Digiqole ad

เปิดรับสมัครไอเดียจากทั่วทุกมุมโลกกับการประกวดในโครงการ “INNOvation บ้า-กล้า-คิด”

 เปิดรับสมัครไอเดียจากทั่วทุกมุมโลกกับการประกวดในโครงการ “INNOvation บ้า-กล้า-คิด”

นวัตกรรมเกิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการเข้ามาปรับเปลี่ยนหรือทำให้คุณภาพชีวิตของมนุษย์ดีขึ้น ไอเดียความคิดสร้างสรรค์เป็น “ทักษะ” สำคัญที่มนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ต้องมี เพื่อพาตัวเองก้าวข้ามผ่านปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ ท่ามกลางศาสตร์เทคโนโลยี ICT ที่ก่อกำเนิดไอเดียใหม่ๆ ขึ้นทั่วโลก กระทรวงกิจการภายในประเทศ และการสื่อสารประเทศญี่ปุ่น (ICT) ของประเทศญี่ปุ่น มุ่งหวังที่จะส่งเสริมคนไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักความท้าทาย ต้องการพัฒนาเปลี่ยนแปลง และต่อยอดทางด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าและยกระดับแวดวง ICT ไปอีกขั้น นำไปสู่การปฏิวัติทางสังคมและภาคอุตสาหกรรมในยุคสมัยแห่งวิถีชีวิตแบบใหม่ การประกวดโครงการ INNOvation บ้า-กล้า-คิด เปิดรับสมัครไอเดียจากทั่วทุกมุมโลก สำหรับประเทศไทยเปิดรับสมัครไอเดียสร้างสรรค์จากคนไทยมาเป็นปีที่ 2 แล้ว

Advertisement

นายกันตธร วรรณวสุ ผู้อำนวยการหน่วยงานประสานงานรับสมัครโครงการ INNOvation กล้า-บ้า-คิด ประจำประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ INNOvation บ้า-กล้า-คิด เปิดโอกาสให้คนไทยได้ส่งผลงานไอเดีย หรือนวัตกรรมเข้าประกวด ซึ่งปี 2563 คนไทยส่งผลงานเข้าประกวด 254 ชิ้นงาน จากทั่วโลกที่ส่งเข้าประกวด 18,152 ชิ้นงาน ขณะที่ปี 2564 มีคนไทยส่งเข้าประกวด 1,739 ชิ้นงาน จากทั่วโลกที่ส่งเข้าประกวด 22,164 ชิ้นงาน ปีนี้เป็นปีที่คนไทยให้ความสนใจและส่งผลงานเข้าประกวดเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหลายเท่าตัว

​“การประกวดโครงการ INNOvation บ้า-กล้า-คิด เป็นการเปิดกว้างให้คนไทยทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำกัดอายุ ได้แสดงไอเดียของตัวเอง ขอแค่กล้าที่จะคิด แล้วกล้าแสดงออกมา ซึ่งไอเดียส่วนใหญ่ของคนไทยจะเป็นไอเดียที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน หรือเป็นไอเดียที่ทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากขึ้นด้วยการนำนวัตกรรมมาช่วยแก้ไขปัญหา เป็นไอเดียง่ายๆ แต่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต จากบริบทของสังคมไทยที่เป็นสังคมผู้ใหญ่ตัดสิน การประกวดนี้จึงเป็นการเปิดกว้างให้คนไทยได้กล้าที่จะนำเสนอไอเดีย เพราะคนตัดสินเป็นชาวต่างชาติ ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถก้าวข้ามกำแพงตรงนี้ไปได้ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับโลกอนาคต”

การประกวดโครงการ INNOvation บ้า-กล้า-คิด แบ่งออกเป็น 2 สาขา สาขาที่ 1 Generation Award เปิดรับผู้มีความคิดสร้างสรรค์ แปลก แหวกแนว ที่นำประเด็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกค้นพบในชีวิตประจำวันมาสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรม หรือเทคโนโลยีล้ำๆ ที่สามารถเปลี่ยนโลก สังคม หรือตนเอง แม้สุดท้ายไอเดียนั้นอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ตาม ซึ่งปี 2563 มีคนไทยได้รับรางวัลถึง 4 ชิ้นงาน คือ 1.ตะเกียงวัดอุณหภูมิ ตัวช่วยแก้ไขปัญหาน้ำซุปลวกปาก และยังสามารถเป็นเครื่องวัดอุณหภูมิในร่างกายไปในตัว 2.แคปซูลเย็น แคปซูลร้อน ตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มน้ำร้อน น้ำเย็น เพียงแค่ใส่แคปซูลลงไปในน้ำๆ จะกลายเป็นน้ำร้อน หรือน้ำเย็นทันที 3.คลื่นเสียงผลักน้ำฝน อุปกรณ์ที่จะช่วยผลักน้ำฝนออกจากตัวด้วยคลื่นเสียงที่ปล่อยออกมา ทำให้สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ไม่ต้องกลัวเปียกอีกต่อไป 4.A program that applies to elderly nursing care online services for Thai/Asia People who can speak Japanese

