Digiqole ad

“เพื่อไทย”ถกการดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดรัชดา-ราชพฤกษ์ ที่ยังไม่แล้วเสร็จตามสัญญา และความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสำนักงานเขตลาดกระบังหลังใหม่ ที่ยังล่าช้า

 “เพื่อไทย”ถกการดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดรัชดา-ราชพฤกษ์ ที่ยังไม่แล้วเสร็จตามสัญญา และความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสำนักงานเขตลาดกระบังหลังใหม่ ที่ยังล่าช้า
Social sharing
Digiqole ad
ส.ก. พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครโดยตลอด โดยเฉพาะการตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เร่งรัดการแก้ไขปัญหาและผลักดันยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชน ล่าสุดในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา จิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.เขตธนบุรี และ สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ได้ตั้งกระทู้สดถามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถึงการดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดรัชดา-ราชพฤกษ์ ที่ยังไม่แล้วเสร็จตามสัญญา และความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสำนักงานเขตลาดกระบังหลังใหม่ ที่ยังล่าช้า กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกรุงเทพมหานคร
1. จิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.เขตธนบุรี พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ยื่นกระทู้สดเรื่องขอทราบเรื่องการดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดรัชดา-ราชพฤกษ์ ในกรณีไม่แล้วเสร็จตามสัญญาเพราะการประปานครหลวงยังฝังท่อประปาไม่เสร็จสิ้น อีกทั้งมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าช็อตบนพื้น ท่อประปาที่เคยมีคนตกลงไปจนบาดเจ็บ ซึ่งกรุงเทพมหานครจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร
2. โครงการก่อสร้างทางลอดรัชดา-ราชพฤกษ์ มี 2 สัญญา ระยะเวลาดำเนินการรวม 900 วัน เริ่มต้นสัญญาเมื่อปี 2561 และและสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 20 มิถุนายน 2566 จนถึงขณะนี้ผ่านไป 5 ปีแล้วยังไม่เสร็จสิ้น แม้อุโมงค์จะสามารถเปิดใช้งานได้ แต่งานทางเท้าที่การประปานครหลวงจะต้องฝังท่อใต้ดินยังไม่เสร็จ อีกทั้ง มีคำสั่งมาตรา 44 คุ้มครองและขยายเวลาสัญญาถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2566 จึงไม่ต้องเสียค่าปรับ
3. จิรเสกข์ เร่งรัดไปที่ ผู้ว่า กทม. อีกว่า ลงพื้นที่เร่งรัดงานเป็น 10 ครั้ง จนล่าสุดสามารถเปิดถนนใช้ได้ แต่ทางเท้ายังทำไม่เสร็จ ส่วนเรื่องค่าปรับนั้นครั้งหนึ่งผู้ว่า กทม.เคยพูดว่าจะปรับ 33 ล้านบาท ตอนหลังบอก 23 ล้าน แล้วพอมาถึงวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางผู้รับเหมาบอกว่าเสร็จแล้ว ซึ่งตอนนี้อุโมงค์เปิดใช้งานได้แต่ทางเท้ายังไม่เรียบร้อย ดังนั้นผู้ว่า กทม. ต้องชี้แจงให้ชัดเรื่องค่าปรับตามสัญญา รวมไปถึงแนวทางการโอนย้ายไฟฟ้าและประปามาอยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร ตาม พ.ร.บ.กระจายอำนาจท้องถิ่น
4. จิรเสกข์ ย้ำว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจดูอุโมงค์ แต่เกือบถูกไฟฟ้าที่พื้นช็อต ซึ่งเป็นอันตรายกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นกรุงเทพมหานครจึงควรเร่งรัดดำเนินการให้เรียบร้อย อย่าให้เป็นเหมือนกรณีที่ประชาชนตกท่อจนตาบอด ซึ่งเรื่องยังอยู่ในชั้นศาล ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา
5. ในกรณีข้างต้น ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. ชี้แจงว่าโครงการนี้ถือเป็นบทเรียนเรื่องการประสานงาน ซึ่งประชาชนเดือดร้อนมานาน สำหรับเรื่องค่าปรับนั้น สำนักงานโยธาจะดำเนินการปรับผู้รับเหมาวันละ 2.3 ล้านบาทต่อวันตามสัญญา ส่วนเรื่องการเชื่อมโยงไฟฟ้าและประปานั้น ปัญหาคือการประสานงานหละหลวม จึงได้หารือผ่านผู้ว่าการการไฟฟ้าฯ และการประปามาตลอด
6. ด้าน สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้สดถามผู้ว่าฯ กทม. ถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสำนักงานเขตลาดกระบังหลังใหม่ ซึ่งเป็นอาคารสูง 9 ชั้นและชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ระยะเวลาดำเนินการ 900 วันเริ่มต้นสัญญาเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2564 กำหนดสิ้นสุดสัญญาวันที่ 6 สิงหาคม 2566 แต่กลับยังล่าช้า
7. คำถามของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างครั้งนี้คือมีการเบิกเกินงวดหรือไม่ ควรมีการตั้งคณะกรรมการสอบหรือไม่ ดังนั้นจึงขอให้ฝ่ายบริหารชี้แจงต่อประชาชนให้ชัดเจนว่า การดำเนินการก่อสร้างสำนักงานเขตลาดกระบังแห่งใหม่ มีความล่าช้าด้วยปัญหาใด และจะดำเนินการแล้วเสร็จ ประชาชนได้ใช้ประโยชน์เมื่อใด
8. ซึ่งในกรณีนี้ วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ ผู้รับผิดชอบด้านโยธาชี้แจงว่าสาเหตุที่โครงการดังกล่าวว่าล่าช้า เนื่องจากมีการรื้อถอนอาคารเดิมออกจากพื้นที่ก่อสร้าง รวมถึงเมื่อมีสถานการณ์โควิด-19 จึงขยายสัญญาตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไปจนถึง 17 ธันวาคม 2567 พร้อมทั้งได้กำชับคณะกรรมการตรวจรับงานให้มีความก้าวหน้าของงานไม่เกินงบประมาณที่เบิกจ่าย และหากไม่เสร็จตามกำหนดเวลาให้มีค่าปรับ 4 แสนบาทต่อวัน
ที่มา : เพจพรรคเพื่อไทย
Facebook Comments

Related post