Digiqole ad

“อาหนิง นิรุตต์-อาหมู สมภพ” โดนใจบทบาทที่รับ ย้ำ!!! “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ความสนุกที่ให้แง่คิดคนดู

 “อาหนิง นิรุตต์-อาหมู สมภพ” โดนใจบทบาทที่รับ  ย้ำ!!! “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ความสนุกที่ให้แง่คิดคนดู
Social sharing
Digiqole ad

ออกสตาร์ทไม่กี่ตอน ความสนุก เนื้อหาเข้มข้นชวนติดตามจัดเต็ม สำหรับละครเรื่อง “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ผลิตโดย ไทยพีบีเอส (ThaiPBS) ร่วมกับ บริษัท สตาร์ฟีนิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บทประพันธ์/บทโทรทัศน์โดย สมเกียรติ์ วิทุรานิช และกำกับโดยผู้กำกับฝีมือดี จีรภา ระวังการณ์ ซึ่งได้เสียงตอบรับจากแฟนผู้ชมเป็นอย่างดี เพราะเนื้อหาที่สะท้อนถึงเรื่องราวในครอบครัว รวมถึงได้นักแสดงคุณภาพ ทั้งนักแสดงรุ่นใหญ่ และนักแสดงรุ่นใหม่ มาปะทะฝีมือด้านการแสดงกันในละครเรื่องนี้ด้วย

สองนักแสดงชั้นครูอย่าง อาหนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา กับบท “อารักษ์” และ อาหมู-สมภพ เบญจาทิกุล กับบท “บริพัตร” ที่ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่วัยเรียน จนกระทั่งเรียนจบและแยกย้ายกันไป กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ล่วงเลยไปกว่า 40 ปีแล้ว แต่ความเป็นเพื่อนก็ยังไม่จางหาย และผุดขึ้นอีกครั้ง!!!

โดย อาหนิง เผยถึงคาแรกเตอร์ “อารักษ์” พร้อมอยากให้ทุกวัยได้ดู “รถรางเที่ยวสุดท้าย” เป็นเรื่องความทรงจำกับเรื่องราวของคนสองวัย

“อารักษ์ เป็นผู้ชายมีอายุคนหนึ่ง แล้วก็มีครอบครัว มีร้านอาหาร และมีเรื่องในอดีตที่มันเกิดเมื่อ 40 ปีก่อน มีลูกชายที่ไม่ค่อยเอาไหน เหมือนพ่อกับลูกที่ไม่ค่อยลงรอยกัน ซึ่งมันก็จะเป็นคติธรรมที่สอนว่ามนุษย์เราเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับใคร บางทีก็มักจะมองไม่เห็นความดีของเขา แม้แต่ลูกที่ดูแลเรา คนใกล้ชิดเรา หรือแม้แต่พ่อกับแม่ ซึ่งเรื่องนี้เหมือนจะสอนว่าวันหนึ่ง เราจะนึกได้ว่าสิ่งที่เราทำลงไปมันถูกหรือไม่

ละครเรื่องนี้มีหลายมุมมอง ที่ต้องติดตามชม ด้วยเรื่องวัฒนธรรมของอาหารไทย วัฒนธรรมของความเป็นเพื่อน ซึ่งห่างกันไปแล้วก็ยังดูแลกันอยู่ แล้วเราก็ไปเจอเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ที่เขาสนใจในสิ่งที่เรามีอยู่ แต่ลูกเราที่เขาอยู่กับเรา เขากลับไม่สนใจสิ่งที่เรามี นั่นเป็นการสะท้อนสังคมในยุคปัจจุบัน ที่บางคนหนีห่างจากสังคมที่เรามีร่วมกัน แต่คนข้างนอกที่เขาไม่มี เขากลับอยากที่จะเข้ามาอยู่ร่วมกับสิ่งที่เรามี นั่นคือความแตกต่างของสังคมในปัจจุบัน สมัยก่อนลูกก็จะทำตามสิ่งที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายพาทำ แต่เดี๋ยวนี้จะฉีกออกไปแล้วไปทำอย่างอื่น เนื่องจากยุคของสังคมใหม่และโซเชียลใหม่ ที่มีแต่คนที่ตามกัน อยากจะเป็นกระแสแล้วก็ทำตาม ซึ่งตัวเองอาจจะมีพรสวรรค์อะไรที่ดีกว่า แต่ไม่ถูกนำเอามาใช้ ไม่เคยถูกคิด ไม่เคยถูกนำมาใช้ มันก็จะหายไป อยากบอกว่าเป็นละครที่ดี ที่ผมอยากจะฝากละครเรื่องนี้ให้ติดตามกันด้วยครับ”

ด้าน อาหมู พูดถึงคาแรกเตอร์ “บริพัตร” พร้อมย้ำชัดว่า “รถรางเที่ยวสุดท้าย” เป็นละครสร้างสรรค์สังคมที่ทุกครอบครัวควรดู!!!

“บริพัตร เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มองคนอื่นในแง่ดี แล้วเข้าใจวิธีการคิดของคนรุ่นใหม่ จริงๆ ผมกับตัวละคร บริพัตร เหมือนชีวิตจริงของผม คล้ายกันตรงที่ว่าเป็นคนที่ไม่ยึดติดกับอะไรมากมาย มองโลกในแง่ดี มองคนอื่นในแง่ดี ก็ตามอายุของชีวิตจริงนะ

สิ่งที่คนดูจะได้จากละครเรื่องนี้ ถ้าดูตามแล้วคิด นอกจากความบันเทิงแล้ว จะได้ข้อคิดที่เรียกว่า ชีวิตแต่ละคน อย่าเอาแต่ความตั้งใจของตัวเองมาเป็นที่ตั้งเหมือนกับ อารักษ์ (หนิง นิรุตต์) ที่เขาเอาความตั้งใจของตัวเอง เอาประสบการณ์ของตัวเอง จนไม่ไว้ใจใคร ไม่ยอมใคร จริงๆ ต้องให้เขาเรียนรู้และแก้ปัญหาเอง เมื่อเขาแก้ไม่ได้ เราถึงจะเข้าไปช่วย

ละครเรื่องนี้จะสะท้อนให้เห็นว่าคนยุคใหม่กับยุคเก่าสามารถจะเข้ากันได้ อย่าง บริพัตร คุยกับ ภราดร (ปอนด์-พลวิชญ์) ที่เราคุยกันได้ ก็เพราะว่าเรายอมรับฟังเขา แล้วในเรื่องนี้สอนหมดเลย ถ้าเราไม่รับฟังเขาก็เหมือนอยู่กันคนละโลก ละครเรื่องนี้ให้ข้อคิดและคติดีมาก เป็นเรื่องของชีวิตจริงของคนปัจจุบัน ถึงจะเป็นคนละรุ่น แต่ถ้าเราต่างรับฟังกันเข้าใจกัน อาจจะผิดจะถูกแต่รับฟังกัน มันถึงจะไปด้วยกันได้ แต่ถ้าพูดแล้วเขาไม่รับฟัง ออกคำสั่งอย่างเดียว มันก็ไปกันไม่ได้ครับ”

ติดตามรับชมละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และยังสามารถติดตามชมอีกครั้งได้ที่ www.VIPA.me พร้อมทั้งสามารถติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X (Twitter), LINE, TikTok, Instagram ▪ Website : www.thaipbs.or.th▪ Application : Thai PBS

Facebook Comments

Related post