Digiqole ad

เปิดโลก “ตุ๊กตาไทย” สู่ “SOFT POWER ไทย” (ได้มั้ย!?!)

 เปิดโลก “ตุ๊กตาไทย”  สู่ “SOFT POWER ไทย” (ได้มั้ย!?!)
Social sharing

Digiqole ad

อีบุ๊กบางกอกทูเดย์ฉบับที่ ๔๓๙ วันที่ ๕-๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

หน้า ๑๘-๑๙ buzz

เปิดโลก “ตุ๊กตาไทย”

สู่ SOFT POWER (ได้มั้ย!?!)

“ตุ๊กตา” เป็นของเล่นที่เด็กชอบมากมาตั้งแต่ ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตารูปคนหรือรูปสัตว์ ตุ๊กตาที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดเป็นตุ๊กตารูปคน เป็น ศีรษะผู้หญิง ไว้ผมแสกกลาง (ลำตัวสูญหายไป) ทำด้วยดินเผาหรือปูนปั้น ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๔ พบที่เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี อีกแบบหนึ่งที่พบเห็นเป็น ศีรษะผู้หญิงมุ่นผมสูงกลางกระหม่อม มีเกี้ยว รัดผมตุ๊กตาที่น่าสนใจเป็นพิเศษได้แก่ ตุ๊กตา รูปคนเลี้ยงลิง ทำด้วยดินเผาสีแดง พบในบริเวณ ขุดแต่งเจดีย์หมายเลข ๑๓ ซึ่งเป็นเจดีย์ฐาน ๘ เหลี่ยม สันนิษฐานว่าอาจเป็นตุ๊กตาสำหรับเด็ก เล่นหรืออาจจะเป็นเครื่องรางของขลังตามคติ ชาวอินเดีย

 

ตามประวัติความเป็นมาของตุ๊กตา เดิมที เดียวคงจะไม่ได้ประดิษฐ์ขึ้นสำหรับให้เด็กเล่น แต่มุ่งหมายจะใช้ในพิธีฝังศพบ้าง หรือบรรจุ ในสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ ต่อมามีคน ไปขุดพบจึงนำรูปปั้นที่อาจจะมีทั้งคนและสัตว์ กลับบ้านเพื่อมาฝากเด็ก เมื่อเด็กชอบ ผู้ใหญ่ จึงทำขึ้นเพื่อให้เด็กได้เล่นโดยตรง จึงเกิดมี ตุ๊กตาขึ้น ตุ๊กตาสมัยก่อนๆ มักทำง่ายๆ รูป แบบไม่ซับซ้อน โดยใช้วัสดุใกล้ตัว เช่น ดิน ผ้า ไม้ รังไหม ฯลฯ ไม่ต้องซื้อหา เล่นเสียแล้ว ก็ทำใหม่ได้ นอกจากจะปั้นตุ๊กตาเป็นรูปคนแล้ว ยังมีตุ๊กตาปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ที่เห็นในชีวิต ประจำวันด้วย เช่น วัว ควาย หมู สุนัข เป็ด ไก่ นก ฯลฯ

ในสมัยกรุงสุโขทัยประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐ นอกจากจะมีตุ๊กตาดินเผาแล้ว ยังมีตุ๊กตาเคลือบด้วยน้ำยาสีเขียว แม้แต่ของใช้ในบ้านก็ทำเป็นรูปคนหรือสัตว์ เช่น แจกันรูปช้างชูดอกบัวด้วยงวง มีควาญช้างนั่งอยู่บนคอช้าง เหยือกและกาน้ำรูปหงส์ เป็นต้น ชาวสุโขทัยนั้น มีฝีมือทางช่างสูงมาก การปั้นตัวตุ๊กตาจึงพัฒนาไปจากของเดิม และประณีตขึ้นมาก

