Digiqole ad

เปิดรั้วการศึกษา บัณฑิตหลักสูตรใหม่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ “วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ”

 เปิดรั้วการศึกษา บัณฑิตหลักสูตรใหม่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ “วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ”

หลังจากที่ คณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้จับมือร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการจัดตั้งหลักสูตรใหม่ วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ  (Health Data Science) ไปเมื่อปี พ.ศ.2561 ด้วยปรัชญาของหลักสูตรอย่าง “ผลิตนักวิทยาศาสตร์ที่มีทักษะปฏิบัติที่ดี สามารถเรียนรู้ได้เองอย่างต่อเนื่อง ประยุกต์องค์ความรู้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพ และพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนาคุณภาพและสุขภาพของประชาชน” โดยได้ใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ข้อมูล ในการมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาระบบสาธารณสุขและการแพทย์ของประเทศไทย รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

Advertisement

จากส่วนประกอบที่ลงตัวของ วิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้หลักสูตรวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ เป็นอีกหนึ่งสาขาที่นำข้อมูลทางการแพทย์จำนวนมหาศาลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการรักษาโรค ป้องกันโรค ใช้แก้ไขปัญหาทางการแพทย์ และการสาธารณสุขได้อย่างถูกต้อง รัดกุม มีระเบียบแบบแผน ด้วยความมุ่งหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้ดียิ่งขึ้น

ในวันนี้ มีนักศึกษารุ่นแรกที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นบัณฑิต เพื่อนำองค์ความรู้ตลอด 4 ปี มาปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด ต้นข้าวอสมา ตั้งปรมัตถ์สกุล หนึ่งในว่าที่วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ ได้เผยถึงแรงบันดาลใจที่เลือกเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพไว้ว่า ตอนมัธยมเคยอ่านบทความเกี่ยวกับดาต้าไซน์ ทราบว่ามันกำลังเป็นเทรนด์ทำให้สนใจด้านนี้  คิดว่าเป็นอาชีพมาแรง คือเราโฟกัสว่าอยากทำอาชีพอะไรก็เรียนอย่างนั้น หลักการเลือกคณะ หนึ่งต้องเป็นสิ่งที่เราสนใจ สองเรียนจบแล้วมีงานทำไหม ซึ่งค่อนข้างกังวลตรงนี้ สามมาเรียนแล้วชอบ เรียนไปเรียนมาสนุกดี อย่างวิชาดาต้าไซน์หรือแมทช์ชีนเลิร์นนิ่งจะมีงานที่แบบให้ทำโมเดล  พอเราได้สร้างโมเดลแล้วเป็นงานที่สนุก อยากทำโมเดลให้เก่งและแม่นขึ้น ทั้งนี้มีเสน่ห์และความท้าทายอยู่ที่ แต่ละคนมีวิธีสร้างโมเดลต่างกัน ขึ้นอยู่ที่ว่าเราต้องการสร้างแบบไหน แต่ละคนทำก็จะไม่เหมือนกัน

ทางด้าน เจมส์พีรวิชญ์ อามาตรมนตรี ได้ให้ข้อมูลไว้สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวจะเรียนที่นี่ สำหรับน้องๆ ที่จะมาเรียน หลักสูตรนี้เหมาะกับน้องๆ ที่เก่งในการตั้งคำถาม ถ้ากล้าคิด กล้าตั้งคำถาม เป็นนักวิทยาศาสตร์ได้แน่นอน กล้าตั้งคำถามไม่พอ แต่ต้องกล้าที่จะหาคำตอบด้วย  เพราะการเป็นเฮลท์ ดาต้าไซน์ที่ดีจะต้องสื่อสารกับบุคคลภายนอกได้ด้วย ดาต้าไซน์จะไม่เหมือนดาต้าเอ็นจีเนียร์ที่จะต้องนั่งเฉพาะคอมคลิกข้อมูล แต่ดาต้าไซน์จะต้องนำอินไซด์ข้อมูลนั้นๆ มาพูดกับผู้บริหารหรือว่าคนที่สามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อเข้าใจได้ด้วย ตรงนี้คือคีย์เวิร์ดสำคัญ ส่วนเรื่องการเรียนการสอน โดยสรุปต้องเตรียมพร้อมทั้งหมด 3 อย่าง ส่วนแรกก็คือ โปรแกรมมิ่ง เบสิกโปรแกรมมิ่ง ทั้งภาษาอาร์หรือภาษาไพทอน (R และ Python) ควรจะมีมาก่อน ส่วนทีสองคือ คณิตศาสตร์ (Mathematics) ในเรื่องของสถิติเบื้องต้น ตรงนี้ควรที่จะรู้มาก่อน ส่วนที่สามคือ ความรู้ (Knowledge)การสาธารณสุข เรื่องของสุขภาพเบื้องต้น อันนี้ยังไม่ต้องเจาะลึก ให้รู้พื้นฐานของชีววิทยามาก่อนก็จะดีมาก

