Digiqole ad

“อ้วน รีเทิร์น” กับ “รีเทิร์นนุสสติ” เคล็ดลับการใช้ชีวิตในยุคโควิด-19

 “อ้วน รีเทิร์น” กับ “รีเทิร์นนุสสติ” เคล็ดลับการใช้ชีวิตในยุคโควิด-19
Advertisement

นับว่าเป็นบุคคลที่มีวินัยในการทำงานซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญและเป็นแบบอย่างที่ดีของคนบันเทิง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ “อ้วน รีเทิร์น”

Advertisement
(อนันต์ เสมาทอง) หรือ “แม่อ้วน” ของบรรดาลูกสาวชาวนะยะทั้งหลาย มีงานมา โดยเฉพาะงานละคร ภาพยนตร์ และพิธีกร มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งความสามารถเป็นที่ยอมรับของผู้คนในวงการบันเทิง ซึ่งจะว่าไปแล้วเขาได้ก้าวเข้าสู่วงการนี้มาตั้งแต่วัยเด็กเสียด้วยซ้ำ

ในวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่เช่นนี้ “อ้วน รีเทิร์น” ได้พูดถึงการใช้ชีวิตของตัวเอง โดยเขาเล่าว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้ งานเหลือแค่พิธีกรประจำรายการทีวี 4 รายการเท่านั้น ส่วนงานละครและหนังหยุดกองหมดปฏิบัติตามมาตรการการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 งานทั่วไปก็ไม่ได้รับ แต่อย่างไรก็ต้องทำงานเกือบทุกวัน หยุดแค่วันเสาร์เท่านั้น

“การออกไปทำรายการทีวีทั้งเราทั้งทางรายการก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ SWAB จมูก ทำจนจมูกบานไปหมดล่ะ (หัวเราะ) การใส่หน้ากากอนามัยคุณภาพดีซึ่งขณะนี้ต้องใส่ถึง 2 ชั้น เฟสชิลด์ก็ติดตัวไว้เสมอ มีการรักษาระยะห่างกับเพื่อนร่วมงาน ในขณะทำงานมีฉากใสกั้น หลังเลิกงานก็กลับบ้านใครบ้านมัน อีกทั้งยังพกเจลแอลกอฮอล์ และสเปรย์แอลกอฮอล์ ไว้ทำความสะอาดมือและฉีดพ่นต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้ไปฉีดวัคซีนเข็มมาครบทั้ง 2 เข็มแล้ว”

แม่อ้วน กล่าวด้วยว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านจะถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ออกแยกไว้ต่างหาก ฉีดพ่นฆ่าเชื้อที่รถยนต์ จากนั้นจะรีบสระผมและอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอล แยกตัวอยู่กับคนในบ้าน เราอยู่ชั้นบนคนเดียว ส่วนคนอื่นอยู่ชั้นล่าง เวลาทานข้าวก็ทานใครทานมัน ซึ่งเรื่องข้าวปลาอาหารนั้นจะออกไปซื้อวัตถุดิบมากักตุนไว้ หากเป็นของสดก็นำใส่ไว้ในตู้เย็น กะไว้ทำกินเองให้ได้ประมาณ 7-10 วัน แล้วค่อยออกไปซื้อหาใหม่ เน้นทำอาหารเองล้วนๆ ถูกปาก สะอาด และปลอดภัย อีกทั้งยังเน้นการดูแลสุขภาพ เช่น การเลือกทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ การควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากจนอ้วน เพราะจะนำโรคภัยต่าง ๆ มาสู่ร่างกายของเรา ตอนนี้น้ำหนักลดไป 10 กิโลฯ ที่สำคัญเราต้องบริหารเรื่องค่าใช้จ่าย จะประหยัด เงินทองหายากมากขึ้นทุกวัน

“ระหว่างที่อยู่บ้านก็หาอะไรทำไปจะได้ไม่เหงา ดูหนังฟังเพลงจากแอพต่าง ๆ อีกทั้งไลฟ์สดที่ทำมาตั้งแต่ก่อนโควิด-19 จะระบาด ขายของออนไลน์บ้าง คุยสัพเพเหระไปบ้าง เช่น สอนทำอาหาร แนะนำการใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ  เพลิน ๆ ไป พยายามไม่เครียด เวลานอนจะทิ้งปัญหาหรือความไม่สบายใจทุกอย่างไว้นอกห้องนอน ไม่เก็บมาคิด เราจะได้หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข พรุ่งนี้เช้าค่อยมาลุยกันต่อ”