เรานำตุ๊กตาไปใช้ด้วยจุดมุ่งหมายต่างๆ กัน เราจึงแบ่งตุ๊กตาออกได้หลายประเภท ดังนี้

ตุ๊กตาที่ใช้ในพิธีกรรม

ตุ๊กตาประเภทนี้ใช้ในพิธีกรรมหลายอย่าง ที่ต้องมีตุ๊กตาประกอบ จึงจะทำให้พิธีนั้นสมบูรณ์ เช่น ตุ๊กตาศาลพระภูมิ ใช้กันมานาน ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หรืออาจจะก่อนนั้น แต่ไม่มีหลักฐานปรากฏ เพราะศาลพระภูมิสมัยโบราณ ทำด้วยไม้อย่างง่ายๆ ไม่คงทนถาวร ตุ๊กตาศาลพระภูมิมีคนรับใช้ชายหญิง เพื่อรับใช้เทวดาประจำศาล และตุ๊กตาช้างม้าก็ถวาย เพื่อเป็นพาหนะ, ตุ๊กตาหญิงชายประกบกัน ใช้ในพิธีแห่บั้งไฟของภาคอีสาน และตุ๊กตาชะนีสีเหลืองสำหรับติดกิ่งไม้ในพิธีทอดผ้าป่า

ตุ๊กตาสำหรับเด็กเล่น

ตุ๊กตาประเภทนี้ประดิษฐ์ขึ้น เพื่อให้เด็กเล่นมักทำอย่างง่ายๆ จากวัสดุที่หาได้ใกล้ๆ ตัว ตุ๊กตาผ้าที่ทำจากผ้าแถบของผู้หญิง หรือผ้าขาวม้าของผู้ชาย นำมาม้วนปลายสองข้างเข้าหากันแล้วผูกด้วยเชือก ตุ๊กตาผ้ายัดนุ่น ทำเป็นรูปคนหรือสัตว์ต่างๆ เช่น ช้าง แมว เต่า หนอน ฯลฯ ใช้ผ้าตัดเย็บเป็นส่วนต่างๆ ของร่างกาย แล้วยัดนุ่น นำมาเย็บประกอบกันเป็นตัวตุ๊กตา และ ตุ๊กตากระดาษ ทำจากการปั้นหุ่นดินเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ทาน้ำมัน แล้วเอากระดาษสา หรือกระดาษหนังสือพิมพ์มาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แช่น้ำ ทาแป้งเปียก แล้วนำไปแปะลงบนหุ่นให้หนาๆ เสร็จแล้วจึงกรีดกระดาษออกจากหุ่น นำออกตากแดดให้แห้ง แล้วจึงทาสี แต่งเติมหน้าตาให้น่ารัก

ตุ๊กตาฝีมือ หรือตุ๊กตาที่มีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม

ตุ๊กตาประเภทนี้ ส่วนมากจะไม่ใช้เล่น แต่จะวางไว้ให้เด็กชมและจับต้องได้อย่างระมัดระวัง ประโยชน์ของตุ๊กตาชนิดนี้อยู่ที่ การให้เด็กได้อยู่ใกล้ และชมความงามอันประณีต เด็กๆ จะค่อยๆ ซึมซับความละเอียดอ่อนของศิลปะ ทำให้เกิดอารมณ์อ่อนโยน รู้จักถนอมของที่มีค่า เชื่อกันว่า คนชอบศิลปะอย่างแท้จริงนั้น จะไม่ทำชั่ว และทำผิด ผู้ผลิตตุ๊กตาประเภทนี้ถือว่า เป็นศิลปิน มีแบบอย่างของตนโดยเฉพาะ หาตัวแทนยาก สมควรที่จะรู้จักทั้งตัวศิลปิน และผลงาน อาทิ

            ตุ๊กตาชาววัง : ชื่อของตุ๊กตาชนิดนี้ บ่งว่า เป็นตุ๊กตาที่ทำกันในวัง เป็นตุ๊กตาที่ทำเล่นกันเฉพาะเจ้านายในพระบรมมหาราชวังสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประวัติ และกระแสหนึ่งเล่าว่า เจ้าจอมมารดา ม.ร.ว.ย้อย ดิศรางกูร ได้ปั้นตุ๊กตาชาววังถวาย พระราชธิดาคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า อรพินเพ็ญภาค เมื่อเจ้านายองค์น้อยทอดพระเนตรตุ๊กตา ก็ทรงโปรด เจ้าจอมมารดาย้อยจึงปั้นขายที่ตำหนักของท่านเอง