​สำหรับปี 2564 มีไอเดียของคนไทยที่ผ่านเข้ารอบถึง 49 ชิ้นงาน อาทิ ไอเดียที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา Aging Society อย่างอุปกรณ์ที่เข้ามาช่วยเหลือการใช้ชีวิตประจำวัน การเดินของผู้สูงอายุ ไอเดีย ฟู้ด อินโนเวชั่น อย่าง การส่งต่อรสชาติและกลิ่นอาหารผ่านทางออนไลน์ หรือลิฟวิ่ง อินโนเวชั่น อย่าง นวัตกรรมที่เข้ามาช่วยให้การก่อสร้างบ้านทำได้ง่ายขึ้น หรือนวัตกรรมเพื่อสร้างบ้านสำหรับผู้สูงอายุ

​สาขาที่ 2 คือ Disruptive Challenge ท่ามกลางศาสตร์เทคโนโลยี ICT ได้ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ขึ้นทั่วโลก โดยเปิดรับผู้กล้าที่จะล้มเหลวเพื่อนำไปสู่การปฎิบัติทางสังคม และภาคอุตสาหกรรมในยุคสมัยแห่งวิถีชีวิตแบบใหม่ ไอเดียที่ส่งเข้ามาจะต้องมีแผนในการลงมือปฎิบัติงาน เพื่อทำให้ผลงานนั้นกลายเป็นจริง พร้อมรับเงินรางวัลเพื่อการพัฒนานวัตกรรมเป็นชิ้นงานต่อไป

​โดยปี 2563 ไอเดียของคนไทยสามารถผ่านเข้ารอบได้แต่ยังไม่ได้รับรางวัล แต่สำหรับปี 2564 มีไอเดียของคนไทย หลายชิ้นงานที่ผ่านเข้ารอบ เช่น ไอเดียเครื่องคัดกรองมะเร็งเป็นการใช้ AI มาช่วยสแกนตรวจพันธุกรรมว่ามีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงหรือต่ำ หรือไอเดียการพัฒนาเข็มวัคซีน ที่วางไว้บนแขนแล้วสามารถฉีดได้เลยโดยไม่ต้องใช้ทักษะของพยาบาลเข้ามาช่วย แต่ได้รับรางวัลเพียงแค่ชิ้นงานเดียว คือ ไอเดียเครื่องช่วยพยุงสำหรับผู้สูงอายุ

​“การที่โครงการ INNOvation บ้า-กล้า-คิด ได้มาจัดแสดงที่งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี 2564 ในบูธนิทรรศการประเทศญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศญี่ปุ่นที่ให้กับโครงการดังกล่าว และกระทรวง ICT ของประเทศญี่ปุ่นที่มีความสัมพันธ์ดีกับหน่วยงานภาครัฐของไทย นับเป็นความร่วมมือที่ดีของทั้งสองประเทศ” ผู้อำนวยการหน่วยงานประสานงานรับสมัครโครงการฯ กล่าวทิ้งท้าย



​งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี 2564 คืออีกพื้นที่ในการเปิดไอเดียความคิดสร้างสรรค์ และก่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมเชิงพลิกผันให้กับเยาวชนไทย เพื่อสร้างตัวแทนคนไทยไปแข่งขันบนเวทีระดับโลก พบกับนวัตกรรมใหม่ๆ ไอเดียแปลกๆ ได้ทุกวันตั้งแต่วันนี้ถึง 19 พ.ย.นี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สามารถรับชมกิจกรรมและนิทรรศการต่างๆ ที่จัดขึ้นได้ทางเฟซบุ๊กของงาน NSTFair Thailand www.facebook.com/nstfairTH ติดต่อจองเข้าชมงานได้ที่เว็บไซต์งาน หรือ ติดต่อ อพวช. โทร. 0-2577-9960 ติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดงาน ได้ที่ www.thailandnstfair.com

Advertisement
Facebook Comments

Related post