โดยเฉพาะ ทหารและตำรวจ ตลอดจนคนแม่สอดที่ไปทำงานต่างถิ่น ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ อาหารการกินวันละ 3 มื้อ ค่าข้าวของเครื่องใช้จำเป็นต่าง ๆ ทำให้เตียงไม่เพียงพอต่อการรักษา ใช้โควต้าเตียงของคนในพื้นที่  กระทั่งหมอคนหนึ่งออกมาพูดว่า “จรรยาบรรณและหน้าที่หมอคือต้องรักษาคนไข้ ไม่มีหน้าที่ไล่คนไข้ ใครป่วยมาจากไหนเมื่อมาหาหมอ ๆ ก็ต้องรักษา” ทำให้หมอ 1 คน ดูแลคนป่วยจนเกินอัตราส่วน ทำให้หมอแะลบุคลากรทางการแพทย์เหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า แต่ต้องแข็งใจสู้เพื่อรักษาชีวิตคน หลายคนแทบไม่ได้กลับบ้าน เห็นหน้าค่าตาของสมาชิกในครอบครัว ทำงาน 14 วัน กักตัว 14 วัน ก็แทบหมดเวลาภายใน 1 เดือนแล้ว

แหล่งข่าววงในยังระบุด้วยว่า จริง ๆและยอดผู้ป่วยโควิด-19 ที่เป็นชาวแม่สอดหรือคนพื้นที่มีน้อยมากเมื่อเทียบกับคนต่างด้าวและคนจากพื้นที่อื่น ๆ  คนแม่สอดติดโควิด-19 ก็ติดมาจากคนอื่น ๆ ที่หนีเข้ามาในพื้นที่ล้วน ๆ อย่างกรณีแรงงานชาวเมียนมาก็ได้เที่ยวไปสมัครตามโรงงานต่าง ๆ โดยยื่นข้อเสนอว่า ขอแค่ข้าวกินและที่พักอาศัยก็พอแล้ว

ซึ่งล่าสุดก็ได้มีแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ในอำเภอแม่สอดและพี่น้องชาวแม่สอด บริษัท ห้าง ร้าน ต่าง ๆ ตลอดจนอำเภอใกล้เคียงได้ร่วมใจกันบริจาคเงินและสิ่งของต่าง ๆ ให้กับโรงพยาบาลแม่สอด เพื่อนำไปซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งสิ่งของที่จำเป็นต่อการรักษา

นอกจากนี้แหล่งข่าววงในยังระบุว่า บริเวณด่านรถบรรทุกสินค้าชายแดนหรือรถที่ข้ามเขตเข้ามายังอำเภอแม่สอดบางแห่ง (ย้ำว่าบางแห่ง) ไม่มีการเข้มงวดในมาตรการตรวจโควิด-19 กับบรรดาผู้ขับรถทั้งหลาย ที่หลายคนติดโควิด-19 แต่ก็ปล่อยผ่าน รวมทั้งการปล่อยในชาวต่างด้าวลักลอบเข้ามายังอำเภอแม่สอด โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ซึ่งส่วนใหญ่ป่วยด้วยโควิด-19 หนีตายเข้ามาพึ่งการรักษาในชายแดนไทย อีกทั้งยังมีบริษัทขนส่งหรือโรงงานที่มีแรงงานทั้งชาวไทยและต่างด้าวหลายแห่ง ไม่เข้มงวดต่อมาตรการป้องกันโควิด-19 หรือคาดว่า อาจจะมีบางกลุ่มบางคนเรียกรับส่วย !

ก็ขอให้กำลังใจต่อการทำงานอย่างเข้มแข็งของทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐทุกฝ่าย จิตอาสา ผู้เสียสละ ผู้มีจิตอาสาของแม่สอด (ที่บางมื้อก็ได้กินแค่กล้วยน้ำว้าสุกประทังชีวิต ไม่มีงบสนับสนุนด้านอาหาร มีแต่คนแวะเวียนกันนำมาบริจาคเท่านั้น) รวมถึงผู้เสี่ยงและผู้ป่วยโควิด-19 ทุกคน ขอให้ผ่านพ้นปัญหา อุปสรรค และวิกฤตไปด้วยดี ท้ายสุดก็ขอฝากผู้ใหญ่ที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงให้มาแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ด่วน! ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

ภาพ : facebook Nuttagarn Chuenchom/Internet

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/ppA4S

Related post