            ตุ๊กตาบางกอกดอลล์ : ตุ๊กตาประเภทนี้จัดเข้าอยู่ในประเภทตุ๊กตาผ้า ปัจจุบัน มีผู้ประดิษฐ์ตุ๊กตาผ้ายัดนุ่นขึ้นมามาก แต่ตุ๊กตาผ้าที่ทำขึ้นอย่างประณีต ได้มาตรฐานสากลนั้น เป็นตุ๊กตาที่ประดิษฐ์ขึ้น โดยคุณหญิงทองก้อน จันทวิมล เป็นตุ๊กตาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ตุ๊กตาโขนละคร : ตุ๊กตาแบบนี้ อาจเป็นตุ๊กตาเดี่ยว หรือจัดเป็นฉากเป็นตอน ส่วนมากจะเป็นตัวละครเรื่องรามเกียรติ์ แต่งตัว และแสดงท่ารำ เหมือนตัวโขน บางทีก็เป็นตุ๊กตาคู่ตัวกษัตริย์ของทางมนุษย์และยักษ์รบกัน มีท่ารบประกอบด้วยตัวตุ๊กตา ๒-๔ ตัว หากเป็นนิทรรศการ เช่น การยาตราทัพประจันหน้า หรือตอนไมยราพสะกดทัพ ตัวละคร อาจมีถึง ๒๐๐ ตัวขึ้นไป ตุ๊กตาแม่บทเล็กมี ๑๘ ตัว แต่ละตัวแสดงท่ารำตามแม่บท ถ้ามาจากละครรำ จะมีตัวพระตัวนางของแต่ละเรื่อง เช่น เจ้าเงาะ และรจนา ตอนเสี่ยงพวงมาลัย ตุ๊กตาพราหมณ์รำฉุยฉาย ฯลฯ แต่งตัวเหมือนแสดง บนเวที

ตุ๊กตาชาวเขาชนเผ่า มีเผ่าอีก้อ แม้ว เย้า มูเซอร์ ลีซอ และยาง แต่ละตัวแต่งกายถูกต้องตามแบบแผนของแต่ละเผ่า รวมทั้งสีและเครื่องประดับ

 

ตุ๊กตาชาวไทยตามยุคสมัย เป็นตุ๊กตาคู่ชายหญิง แต่งกายตามสมัยนั้นๆ เช่น สมัยกรุงสุโขทัย สมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใน พ.ศ. ๒๔๗๕

ตุ๊กตาชาวนา ชาวบ้าน และคนไทยอาชีพต่าง ๆ : เช่น ชาวประมงน้ำจืด แม่ค้า ฯลฯ ตุ๊กตาต่างๆ เหล่านี้จะหาชมได้ ในพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาของร้านทำตุ๊กตาบางกอกดอลล์ น่าดูมาก และอาจใช้เป็นอุปกรณ์การสอนวิชาภูมิศาสตร์ หรือวัฒนธรรมพื้นบ้าน และศิลปะการร่ายรำ มีประโยชน์แก่ผู้ที่ได้ชม ทุกเพศทุกวัย และทุกสถานภาพ

           ตุ๊กตาชาวบ้านอยุธยาของนางสาวสุดใจ เจริญสุข : ซึ่งเป็นชาวอยุธยาโดยกำเนิด นับเป็นศิลปินพื้นบ้าน ที่หาได้ยากในการปั้นตุ๊กตา ตุ๊กตาแต่ละตัว จะแสดงการดำเนินชีวิต อิริยาบถ การละเล่นพื้นบ้าน การเล่นของคนในชนบท เช่น การว่าเพลงเรือ ชายพายลำหนึ่ง หญิงพายลำหนึ่ง เล่นไม้หึ่ง เดินก๊อบแก๊บที่ใช้กะลาตัวเมียร้อยเชือกยาวพอจะถือ และยกด้วยมือได้ ขี่ม้าส่งเมือง เดินไม้สูง มอญซ่อนผ้า ฯลฯ ชีวิตประจำวันพื้นบ้านก็ได้แก่ ยายนั่งไกว เปลหลาน หญิงแก่ไหว้พระภูมิ หญิงอาบน้ำ ลูกน้อยที่นอนหงายอยู่ที่หว่างขา เด็กชายขี่ม้าก้านกล้วย แม่ค้ากลับบ้านหาบลูกไว้ในกระจาดใบที่อยู่ข้างหน้า ฯลฯ ตุ๊กตาเหล่านี้แม้จะเล็กอย่างไรก็มีสีหน้า และได้สัดส่วน ทั้งอยู่ในอิริยาบถ ที่มีชีวิตชีวาอีกด้วย

