Digiqole ad

“เดโชนุชิต นวลสกุล” จากนักแสดงสู่เส้นทางนักการการเมือง

 “เดโชนุชิต นวลสกุล” จากนักแสดงสู่เส้นทางนักการการเมือง
Social sharing
Digiqole ad

“คนเราเมื่อเดินทางมาถึงจุดๆนึงในชีวิตที่จะต้องเลือกระหว่าง อยู่อย่างมีความสุขกับตัวเองกับครอบครัว หรืออยากจะอยู่อย่างมีความสุขกับการได้ช่วยเหลือคนอื่นที่ลำบากกว่าเรา”

นี่คือคำกล่าวของ “คุณนุชิต-เดโชนุชิต นวลสกุล” ผู้สมัคร สส. กรุงเทพฯ เขต 19 มีนบุรี – สะพานสูง – ราษฎร์พัฒนา เบอร์ 8 คุณนุชิต เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด สำเร็จการศึกษาสูงสุด ปริญญาศิลปศาสตรบัญฑิต (ศศ.บ.) คณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครองมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประสบการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมาเคยเป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กว่า 30 ปี ที่คุณนุชิตทำงานด้านการเมืองมาโดยตลอด

“จริง ๆ แล้วผมเริ่มเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุ 16 ปี  โดยเป็นนายแบบ และนักแสดงอยู่ในสังกัดของค่ายกันตนาครับ แต่ในใจผมคิดมาตลอดว่าผมอยากจะทำเรื่องเกี่ยวกับการช่วยเหลือบ้านเมือง ช่วยเหลือชุมชน ช่วยเหลือชาวบ้าน ที่มีปัญหาเดือดร้อนในหลายๆ เรื่อง ก็เลยคิดว่าการทำการเมืองจะช่วยให้เสียงที่เราจะช่วยชาวบ้านได้มีประสิทธิภาพขึ้น ประมาณนี้”

คุณนุชิต กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาหลังจากที่ผมได้เดินทางไปพบปะชาวบ้าน ตามผู้ใหญ่ที่เป็นส.สเป็นรัฐมนตรี ช่วงนั้นประมาณอายุ 25-30  ผมก็เริ่มเข้าวงการการเมืองแล้ว ผมตามเจ้านายที่เขาเป็น สส. เป็นรัฐมนตรีเข้าไปตามพื้นที่ต่างๆเป็นชุมชน  ผมเห็นชาวบ้านจำนวนมากที่ยังมีชีวิตความลำบากทั้งค่าครองชีพ ทั้งการทำมาหากิน ที่ดินที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การค้าการขาย การศึกษา ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน  ชาวบ้านมีตรงนี้น้อยมาก ได้รับการจัดสรรที่ยังไม่เป็นธรรม ผมจึงมีความคิดว่าถ้ามีโอกาสผมอยากจะทำให้ชาวบ้านทุกคน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับความเป็นธรรมในสังคม ทุกวันที่มันมีปัญหา เพราะมันเกิดจากความไม่เป็นธรรม การจัดสรรสวัสดิการบางส่วน การจัดการทรัพยากรให้กับประชาชนอย่างไม่มีความเป็นธรรม มันเลยมีปัญหาขึ้น ผมเลยอยากจะเข้ามาแก้ไขตรงนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมครับ

โดยโครงการแรกที่ผมจะทำผมคิดอยู่อย่างหนึ่งว่านโยบายของรัฐ ควรจะจัดสรรให้ประชาชนอย่างเป็นธรรม ผมยกตัวอย่างเช่นน้ำประปา ผมมีความคิดว่าจริงๆ แล้วน้ำประปาควรจะเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับจากรัฐ โดยไม่ต้องเสียเงิน เพราะมันเป็นพื้นฐานที่รัฐควรจะจัดให้กับประชาชนทุกคนที่พึงได้รับ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมประชาชนถึงต้องจ่ายเงินค่าน้ำประปา ในเมื่อโรงน้ำประปาโรงงานก็เอาภาษีอากรกับประชาชนไปสร้าง เจ้าหน้าที่ที่บริหารงานทุกท่าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างฝ่ายวิศวกรก็ล้วนกินเงินเดือนจากภาษีอากร แต่ประชาชนก็ยังต้องจ่ายค่าน้ำประปาแบบแพงๆ ไม่มีคุณภาพ แถมเวลาจ่ายไม่ตรงเวลาแค่วันสองวัน หรือต้องไปจ่ายที่ทำการ หรือร้านสะดวกซื้อ ประชาชนที่ไม่สามารถจะโอนจ่ายได้ ก็โดนตัดน้ำ ก็จะต้องเสียค่าจ่ายเพิ่มอีก เลยคิดว่าตรงนี้มันเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับ

