Digiqole ad

“เศรษฐา ทวีสิน” นายกฯและ รมว.กระทรวงการคลัง เผยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอล รัฐบาลให้ความสำคัญมากที่สุดและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมนำเครื่องบิน ทอ.ไปคอยรับ

 “เศรษฐา ทวีสิน” นายกฯและ รมว.กระทรวงการคลัง เผยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอล รัฐบาลให้ความสำคัญมากที่สุดและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมนำเครื่องบิน ทอ.ไปคอยรับ
Social sharing
Digiqole ad
วันที่ 8 ตุลาคม 2566 เวลา 08.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอลเป็นความกังวลใจในระดับสูงสุด รัฐบาลให้ความสำคัญมากที่สุดและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเหตุการณ์ก็ยังตึงเครียดและยังอยู่ในทิศทางที่ยังไม่ดีขึ้น โดยได้ประสานกับเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อให้กำลังใจและฝากดูแลคนไทยที่อยู่ในอิสราเอล ขณะเดียวกันได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตไทยในอิสราเอลเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสั่งการให้รายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
.
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้เอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอลโทรศัพท์สายตรงรายงานสถานการณ์ประจำวัน พร้อมทั้งได้แจ้งถึงการเตรียมพร้อมเครื่องบินสำหรับรับคนไทยในอิสราเอลกลับประเทศไทย ซึ่งพร้อมที่จะนำเครื่องบินไปคอยไว้ได้เลยเพื่อความรวดเร็ว เพียงแต่ขณะนี้น่านฟ้าของอิสราเอลยังปิดและมีการล็อกดาวน์ห้ามออกนอกบ้าน หากมีการคลายล็อกดาวน์และอนุญาตให้ออกจากบ้านได้บ้างแม้น่านฟ้ายังไม่เปิด เราก็จะต้องพิจารณาซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพอากาศประเมินสถานการณ์อยู่
.
นายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า เวลาประมาณ 04.00 น. ตามเวลาของอิสราเอล มีรายงานที่ยังไม่ยืนยันว่ามีคนไทยเสียชีวิต 1 คน และมีรายงานที่ยังไม่ยืนยันเช่นกันว่ามีแรงงานไทยถูกจับหรือถูกขังอีก 11 คน ซึ่งอาจจะน้อยหรือมากกว่านี้ และยังไม่ชัดเจนว่าอยู่ที่ไหนและส่วนไหนบ้าง ยังรอการยืนยันอยู่
.
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้พูดคุยกับผู้บัญชาการทหารอากาศถึงการเตรียมพร้อมเครื่องบินของกองทัพอากาศ 24 ชั่วโมง แม้ขณะนี้น่านฟ้าอิสราเอลจะปิดแต่ก็ต้องไม่นิ่งนอนใจ โดยจะมีคณะแพทย์ร่วมเดินทางไปด้วย
.
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอลเป็นเรื่องที่เป็นห่วงอย่างยิ่งและไม่อยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผลกระทบเกิดขึ้นกับคนไทยที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับความขัดแย้ง ทำให้กังวลและไม่สบายใจอย่างยิ่ง
.
ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ขอให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีข้อสั่งการด่วนไปยังปลัดกระทรวงพาณิชย์และอธิบดีทุกกรมที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
.
1. ขอให้ทูตพาณิชย์ในอิสราเอล รายงานสถานการณ์และความเสียหายที่ส่งผลต่อภาคธุรกิจของไทยในอิสราเอล
.
2. ขอให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า/กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ วิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่อาจส่งผลทางการค้าของไทยจากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ วิเคราะห์ผลกระทบต่อแผนความร่วมมือการเปิดเจรจา FTA ไทย-อิสราเอล
.
3. ขอให้ทูตพาณิชย์ดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย/นักธุรกิจไทยในอิสราเอล ตลาดจนการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหากจำเป็น
.
ทั้งนี้ หากมีปัญหาอุปสรรคใดขอให้รีบรายงานสถานการณ์ด่วนเพื่อทางรัฐบาลจะได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
ที่มา : เพจพรรคเพื่อไทย
Facebook Comments

Related post