Digiqole ad

เปิดใจแม่สาวนครปฐมเซ่นพิษโควิด-19

 เปิดใจแม่สาวนครปฐมเซ่นพิษโควิด-19

ที่ศาลาชีวะศิริ ฌาปนสถานวัดไผ่ล้อม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ได้มีญาติ นำศพของนางสาวทิวาพร สนิทเทียน อายุ 39 ปี ชาวอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งเสียชีวิต จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านบางแค พร้อมรถพยาบาลดำเนินการลำเลียงศพขึ้นเตาเผาอย่างมิดชิด โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบสงบ เนื่องจากมีญาติเดินทางมาร่วมพิธีเพียงไม่กี่ราย

Advertisement

นางจงกล พวงสุวรรณ อายุ 59 ปี ชาวอำเภอนครชัยศรี มารดาของผู้ตาย เผยว่า บุตรสาวของตนเองเพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมาเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ย่านบางแค หลังจากเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการป่วยเป็นโรคประจำตัว คือ โรคภูมิแพ้ตัวเอง โดยมีอาการขาบวมเนื่องจากการแข็งตัวของลิ่มเลือด โดยได้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาตัวในห้อง ไอซียู ทันที และเมื่อนอนรักษาตัวได้เพียง 6-7 วันได้มีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าบุตรสาวนั้นติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีอาการหนักและตนเองก็ไม่ได้เจอหน้าลูกเลย กระทั่งทางโรงพยาบาลแจ้งว่าบุตรสาวนั้นเสียชีวิตแล้ว

นางจงกล บอกอีกว่า ตนเองก็ยังงง ว่าบุตรสาวนั้นติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาได้อย่างไร เพราะก่อนหน้านั้นได้มีอาการป่วยนอนติดเตียงอยู่และไม่ได้ออกไปไหน ไม่เคยสัมผัสกับผู้ที่เสี่ยงสูงหรือต่ำ ซึ่งวันที่บุตรสาวของตนเองเสียชีวิต โรงพยาบาลดังกล่าวได้พยายามให้นำศพออกจากโรงพยาบาลทันที โดยไม่ให้อยู่ค้างคืน และยังปฏิเสธใช้รถของโรงพยาบาลเพราะถือว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตนเองต้องรีบติดต่อวัดแห่งหนึ่ง ในเขตบางแค ก็ปฏิเสธที่จะเผาศพให้ จึงต้องติดต่อมาที่วัดไผ่ล้อม และได้รับการอนุเคราะห์เผาศพให้ทันที โดยส่วนตัวเชื่อว่าบุตรสาวติดเชื้อจากโรงพยาบาลดังกล่าว ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการชี้แจงใดใดออกมาแต่ก็ไม่อยากไปเรื่องถือว่าให้มันจบไปเพราะบุตรสาวก็เสียชีวิตไปแล้ว

ด้านพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เผยว่า ศพนี้ถือเป็นศพที่ 4 ที่วัดไผ่ล้อมได้รับเผาอย่างเร่งด่วน ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นว่าคนไทยนั้นเสียชีวิตกันเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนตัวไม่ได้อยากเผาศพกรณีแบบนี้แล้ว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทางวัดไผ่ล้อมจะไม่ได้รับเผาศพของผู้ติดเชื้ออีก แต่เป็นเพราะไม่อยากเห็นประชาชนเสียชีวิตด้วยโรคนี้อีกแล้ว

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์นั้นยิ่งแย่กว่าครั้งที่แล้ว จึงอยากให้คนไทยนั้นมีสติและช่วยกันป้องกันตัวเองโดยเฉพาะนำหลักธรรม สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เรื่องความไม่ประมาทมาเป็นเครื่องหมายที่ให้ยึดไว้ในยามนี้ เพราะเหตุการณ์ล่าสุดของการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ รอบนี้ก็เกิดจากความประมาททำให้ต้องมีคนติดเชื้อและเริ่มมีการเสียชีวิตในช่วงนี้ด้วย

โดยเฉพาะตอนนี้เมื่อมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรค โควิด-19 เขาก็จะรู้กันเองเลยว่าวัดไผ่ล้อมรับเผาศพโควิด-19อย่างเช่นรายที่กำลังเผานี้ก็มาจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในย่านบางแคเมื่อเสียชีวิตแล้วญาติก็ได้ติดต่อมาทางวัดก็จัดฌาปนกิจให้ และหากประชาชนที่มีจิตศรัทธาอยากจะร่วมบริจาคสามารถร่วมบุญได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขาปฐมมงคล ชื่อบัญชี กองทุน สวด เผา ฟรี วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม เลขที่บัญชี 516-1-01179-9 หลวงพี่น้ำฝนยังกล่าวต่อว่าวัดไผ่ล้อมฟรีทุกอย่างจริงๆเพราะฉะนั้นญาติโยมอยากจะร่วมบุญโยมศรัทธาก็มาร่วมทำบุญกัน ซึ่งจะไม่มีการออกไปหรือยังรายบอกบุญใครนั่นเอง

และวัดไผ่ล้อมพร้อมทุกสิ่งอย่างในการที่จะช่วยเหลือสงเคราะห์ด้วยใจที่ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มทั้งคณะสงฆ์และคณะศิษย์ยานุศิษย์ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันด้วยจิตอันบริสุทธิ์ไม่อยากจะฌาปนกิจศพให้ใครแต่มันก็เป็นไปไม่ได้เพราะทุกคนต้อง เกิด แก่ เจ็บ แล้วก็ตาย ไม่มีใครพ้นไปได้แม้แต่คนเดียว. แล้ววัดไผ่ล้อมก็เปรียบเสมือนเป็นสาขาของโรงพยาบาลนครปฐมในการตรวจโรคเบาหวาน ความดัน โรคไตและโรคหัวใจพร้อมทั้งเจาะเลือดก็จะทำอยู่ภายในวัดไผ่ล้อมแห่งนี้ให้บริการทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ทำงานเหมือนกับราชการ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่วัดไผ่ล้อมของเรานั้นช่วยเหลือญาติโยมด้วยการที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ให้เกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ญาติโยมนั่นเอง โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้มีการประกาศคำสั่งตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่สีแดงแล้ว หลายฉบับ

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/02Jco

Related post