สำหรับนโยบายของพรรคภายในสี่ปีที่คุณนุชิตได้เข้าไปทำงานนั้น เขาเล่าว่า จะผลักดันสวัสดิการและการจัดสรรที่เป็นธรรมเรื่องนี้ ประชาชนทุกคนจะต้องได้รับ ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา ไม่ว่าจะเป็นไฟ ไม่ว่าจะเป็นแก๊สหุงต้ม  จะได้ครอบครัวนึงฟรี 300 บาทแรกไม่ต้องจ่าย เพื่อที่จะนำรายได้ไปจุนเจือครอบครัวในส่วนอื่นๆ ผมเชื่อว่าคนจนในประเทศเรามีประมาณ 80%  คนรวยมีแค่ 20% ถ้าตรงนี้ทำได้เนี่ยผมว่าจะ บรรเทาและเยียวยาค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้ และทำให้มีเวลาไปทำงานไปทำอย่างอื่นโดยไม่ต้องมากังวลว่าจะต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าอะไรต่างๆ คือเราช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ชาวบ้านได้ส่วนหนึ่ง ผมเชื่อว่าไม่มีบ้านไหนถ้าไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ใช่บ้านของคนที่มีฐานะมากๆ ใช้น้ำยังไงก็ไม่เกิน 300 บาท  บ้านหลังนึง 4-5 คน อยู่ที่ประมาณ 260 ถึง 300 บาท เราจำกัดวงเงินอยู่ที่ใช้ฟรี 300 บาทแรก

“เหตุผลที่ผมมาอยู่ พรรคเป็นธรรม เพราะว่าเป็นพรรคใหม่ สนับสนุนประชาธิปไตย และเน้นว่าเราไม่สนับสนุนเผด็จการ เพราะอยากให้ประชาธิปไตยของประชาชน เป็นประชาธิปไตยที่มองเห็นเป็นรูปธรรม”

คุณนุชิต กล่าวว่า ยังมีอีกโครงการหนึ่งที่ผมกำลังจะทำให้กับคนมีนบุรีและสะพานสูง อันนี้คือสามารถทำก่อน และทำได้แล้วก็ทำเลย หลังจากที่ประชาชนได้เลือกเราเข้าไปในสภาแล้วครับ เป็นโครงการอาสาสร้างสุขให้คนเมืองมีนกับสะพานสูง ตรงนี้เป็นนโยบายพรรคอยู่แล้วครับ อย่างที่ผมบอกไปเรื่องน้ำประปา ไฟฟ้า แก๊สหุงต้ม 300 บาทแรกฟรี ต่อครัวเรือนต่อเดือน ทำได้ทำก่อนเลย แล้วก็ปัญหาที่ผมเห็นพบเห็นในเขตมีนบุรี – สะพานสูง คือเรื่องเกี่ยวกับการจราจรครับ เนื่องจากในพื้นที่เรามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมีน้อยมาก พื้นที่ของเราเป็นเมืองชายขอบของกรุงเทพฯ ครับ เพราะฉะนั้นจำนวนเจ้าหน้าที่จราจรใน สน.ต่างๆ อาจจะมีไม่เพียงพอ แต่ในขณะที่เราเป็นเมืองอยู่อาศัยมีหมู่บ้านมากมาย หลายพันหมู่บ้าน คนจากมีนบุรีสะพานสูงเข้ากรุงเทพฯชั้นในเพื่อไปทำงานจำนวนหลายแสนคนในวันๆนึง ทำให้มันมีปัญหาเรื่องรถติด เนื่องจากปริมาณพาหนะที่มีมากมาย รถสาธารณะไม่เพียงพอ สิ่งที่ผมจะทำก็คือผมจะจัดหาให้คือ อาสาจราจรครับ (อส.จร.) เป็นอาสาผู้ช่วยเจ้าพนักงานจราจร ที่ได้รับการอบรมมาจากตำรวจจราจรกลางโดยตรงเลย โดยอาสาจะมาปฏิบัติงานทุกวัน ให้ทุกแยกที่มีปัญหารถติด และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกคนได้เดินทางไปทำงาน หรือกลับบ้านอย่างปลอดภัย เราไม่ต้องเสียเวลากับการที่จะต้องรีบออกเดินทางจากบ้านก่อน 2 ชั่วโมง เพื่อจะต้องเดินทางผ่านรถติด 2 ชั่วโมงบนถนน เราจะได้ใช้เวลาได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้นครับ แต่เราจะเริ่มสามารถมาปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้หลังจากที่เราได้รับการคัดเลือกจากประชาชนว่าให้เราเป็นผู้แทนแล้วนะครับ และเกี่ยวเนื่องกัน ทางผมก็จะมีเรื่องอาสาความปลอดภัยครับ เราเชื่อว่าจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ถ้าเรามีอาสาความปลอดภัยคอยตรวจตราดูแลตลอด โดยเฉพาะในช่วงเวลายามค่ำคืน โดยเราจะมีอาสาที่มีมอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์ เป็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันเล็กๆ ขี่ไปมาในพื้นที่มีนบุรี สะพานสูง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ คอยอำนวยความสะดวกและดูความปลอดภัยให้กับชุมชนตามป้ายรถเมล์ ตามชุมชนบ้านเรือนต่างๆ ตามสถานที่สำคัญ เราทำอย่างเป็นระบบ ตรวจสอบได้ ทุกคนมาช่วยด้วยจิตอาสา รวมไปถึงด้านอาสาสังคมนะครับ

