Digiqole ad

เปิดม่านเวที “นางสาวไทย 2565” ค้นหาสาวงาม BEYOND BEAUTY โดยทีมงานทีพีเอ็น โกลบอล

 เปิดม่านเวที “นางสาวไทย 2565” ค้นหาสาวงาม BEYOND BEAUTY โดยทีมงานทีพีเอ็น โกลบอล

บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN GLOBAL) ผู้นำด้านการจัดประกวดนางงามระดับประเทศ ร่วมกับ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าวการจัดการประกวด นางสาวไทย ประจำปี 2565) เผยรายละเอียดการพลิกโฉมเวที “นางสาวไทย” สู่ยุคสมัยใหม่ เพื่อเฟ้นหาสาวไทยคนที่ 53 ที่จะเป็นทูตวัการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม รวมถึงเป็นกระบอกเสียงด้านการศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “Revival of the Original” หรือ “กำเนิดใหม่ไปด้วยกัน”

Advertisement

เปิดม่านอีกครั้งสำหรับเวทีการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2565 ที่จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2564 นี้ ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ผู้รับไม้ต่อล่าสุดในการจัดการประกวด “นางสาวไทย” หนึ่งในเวทีประชันสาวงามสุดยิ่งใหญ่แห่งปีของประเทศไทย โดยในปีนี้เวที “นางสาวไทย” จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการนางงามในประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการเฟ้นหาสาวงามที่มีคุณค่าสมบูรณ์แบบทุกองศาในสไตล์ผู้หญิงยุคใหม่ที่สวยสง่า ทรงพลัง และเฉลียวฉลาด (Sweet Strong Smart) สื่อถึงแนวคิด “Revival of the Original” หรือ “กำเนิดใหม่ไปด้วยกัน” ซึ่งเป็นธีมหลักการประชันความงามของนางสาวไทยปีนี้

คุณปิยาภรณ์ แสนโกศิก ผู้บริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด กล่าวว่า เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติเป็นผู้จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2565 ซึ่งเป็นเวทีการประกวดนางงามสัญชาติไทยแท้และมีมาอย่างยาวนาน ในมุมมองของ TPN GLOBAL เราจะนำความเชี่ยวชาญของเราพลิกโฉมเวทีการประกวดนางสาวไทยในปีนี้ให้สามารถเทียบเท่าระดับโลก เพราะเรามองเห็นถึงศักยภาพของสาวไทยที่สามารถเป็นตัวแทนหญิงไทยยุคใหม่ที่แท้จริง หญิงไทยภายใต้ความอ่อนหวาน แต่แข็งแกร่งมาก (Sweet but Strong) เฉกเช่นวีรสตรีไทยมากมายในประวัติศาสตร์ เป็นที่มาของคอนเซปต์การประกวดปีนี้คือ “Revival of the Original กำเนิดใหม่ ไปด้วยกัน” เราพร้อมที่เฟ้นหานางสาวไทยคนที่ 53 ที่จะขึ้นมารับตำแหน่งเพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะเป็นกระบอกเสียงผลักดันด้านการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ให้ความสำคัญ รวมถึงเป็นทูตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เผยแพร่อัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น รวมถึงเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศไทยในมุมมองใหม่ให้ปรากฏแก่ทั่วโลก ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปอีกด้วย

การประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2565 ยังได้โค้ชผู้เชี่ยวชาญและผู้คร่ำหวอดในวงการนางงามที่จะมาช่วยกันเฟ้นหาและเจียระไนเพชรเม็ดงาม ได้แก่ คุณริสา หงษ์หิรัญ, ดร.พงษ์รพี บูรณสมภพ, คุณฐิติพงษ์ ด้วงคง, คุณอแมนด้า ชาลิสา ออมดัม มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2020, และคุณปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2020 โดยนางสาวไทยคนที่ 53 จะต้องสวยเก๋ มีเสน่ห์ (แต่ไม่จำกัดส่วนสูง) มีเชาว์ปัญญา มีความมั่นใจ รักนวัตกรรม และความเป็นไทย สามารถเป็นตัวแทนหญิงไทยแห่งยุคสมัยใหม่ในฐานะภูมิปัญญาแห่งอนาคต เป็นกระบอกเสียงให้กับสังคม ส่งเสริม และยกระดับการศึกษาให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผ่านการมุ่งเน้นการทำสาธารณะกุศลต่าง ๆ สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็กที่ด้อยโอกาสทางศึกษา รวมถึงเป็นทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอีกด้วย

พลตำรวจโทอรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “นางสาวไทยประจำปี 2565 นี้ มีมุมมองที่คง ความเป็นเอกลักษณ์ไทย ทันสมัยอย่างเป็นสากล แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทย คือเป็นผู้ที่มีความสวยงามทางร่างกาย และมีจิตใจงดงาม ทั้งกิริยามารยาท คงความเป็นกุลสตรีไทย มีความทันสมัยอย่างเป็นสากล สามารถปรับและพัฒนาตนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสภาพแวดล้อมของโลก โดยสรุปคือ งามกายงามใจ มีจิตใจที่เอื้ออารีต่อตนเองครอบครัว ชาติบ้านเมืองและสังคมในทุกระดับ”

การประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2565 จะเปิดรับสมัครทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2564 – 5 มกราคม 2565 พร้อมยลโฉมผู้เข้าประกวดรอบแรกจำนวน 50 คนในช่วงกลางเดือนมกราคม เพื่อแข่งขันกันในรอบ Audition ก่อนที่จะเข้าสู่รอบ 24 คนสุดท้าย โดยสาวงามจะเข้าร่วมกิจกรรมการประกวดและการประชันความงามรูปแบบต่าง ๆ จากนั้นจะมีการประกวดรอบ Preliminary ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 สาวงามจะอวดโฉมในรอบชุดว่ายน้ำ และชุดราตรี รวมถึงการประชันความสามารถในด้านต่าง ๆ อาทิ นางงามสายเต้น นางงามสายพูด นางงามสายร้องเพลง และนางงามที่มีความสามารถอื่น ๆ และประกาศผลผู้ที่คว้าตำแหน่งนางสาวไทยคนที่ 53 ในรอบ Final ในค่ำคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 หญิงงามหนึ่งเดียวแห่งปีจะได้รับรางวัลมงกุฎเกียรติยศ เงินสด 1,000,000 บาท และรางวัลอันทรงเกียรติอื่น ๆ อีกมากมาย

การประกวดปีนี้ยังมุ่งเน้นการรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เพื่อสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รวมถึงเผยแพร่ธรรมชาติและวัฒนธรรมไทย และสนับสนุนท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมการเก็บตัว ณ จังหวัดอำนาจเจริญ ในวันที่ 22 – 26 มกราคม 2565 โดยจะเผยแพร่ความงดงามของศิลปะวัฒนธรรมของไทย การเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น และช่วยอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ตลอดไป

ติดตามชมการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2565 ได้ผ่านทางช่องทาง TRUE รวมถึงทางดิจิทัลแพลตฟอร์มของทางกองประกวดฯ ได้แก่ Facebook: @officialmissTH และ Instagram: @official_missthailand

 

 

Advertisement
Facebook Comments

Related post