Digiqole ad

เปิดประเทศไทยใน 120 วัน คิดผิด-คิดใหม่…กลับใจยังทัน

 เปิดประเทศไทยใน 120 วัน คิดผิด-คิดใหม่…กลับใจยังทัน

ข้อมูลของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ที่รวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจและการสั่งการอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.ระบุว่า ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2564 ศบค.ได้จัดการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แก่ประชาชนแล้ว 8.5 ล้านโดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 6.1 ล้านโดส  เข็มที่2 จำนวน 2.4 ล้านโดส  โดยในวันเดียวกันนี้มีผู้ติดเชื้อใหม่ 4,108 คน รวมยอดป่วยสะสม 232,647 ราย  หายป่วยสะสม 191,355 ราย  ยังรักษาตัวอยู่ 39,517 ราย  เสียชีวิตสะสม 1,775 ราย

Advertisement

ผลงานฉีดวัคซีน 8.5 ล้านโดสนับว่ายังห่างไกลเป้าหมาย 100ล้านโดส หรือ50ล้านคนๆละ 2 เข็ม ที่เดิมพล.อ.ประยุทธ์ประกาศเป็นวาระแห่งชาติว่าจะฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 70% ของจำนวนประชากรภายในสิ้นปี 2564 ก็ถือว่ายากจะบรรลุผลสำเร็จแล้ว   แต่ยิ่งจะดูเหมือนว่าพล.อ.ประยุทธ์กำลังหาทางแก้ไขวิกฤติของประเทศด้วยการพาประชาชนมาร่วม “ฝันกลางวัน” เมื่อจู่ๆได้ประกาศเร่งการฉีดวัคซีนให้เร็วขึ้นเพื่อตอบสนองเป้าหมายใหม่ที่จะเปิดประเทศรับนักท่องเดที่ยวและนักลงทุนภายใน 120 วัน นับจากวันที่ 1 กรกฎาคม 2564

 

ภาคธุรกิจขานรับโรดแมพใหม่

ท่ามกลางความกังขาของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศที่ยังไม่ได้รับวัคซีนแล้วยังงงๆว่ารัฐบาลจะเปิดประเทศได้ยังไง  แต่ผู้ประกอบการภาคเอกชนรายใหญ่ๆต่างเดินหน้าออกมาขานรับนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ว่าโดนใจ  เพราะจะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 2 แสนล้านบาทต่อเดือน อย่างน้อย 2 เดือนสุดท้ายของปีจะมีเม็ดเงินเข้ามากระตุ้นจีดีพี 4-5 แสนล้านบาท

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย  บอกว่าสภาหอการค้าสนับสนุนการตัดสินใจของนายกฯที่จะเปิดประเทศ 120 วัน  เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติ ว่าประเทศไทยมีความพร้อมแล้ว

 

เช่นเดียวกับนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า เอกชนมีความมั่นใจและเชื่อว่า 120 วันเป็นระยะเวลาที่ถูกต้อง โดยยังคงยืนยันว่า เรื่องของ “วัคซีน” ยังคงเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องชัดเจน โดยการเปิดประเทศนั้นจะเปิดเพื่อเศรษฐกิจให้เดินต่อไปได้ ไม่ใช่เปิดรับโรคเข้ามาเพิ่ม

มองต่างมุมเร่งทำไมให้เสี่ยง

แม้จะมีซูเปอร์โพลล์ที่สำรวจความเห็นจากชาวบ้านแค่พันกว่าคนจาก 70 ล้านคนออกมาสนับสนุนการเปิดประเทศ  แต่นักการตลาดอย่างนายรติ พันธุ์ทวี นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย  ให้ความเห็นว่าส่วนตัวยังมองว่าเร็วไปไหม เพราะที่ผ่านมาการสื่อสารจากภาครัฐต่อเรื่องวัคซีนค่อนข้างมีปัญหา จนเกิดความสับสน  และหลังจากนายกรัฐมนตรีประกาศเรื่องจะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวและการลงทุนใน 120 วันแล้วก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องขั้นตอนหรือแนวทางปฎิบัติ   ดังนั้นหากเปิดแล้วเกิดการระบาดรอบ 4 หรือเกิดคลัสเตอร์อีกจะทำอย่างไร

“ผมมองว่าจะเปิดใน 120 วัน หรือ เปิดในต้นปี 2565 ก็ไม่แตกต่างกัน เพราะแม้จะเปิดประเทศ แต่คนไทยคงยังกังวลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน  กิจกรรมต่างๆก็คงยังไม่เต็มที่”

 

ราชวิทยาลัยเตือนเสี่ยงระลอก4

นับเป็นการแสดงจุดยืนและความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้งจาก “ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย” ในเรื่องที่เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะภายหลังคำประกาศของพล.อ.ประยุทธ์ที่จะเปิดประเทศใน 120 วันขณะที่สถานการณ์การระบาดยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯแสดงความห่วงใยว่า  นโยบายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบการรักษาพยาบาล หากทำให้เกิดการระบาดใหญ่ระลอกที่ 4 และนำเชื้อกลายพันธุ์ซึ่งมีการระบาดอย่างรวดเร็ว มีความรุนแรง ทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของวัคซีนลดลงเข้ามาในประเทศ  พร้อมให้คำเตือนว่ารัฐบาลต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในหลายด้าน  อาทิการใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัดในการควบคุมโรค การจัดหาวัคซีนให้เพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพ  รวมทั้งจัดให้มีการกระจายวัคซีนอย่างเป็นระบบ มีความชัดเจน โปร่งใส “โดยไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์ใดๆ”