            ๔. ตุ๊กตาไทยของนายจักรพันธุ์ โปษยกฤต : ตุ๊กตาไทยนี้ เป็นตุ๊กตาที่ประดิษฐ์ขึ้นด้วยความประณีตบรรจงสูงมาก อันที่จริงแล้ว นายจักรพันธุ์ โปษยกฤตนั้น เป็นจิตรกร แต่บางครั้งก็ผลิตผลงานศิลปะไทยหลายแขนงด้วยกัน เช่น ทำตัวหุ่น ซึ่งจัดแสดงเป็นครั้งคราว โดยเป็นผู้เชิดหุ่นเอง เครื่องแต่งตัวหุ่นของนายจักรพันธุ์นั้นปักและประดับเครื่องแต่งตัว ที่ทำจากทองและพลอยจริงๆ นอกจากนั้นก็ปั้นตุ๊กตา ผลงาน อาทิ ตุ๊กตาพราหมณ์เกศสุริยง, ตุ๊กตาเด็กโกนจุก, ตุ๊กตานางกวัก และ ตุ๊กตากุมารน้อย

ทั้งนี้ตุ๊กตาของนายจักรพันธุ์ทุกตัว เวลาทำ จะมีลูกมือ ๓-๕ คน ถึงกระนั้นยังต้องใช้เวลาประดิษฐ์ตัวละประมาณเกือบ ๑ ปี จึงจะแล้วเสร็จ หล่อด้วยวัสดุพิเศษ เสื้อสไบปักด้วยดิ้น เลื่อม และลูกปัดแก้วขนาดจิ๋ว ลงบนผ้าไหมไทย เครื่องประดับทำด้วยทองและอัญมณีแท้ ทั้งดอกไม้ทัด อุบะห้อย ประดิษฐ์ด้วยความประณีต และแลดูได้สัดส่วนทุกส่วน

ตุ๊กตาตามความเชื่อพื้นบ้าน

ตุ๊กตาประเภทนี้มักประดิษฐ์ง่ายๆ ด้วยฝีมือชาวบ้าน และใช้ในเชิงไสยศาสตร์ เช่น

ตุ๊กตาเสียกบาล : เป็นตุ๊กตาดินเผา และดินเผาเคลือบสมัยสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐) เป็นผู้หญิง มือถือของใช้ อุ้มเด็ก ฯลฯ ตุ๊กตาประเภทนี้คงจะไม่มีความมุ่งหมาย ที่จะให้เป็นของเล่นของเด็ก ตุ๊กตาประเภทนี้ ปั้นขึ้นเมื่อเวลามีคนเจ็บป่วยในบ้าน เพื่อสมมติว่า เป็นตัวแทนของคนป่วยนั้น เรียกกันว่า ตุ๊กตาเสียกบาล ตุ๊กตานี้จะถูกหักคอ หรือต่อยหัวออก เพื่อลวงผีว่า คนเจ็บผู้นั้นตายไปแล้ว จะได้ไม่มาเอาชีวิตของคนป่วย

ตุ๊กตาแก้บน : เป็นตุ๊กตาที่ประดิษฐ์ขึ้น หรือซื้อหามา “แก้บน” หลังจากการบนบานศาลกล่าว ขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยโดยให้คำมั่นสัญญาว่า จะให้สิ่งของตอบแทน ถ้าช่วยให้สิ่งที่ขอร้องนั้นเป็นผลสำเร็จ ซึ่งเมื่อเป็นผลสำเร็จตามที่ขอไว้ ผู้ที่บนบานก็จะมาแก้บนตามสัญญา ที่ให้ไว้

