Digiqole ad

เพิ่มโรงจำนำ เพิ่มคนจน

 เพิ่มโรงจำนำ เพิ่มคนจน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

Advertisement
สำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่า ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 44.7 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ระดับ 46.0

ถือว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 22 ปี 8 เดือน นับตั้งแต่เริ่มสำรวจในเดือนต.ค. 2541 เป็นต้นมา

ตกต่ำสุดลงไปอยู่ในระดับสมัยวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 กันเลยทีเดียว

สาเหตุเพราะ ดัชนีความเชื่อมั่นทุกตัวปรับตัวลดลงทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม ที่ตกมาอยู่ที่ 38.9 จากที่เคยอยู่ที่ 40.3

ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ ก็ตกลงมาอยู่ที่ 41.3 จาก 42.9

และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 53.9 จาก 54.7

แน่นอนว่า ข้ออ้างเหตุผลหลักที่ไม่มีใครเถียงได้ในเวลานี้ก็คือ ผู้บริโภคมีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศรอบที่ 3 และการฉีดวัคซีนให้ประชาชนล่าช้า ส่งผลให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมากนัก และขาดแรงกระตุ้นในการฟื้นตัว

แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกกว่านั้น ใครกันที่ทำให้การรับมือการแพร่ระบาดรอบ 3 ไม่มีประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดคลัสเตอร์ต่างๆมากมาย และใครกันที่ทำให้การฉีดวัคซีนมีปัญหา ขาดแคลนวัคซีนจนกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย และทำให้ความเชื่อมั่นในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างที่คุยไว้

ใครคือต้นตอที่ทำให้มีวัคซีนไม่สอดคล้องกับแผน ใช่เพราะการจัดซื้อที่ลึกลับซับซ้อนหรือไม่ ใช่เพราะเงื่อนงำในการแทงม้าวัคซีนตัวเดียวจนสกัดให้วัคซีนทางเลือกเข้ามาไม่ได้หรือไม่

ถึงเวลาก็โยนกันไปมา โทษกันอุตลุด สุดท้ายก็จบลงสไตล์เดิมๆในช่วงตลอดเวลา 7 ปีที่ผ่านมา คือหาคนผิดไม่เจอ เพราะรัฐบาลนี้ไม่เคยที่จะยอมรับความผิดพลาดใดๆทั้งนั้น

ปัญหาจากการบริหารการเยียวยา และการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลใช่หรือไม่ ที่ทำให้วันนี้แม้แต่ ดัชนีการซื้อของ ก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำในรอบ 1 ปี ผู้คนซื้อของลดน้อยลง เพราะรายได้หาย เงินเก็บเงินออมร่อยหรอ การท่องเที่ยวก็ยังหยุดชะงัก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็ยังไม่มีอะไรแน่นอน

มาตรการคนละครึ่งเฟส 3 ที่หวังว่าจะมาช่วยกระตุ้น ก็ออกอาการแล้วว่า ไม่ง่าย เพราะคนที่ไม่มีเงินไม่มีรายได้ที่จะจ่ายอีกครึ่งหนึ่งนั้น ก็จะเข้าโครงการเยียวยานี้ไม่ได้โดยปริยาย

สิ่งที่คนชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” คิดออกมาในฐานะคนนั่งหัวโต๊ะคุมเศรษฐกิจ คือ การจะเพิ่มจำนวนโรงรับจำนำ ให้คนเอาทรัพย์สินมาจำนำ จะได้มีเงินมาใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ

คนที่จนกรอบไม่มีของจะจำนำ หรือคนที่จำนำแล้วไม่มีรายได้ที่จะมาไถ่ถอนทรัพย์ นี่คือการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ทำให้ผู้คนจะยิ่งเดือดร้อนในอนาคต

ที่เคยโอ่ว่าจะให้คนจนหมดประเทศ การเพิ่มโรงรับจำนำ คือการสารภาพแล้วว่า รัฐบาลนี้ทำให้มีคนจนเพิ่มมากขึ้น

อัคคี กัมปนาท

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/TczhW

Related post