 

“มีนบุรีเป็นเมืองค้าขาย มีนบุรีเป็นเมืองปลา ซึ่งจะล้อกับเมืองธัญบุรีซึ่งเป็นเมืองข้าวครับเพราะฉะนั้นเนี่ยอาชีพของคนมีนบุรีค้าขายมีเยอะมาก เราจะสนับสนุนคือใครที่มีประสบการณ์ในการค้าขายน้อย เราก็จะมีการฝึกอบรม พยายามหาสรรหาอาชีพหรือสิ่งของอะไรที่คิดว่ามันน่าจะขายออกไปจากมีนบุรีได้เป็น OTOP ของมีนบุรี เราก็จะสนับสนุนออกไปให้เขาเห็นนะครับ แล้วข้อสำคัญที่สุด ข้อสุดท้าย อาสาสาธารณสุขที่เรียกว่าหมอเดินเท้าครับ จะร่วมกับหมอ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล อาสาร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่ ที่เราได้ติดต่อประสานงานไว้ในการจัดทีมแพทย์ทีมพยาบาล ทีมผู้ช่วยพยาบาลครับ ทีมอาสา ลงพื้นที่ไปทำชุมชนต่างๆเพื่อไปเยี่ยมเยียนพบปะกับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วย เด็กเล็ก หรือคนไข้ที่ไม่มีกำลังทรัพย์ขาดปัจจัยที่จะเดินทางมาโรงพยาบาลได้ และถึงแม้จะมีบัตร 30 บาทแต่เรื่องระยะเวลาการเดินทาง พาหนะในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คนที่จะพาไป เป็นปัญหาใหญ่ของเขาทั้งนั้นนะครับ”

 

 

ผู้สมัคร สส. กรุงเทพฯ เขต 19 มีนบุรี – สะพานสูง – ราษฎร์พัฒนา เบอร์ 8 กล่าวว่า ในเบื้องต้นทีมอาสาของเราเข้าไปในชุมชน ทำการตรวจสุขภาพให้เบื้องต้น วัดไข้ วัดความดัน วัดไขมัน วัดออกซิเจนในเลือด ตรวจปอด ตรวจหัวใจ ตรวจการหายใจ หรืออื่นที่จะทำได้ในพื้นที่นั้นๆ เด็กเราก็จะดูแลว่ามีปัญหาอะไรทั้งเกี่ยวกับทางเดินหายใจไหม ช่วงนี้เรามีเรื่องอากาศไม่ดี PM2.5 ด้วยครับ เราต้องดูแลคนของเราก่อน คนเหล่านี้เขาไม่มีโอกาสที่จะออกมาโรงพยาบาลนะครับ บางคนป่วยก็ซื้อยาทานเองกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็คือป่วยหนักไปแล้วครับ และถ้าอาสาเราตรวจพบว่ารายไหนมีปัญหาใหญ่ อาการหนักมาก เราก็จะประสานงานกับรถของ “อาสามีนบุรี-สะพานสูง ต้องดีกว่าเดิม” ของเราในพื้นที่ เพื่อจะนำส่งโรงพยาบาลที่เป็นพันธมิตรของเราในการนำไปตรวจและรักษา โดยเราจะให้บริการทั้งรับและส่งกลับ ถึงที่โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นเลยครับ อันนี้คือเป็นโครงการอาสาให้คนเมืองมีนและสะพานสูงครับ

“ท้ายที่สุดนี้ผมฝากไว้ด้วยนะครับ เดโชนุชิต นวลสกุล (นุชิต) ผู้สมัคร สส. กทมเขต 19 มีนบุรี-สะพานสูง-ราษฎร์พัฒนา เอาไว้ในใจด้วยนะครับเปลี่ยนเอาคนใหม่เข้าไปทำงานให้ชาวมีนบุรี-สะพานสูง-ราษฎร์พัฒนา เข้าคูหากาเบอร์ 8 ครับ เดโชนุชิต นวลสกุล (นุชิต) และเลือกพรรคเป็นธรรม กาเบอร์ 3 นะครับ เราชาวกทม.เขต 19 มีนบุรี-สะพานสูง-ราษฎร์พัฒนา จะได้มีชีวิต และความเป็นอยู่ ความปลอดภัยที่ดีและสะดวกสบายยิ่งขึ้นครับ ไว้ใจใน “อาสามีนบุรี-สะพานสูง ต้องดีกว่าเดิม” กาเบอร์ 8 ขอบคุณมากครับ”

 

 

 

Facebook Comments

Related post