ตุ๊กตาแก้บนที่เห็นมากก็คือ ตุ๊กตาที่ใช้แก้บนเทวดา เจ้าที่ หรือพระภูมิเจ้าที่ ที่สถิตบนศาลพระภูมิ หรือศาลเพียงตา ที่สร้างไว้ในบริเวณบ้าน ผู้บนมักจะบนไว้ด้วยละคร โดยบ่งจำนวนโรง โรงละครนั้นทำง่ายๆ และวิวัฒนาการไปตามสมัย ในสมัยโบราณ มักปั้นตัวละครด้วยดินสอพอง (ประกอบง่ายๆ ในโรงโปร่ง) มีจำนวน ๓ ตัว คือ พระ นาง และตัวรับใช้ชาย ในปัจจุบันมักทำด้วยเครื่องปั้นดินเผา ใช้สีทาบ้านระบาย เป็นเสื้อผ้า ละครที่แก้บนนี้ ทำแทนละครชาตรี ผู้ที่มีเงินจ้างละครชาตรี จะจ้างให้มาแสดงจริงๆ ไม่ใช้ตุ๊กตา ในการบนตุ๊กตาชุดนี้ จะนับจำนวนโรงว่า ถ้าสมหวัง จะแก้บนด้วยตุ๊กตาละคร กี่โรง ส่วนมากจะบนตั้งแต่ ๒ โรงขึ้นไป บางทีใช้ช้าง ไม้แก้บน ซึ่งส่วนมาก จะถวายท้าวมหาพรหม นอกจากแก้บนด้วยตุ๊กตาละครและช้างแล้ว ยังมีม้าดินเผา หรือม้าปูนปั้นแก้บนได้อีกด้วย

ตุ๊กตากุมาร :  ส่วนมากจะเป็นตุ๊กตาเครื่องปั้นดินเผา ทำเป็นเด็กผู้ชายไว้จุก ตั้งไว้ในที่สูง เพื่อบูชากราบไหว้ เชื่อกันว่า จะช่วยเฝ้าบ้านให้ได้ ต้องมีการเซ่นด้วยอาหารคาวหวาน ทุกวัน ซึ่งอาจจะได้ความคิดมาจากกุมารทองในเรื่องขุนช้างขุนแผน

ตุ๊กตานางกวัก : ประดิษฐ์เป็นหญิงสาว แต่งตัวสวยงาม สวมกระบังหน้า ท้าวแขนซ้าย และยกมือขวากวักไปข้างหน้า เชื่อกันว่า สามารถเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน และกวักเงินทองโชคลาภมาให้ ส่วนมากจะทำด้วยโลหะ ขนาดพอสมควร ที่จะตั้งไว้ในที่สูงหรือหิ้ง บางแห่งจะมีเครื่องเซ่น บูชาด้วยธูปและดอกไม้

          ตุ๊กตาอื่น ๆ : ตุ๊กตาที่น่าสนใจนอกเหนือ จากที่กล่าวมาแล้วก็คือ ตุ๊กตาลิงของภาคใต้ เป็นหัตถกรรมที่ผลิตจากผลมะพร้าวแห้งทั้งผล โดยปอกเปลือกแข็งออกจนหมด แล้วใช้มีดปลายแหลมแกะเปลือกมะพร้าวที่ติดอยู่กับกะลาให้ได้เค้าเป็นรูปลิงนั่ง ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยมีด ใช้กระดาษทรายขัดผิวให้เรียบตามต้องการ แล้วลงสีดำ ทำเป็นรูปนิ้วมือ นิ้วเท้า จมูก คิ้ว และขอบตา แล้วลงสีทำเป็นฟัน ลงสีแดง ทำเป็นเหงือกและปาก ใช้ลูกแก้วฝังทำเป็นนัยน์ตา แล้วลงสีดำทำเป็นตาดำ ใช้ริบบิ้นทำเป็นพู่ผูกคอ และอาจประดับตกแต่งด้วยหมวก แว่น หรือบ้องสูบกัญชา ที่ผลิตขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้ดูท่าแปลกยิ่งขึ้น

(ที่มาข้อมูล/ภาพ : มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ,อินเทอร์เน็ต,อัศวศิลป์)

 

 

 

Facebook Comments


Social sharing

Related post