แม่อ้วน กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ในขณะนี้ด้วยว่า จาการติดตามข่าวสารทุกวันมันน่ากลัวและรุนแรงมากเลยนะโรคนี้ แล้วเวลาที่เราเสพสื่อในเรื่องนี้จะเลือกนะ เช่น หมอหรือนักวิชาการหรือหน่วยงานภาครัฐออกมาพูด เดี๋ยวนี้เฟคนิวส์หรือข่าวปลอมเยอะมาก ๆ เราต้องพิจารณาดูให้ดี บางครั้งถ้าเป็นเรื่องของกินหรือยา เชื่อไปแบบผิด ๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ อย่างที่เป็นข่าวให้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง เข้าใจนะว่าขณะนี้ไม่ว่าจะยากดีมีจนล้วนแต่มีความเดือดร้อนถูกผลกระทบกันไปหมด สู้ไม่รู้จะสู้อย่างไร บางคนสู้กันจนตาย น่าสงสารมาก ๆ

“สำหรับตนเองแล้วจะยึด ‘สติ’ เราต้องมีสติ สติเป็นสิ่งที่สำคัญกับคนเรามาก หากเราไม่มีสติจะทำให้เกิดความฟุ้งซ่าน เช่น คิดไปเองว่า ในขณะนี้เรามีความทุกข์อยู่คนเดียว แต่ถ้าหากเรามีสติยั้งคิดก็จะรู้ว่า ณ ขณะนี้เรามีเพื่อนร่วมทุกข์กับสถานการณ์โควิด-19 มากมายทั่วโลก  ท่าน ว.วชิรเมธี ได้ให้ข้อคิดไว้ว่า…สติทําให้เรารู้จักคิด รู้จักยับยั้งชั่งใจ ทําให้เรามองหาหนทางที่ถูกต้องสําหรับชีวิต และทําให้เราหาหนทางออกจากวิกฤตได้ทุกครั้ง…” 

แม่อ้วนกล่าวถึงหลักธรรมอีกอย่างหนึ่งคือ  ‘ขันติ’ หมายถึงความอดทน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า ‘ยกเว้นปัญญาแล้ว เราสรรเสริญว่าขันติเป็นคุณธรรมอย่างยิ่ง’ เราต้องอดทนต่อความยากลำบาก ทุกชีวิตย่อมหนีไม่พ้นการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เราต้องอดทนต่อการตรากตรำในการทำงาน เพราะทุกคนดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเพราะการทำงานด้วยความขยัน อย่างตัวเองเคยผ่านความยากลำบากอย่างแสนสาหัส ต้องช่วยเหลือตัวเองมาตลอดกว่าจะมายืนถึงตรงจุดนี้ได้ เคยทำเรื่องราวเล่านี้มาถ่ายทอดลงพ็อกเกตบุ๊กเรื่อง ‘จะทึบกี่ทิศ พิชิตหมด‘ และอีกหนึ่งความอดทนคือ อดทนต่อความเจ็บใจหรือความโกรธ เนื่องจากในโลกนี้ไม่ได้มีเราอยู่เพียงลำพังเท่านั้น มีผู้คนแวดล้อมตัวเรามากมาย ซึ่งเลี่ยงไม่ได้กับคนที่ทำให้เราโกรธเคือง ขุ่นข้องหมองใจ ทำให้เราขาดสติหลงทำอะไรผิด ๆ ออกไป

“โดยทั้งสติและขันติ หากเราย้อนกลับหรือรีเทิร์นมาพิจารณาให้ดีแล้ว จะกลายเป็นอาวุธอันทรงอานุภาพในการต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ที่เข้ามาทดสอบชีวิตของเราเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้เรามีความเข้มแข็ง มีพลังสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพวิถีแห่งธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ สังคม ตลอดจนเป็นพื้นฐานทำให้เราพัฒนาขีดความสามารถไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดในชีวิตของเราได้ด้วย ที่ผ่านมาเราได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนและบุคลากรทางการแพทย์หลายครั้ง เช่น ส่งมอบอาหารและมอบเงิน ไม่เก็บค่าเช่าอะพาร์ตเมนต์  ก็ขอส่งผ่านกำลังใจไปให้ทุกคนได้มีพลังใจ มีสติ มีขันติ ที่จะเดินหน้าฝ่าวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ให้ได้ แล้ว ‘อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา’ นะคะ” แม่อ้วน รีเทิร์น กล่าวในท้ายที่สุด

 

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/iGCkl

Related post