แล้วสิ่งที่คาดหวังในหลักสูตร เป็นไปอย่างที่เราหวังไว้หรือไม่ อีกหนึ่งในว่าที่บัณฑิตอย่าง ฟลุ๊คธนัชชา ทองจิตติพงศ์ ได้ให้แนวทางการเรียนไว้ว่า “หลักสูตรนี้เป็นการรวม 2 ด้านไว้ด้วยกัน ทั้งข้อมูลทางด้านคอมพิวเตอร์ และข้อมูลทางด้านสุขภาพ เมื่อเข้ามาเรียนแล้วคิดว่าเหมาะสมกับคนที่สนใจทางด้านโปรแกรมมิงเป็นหลัก เพราะการทำงานด้านดาต้า ถ้าเราทำโปรแกรมมิงได้ จะดีกว่า ข้อมูลสุขภาพมันสามารถใช้ข้อมูลทางด้านอื่นได้ ถ้ามีความชอบทางด้านโปรแกรมมิ่งเป็นหลัก น่าจะเหมาะสมกับสาขานี้มากกว่า ถ้าไม่อยากเสียเวลาไปเรียนทางด้านข้อมูลอื่น ข้อมูลทางด้านสุขภาพก็สำคัญเหมือนกัน รู้ 2 ด้านก็ดี สรุปคือหลัก ๆ เรื่องโปรแกรมมิ่ง รองลงมาคือข้อมูลสุขภาพ พวกชีวะและคอมพิวเตอร์ และอาจจะมีทางด้านสถิติร่วมด้วย

สำหรับน้อง ๆ ที่กังวลว่า 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จะเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งการเรียน และกิจกรรมบอลณัฐวุฒิ แถมเงิน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  4 ปีที่มาเรียนหลักสูตรนี้จะเจอความท้าทายและความสนุกเป็นอันดับแรก ภาพรวมทั้งหมด เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่การเรียนอย่างเดียว ยังมีกิจกรรมให้ทำร่วมกันด้วย แการเรียน ปีหนึ่ง เน้นเรียนเรื่องพื้นฐานโปรแกรมมิ่ง คณิตศาสตร์ ทางชีววิทยา หรือว่าทางด้านสาธารณสุขทางการแพทย์ ปี 2 จะเรียนเรื่องข้อมูล เรื่องดาต้าเบส เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับข้อมูล ดาต้า สตรัคเจอร์ (DATA STRUCTURE) ข้อมูล    แหล่งที่มาของข้อมูล มีการข้อมูล ปี 3 เรื่องของดาต้าไซน์ล้วนๆ เรียนวิชาดาต้าไซน์  วิชาบิ๊กดาต้า บิสซิเนส อินเทลลิเจนท์ (BUSINESS INTELLIGENCE) เริ่มหาอินไซด์ของข้อมูลแล้ว และปี 4 ซิกเนเจอร์คือช่วงเวลาของโปรเจค ช่วงทีเรี่ยนมา 3 ปี จะต้อนำความรู้มาทำโปรเจคต์เพื่อนำมาแก้ปัญหาสังคมา  แต่ในมุมของกิจกรรม  เพราะว่าเป็นนักศึกษาที่เรียน 2 สถาบัน ดังนั้นเหมือนเป็นนักศึกษา 200 เปอร์เซ็นต์ มีบัตรนักศึกษา 2 ใบ มีชุดนักศึกษา 2 ชุด และการทำกิจกรรมจะอยู่ทั้ง 2 ที่ ดังนั้นกิจกรรมคูณ  2  จึงสามารถเลือกได้ตามใจชอบอยากจะร่วมกิจกรรมอะไรบ้าง

มากไปกว่าการได้เรียนรู้ข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน การได้นำความรู้ที่มีเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อมนุษย์ก็สำคัญเช่นกัน มากไปกว่านั้นหลักสูตรนี้ยังช่วยต่อยอดความรู้ และอาชีพไปได้ในหลายแขนง อาทิ  นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักวิเคราะห์ข้อมูล นักพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบข้อมูล ผู้จัดการซอฟต์แวร์และข้อมูล  หรือจะเป็นนักวิชาการคอมพิวเตอร์ ก็เช่นกัน ผู้ที่สนใจสมัครสามารถเข้าดูรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ http://www.pccms.ac.th/?p=3821 และ Facebook: Health Data Science PCCMS KMUTT

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/hwvBU

Related post