เข็มเดียวยังเอาไม่อยู่ต้องเข็ม 3

หากสอบถามใจประชาชนเชื่อว่าไม่มีใครไม่อยากให้ประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกครั้ง  แต่เพราะที่เป็นอยู่ตอนนี้ทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าในบ้านตัวเองยังไม่มีความพร้อม  การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ยังเป็นไปแบบกะปริบกะปรอย    ผู้นำประกาศจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้วันละ 5 แสนโดส  แต่เอาเข้าจริงได้แค่วันละ 1-2 แสนโดส เพราะวัคซีนไม่มาตามกำหนด  หรือยังไม่ได้ตามที่คาดหวังจนต้องเลื่อนวันนัด  ยิ่งไปกว่านั้นยังมีลูกเล่นยืดเวลาฉีดเข็มที่ 2 ของวัคซีนแอสตร้าเซนเนกา  จาก10สัปดาห์เป็น 12,14 จนถึง 16 สัปดาห์ โดยอ้างผลศึกษาจากต่างประเทศว่ายิ่งทิ้งช่วงนานยิ่งดี  แต่พอถูกแพทย์ด้วยกันทักท้วง ศบค.ก็กลับลำยอมลดเวลาเข็ม 2 เหลือ 12 สัปดาห์ ซึ่งสร้างความมึนงงสงสัยต่อประชาชนว่าเอายังไงกันแน่

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเกิดกรณีเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ที่ดื้อยา  ทำให้วัคซีนแต่ละค่ายมีผลในการสร้างภูมิคุ้มกันแตกต่างกัน  จนการฉีดวัคซีน 2 เข็มที่ตอนแรกเชื่อว่าครบโดสแล้วจะปลอดภัย  ติดเชื้อแล้วไม่ป่วยรุนแรงไม่เสียชีวิตนั้นไม่ใช่แล้ว  อาจจะต้องฉีดเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกก็เลยกลายเป็นความสับสนอลหม่านไปกันใหญ่

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผู้เคยแสดงความเห็นเรื่องขยายเวลาวัคซีนเข็มที่ 2 ตั้งแต่ 10 สัปดาห์เป็น 16 สัปดาห์กล่าวว่า  คาดว่าหลังจากนี้อีก 4-5 เดือนข้างหน้า ไวรัสสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) จะเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในไทย   ดังนั้นต้องเร่งการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ครอบคลุม

“จากการศึกษาในสกอตแลนด์ พบว่าวัคซีนแอสตร้าเซเนกา เดิมป้องกันได้ 90% ลดลงเหลือ 60% ถ้าฉีดแอสตราเซเนกา เข็ม 1 การป้องกันจะลดลงเหลือ 30% จึงต้องปรับแผนการฉีดแอสตราเซเนกาเข็ม 2 ให้เร็วขึ้น เพื่อกระตุ้นภูมิให้สูงขึ้น ส่วนวัคซีนเชื้อตายทั้งซิโนแวคและซิโนฟาร์ม แม้จะฉีดเข็ม 2 แล้วแต่ภูมิก็ยังต่ำ ต้องกระตุ้นเข็ม 3”

ข้อมูลด้านการแพทย์ในลักษณะเช่นนี้ก่อให้เกิดคำถามว่าในเมื่อประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศยังไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มที่ 1 ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าภายใน 120 วันรัฐบาลคงไม่สามารถจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่อสู้ไวรัสกลายพันธุ์ได้มากพอที่จะระดมฉีดให้ครอบคลุม 50 ล้านคนได้  แล้วรัฐบาลจะยังดันทุรังเปิดประเทศอันเป็นการสร้างความเสี่ยงหรือสร้างปัญหามากขึ้นหรือไม่

ปี 2563 รัฐบาลบอกให้ประชาชน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” สั่งล็อคดาวน์ประเทศช่วงหนึ่งเพื่อสกัดการแพร่ระบาดจนเศรษฐกิจพังพาบ  ประชาชนพร้อมใจกันให้ความร่วมมือเพราะคิดว่าเจ็บแล้วจบ  ทำให้สกัดการแพร่ระบาดได้ 2 ระลอก  แต่นักการเมืองในรัฐบาลเองที่อยากสร้างผลงานด้านการท่องเที่ยว  อยากกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์  กลายเป็นจุดไฟเผาบ้านตัวเองจนเกิดการแพร่ระบาดระลอก 3 ที่ยาวนานจากเมษายน 2564 จนถึงปัจจุบัน

พล.อ.ประยุทธ์อาจจะมองข้ามช็อตมีเจตนาจะตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย  แต่ก็ควรจะประเมินโอกาสแห่งความสำเร็จกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ว่าจะเสี่ยงต่อความล้มเหลวขนาดไหน  สิ่งสำคัญคือผลกระทบที่จะตามมาต่อประชาชนที่เจ็บแล้วไม่จบ  เจ็บแล้วเจ็บอีกจนวันนี้ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยสิ้นเนื้อประดาตัวจนนับหัวไม่ถ้วนแล้ว

7 ปีของพล.อ.ประยุทธ์มีมากมายหลายโครงสร้างที่ปั้นแล้วทิ้ง ปั้นแล้วหาย  หวังว่าโรดแมพ 120 วันเปิดประเทศที่ยังมีเวลาทบทวน  ท่านอาจจะยืดเวลาเป็น 160 วัน หรือ 200 วันแบบเดียวกับฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ก็คงไม่ถูกด่ามากมายนักเพราะประชาชนชาชินและดีต่อประเทศด้วย

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/2BzWx

Related post