Digiqole ad

“เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ตนพร้อมทำตามมติพรรคเพื่อไทย หากคณะกรรมการบริหารตัดสินใจว่าจะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี

 “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ตนพร้อมทำตามมติพรรคเพื่อไทย หากคณะกรรมการบริหารตัดสินใจว่าจะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี
Social sharing
Digiqole ad
เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ตนพร้อมทำตามมติพรรคเพื่อไทย หากคณะกรรมการบริหารตัดสินใจว่าจะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อยากให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ เพื่อให้คณะเจรจาของ 8 พรรคที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลได้พูดคุยกันก่อน
1. ‘เศรษฐา’ ยืนยันว่า จะต้องเกียรติทั้ง 8 พรรคที่ร่วมกันทำงานมาพูดคุยกัน ซึ่งทั้ง 8 พรรคการเมือง มี MOU ร่วมกัน โดยเชื่อว่าหลังพูดคุยกันแล้วจะมีแนวทางการทำงานร่วมกัน และน่าจะมีคำตอบในเรื่องของแกนนำรัฐบาลด้วย
2. สำหรับพรรคเพื่อไทยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจะต้องเป็นผู้พิจารณา แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะเสนอชื่อตนหรือไม่ ซึ่งในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เราก็มีการเตรียมพร้อมทั้งในเรื่องเศรษฐกิจที่พรรคได้มอบหมาย ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคแกนนำ
3. ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ว. อ้างว่าแม้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแต่หากมีพรรคก้าวไกลก็ไม่เอาเช่นกัน ‘เศรษฐา’ ระบุชัดเจนว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะเจรจาที่จะต้องพูดคุยกันก่อน
4. ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หากชื่อ เศรษฐา ทวีสิน ได้รับการเสนอในที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 27 ก.ค.นี้และมีพรรคก้าวไกลอยู่ร่วมรัฐบาลจะส่งผลดีหรือไม่ ‘เศรษฐา กล่าวว่า เรื่องการลงมติได้ครั้งเดียว เป็นบรรทัดฐานอันหนึ่ง การจะเสนอชื่อครั้งต่อไปต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ รวมทั้งมีการเจรจาอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามควรให้เกียรติคณะเจรจาของทั้ง 8 พรรคก่อน
5. ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กรณีการเสนอแก้ไขมาตรา 112 หลายฝ่ายมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญ หากพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจะทำอย่างไรไม่ให้การแก้ไขมาตรา 112 มีปัญหา ‘เศรษฐา’ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าเรื่องมาตรา 112 จะไม่ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว.และหลายพรรคการเมือง
6. ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเจรจาดึงเสียงจากพรรคการเมืองอื่นมาเติมหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้ค่อนข้างจะล้ำหน้า เราควรให้เกียรติ 8 พรรคการเมืองที่มีเสียงเยอะอยู่แล้วก่อน ทั้งนี้คณิตศาสตร์เบื้องต้น เสียง 250 สว. ก็สำคัญถ้าจะให้ได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตนไม่ได้รู้จัก สว. มาก แต่เป็นเรื่องของหลักการ หากสามารถเจรจาให้มาสนับสนุนได้ แต่วันนี้ยังมี MOU ของทั้ง 8 พรรคการเมืองอยู่ ดังนั้นต้องให้เกียรติกับทีมเจรจาก่อน หากการเจรจามีความเห็นอื่นๆ อีก ก็ต้องกลับมาพูดคุยกันในพรรคเพื่อไทยแล้วพิจารณากันเป็นขั้นตอนไปว่าจะไปอย่างไร
7. ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินกันว่าเป็นเกมที่บังคับให้พรรคเพื่อไทยจะต้องข้ามขั้ว ‘เศรษฐา’ กล่าวว่า “คิดไหมว่าเกมต้องบีบให้ข้ามขั้ว ถ้าต้องตอบคำถามนี้ยังไงก็ต้องคิดอยู่แล้วเป็นธรรมดาไม่ใช่โจทย์ที่ซับซ้อน แต่ก็เป็นเรื่องที่ต่างคนก็ต่างคิดกันไป ดังนั้นจึงควรให้คนที่มีอำนาจตัดสินใจ ซึ่งก็คือคณะกรรมการบริหารพรรคและคณะเจรจา แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกคนใจเย็น ตอนนี้ยังมี 8 พรรคที่ร่วมกันทำงาน การจะเปลี่ยนแปลงหรือแม้กระทั่งการจะข้ามขั้วต้องให้เกียรติผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เจรจา
8. เมื่อถามถึงพรรคเพื่อไทยยังยืนยันจะจับมือกับพรรคก้าวไกลไปจนสุดทางใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า “สุดทางคืออะไร การที่พรรคก้าวไกลไม่สามารถเสนอนายกฯ ได้ สุดทางหรือยัง ดังนั้นก็ต้องฝากคณะเจรจา พรรคอันดับ 2 ต่อไปจะได้รับการมอบหมายหรือไม่ ผมอยากให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี”
ที่มา : พรรคเพื่อไทย
Facebook Comments

Related post