Digiqole ad

อัลสตอมเข้าซื้อกิจการบอมบาร์ดิเอร์สำเร็จ

 อัลสตอมเข้าซื้อกิจการบอมบาร์ดิเอร์สำเร็จ

อัลสตอมประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการบอมบาร์ดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่น โดยการใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์ Alstom in Motion ที่ชัดเจนและปัจจัยพื้นฐานในการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และวิถีทางการเงิน ทำให้อัลสตอมซึ่งได้เสริมกำลังด้วยบอมบาร์ดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่นนั้น จะเพิ่มความเป็นผู้นำในตลาดการขนส่งอย่างยั่งยืนที่กำลังเติบโต ด้วยการขยายขนาดในทุกภูมิภาคและผสานรวมโซลูชันและสินทรัพย์เพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก

เมื่อรวมกันแล้วกลุ่มธุรกิจมีรายได้รวมประมาณการณ์ล่วงหน้าอยู่ที่ประมาณ 15.7 พันล้านยูโร  และยอดรายได้ที่รอรับรู้อยู่รวม 71.1 พันล้านยูโร มีพนักงาน 75,000 คนทั่วโลกใน 70 ประเทศ มีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาที่เหนือชั้น รวมถึงผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบ

วันนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับอัลสตอมและภาคการขนส่งทั่วโลก ด้วยการก่อตั้งของผู้นำระดับโลกคนใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่การขนส่งอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน โลกต้องมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างลึกซึ้งมากกว่าที่เคย เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของการขยายตัวของเมือง โอกาสที่เท่าเทียมกันในการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  การขนส่งซึ่งมีความสำคัญต่อชีวิตการทำงานและชีวิตสังคมแต่กลับส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น เป็นใจกลางสำคัญของการเปลี่ยนแปลงของโลกในครั้งนี้ ร่วมกันกับพนักงาน

Advertisement
75,000 คนของอัลสตอมในวันนี้ ความรับผิดชอบของเรา คือการเปลี่ยนชุดทรัพย์สินเฉพาะของเราที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมครั้งนี้ให้เป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญครั้งนี้ ความรับผิดชอบของเราคือการนำนวัตกรรมที่จำเป็นสำหรับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ และเพื่อให้ทุกชุมชนทั่วโลกสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพเดียวกัน ในขณะที่พวกเขาเดินทางไปพบคนที่เขารักหรือไปทำงานแต่ก็ยังดูแลโลกของเราไปด้วยพร้อมกัน” คุณอองรี พูพาร์ท-ลาฟาร์จ ประธานและ CEO ของอัลสตอมกล่าว

ผู้นำระดับโลกรายใหม่ในด้านการขนส่งอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน

 กลุ่มธุรกิจที่ให้บริการในตลาดที่กำลังเติบโต

ตลาดการขนส่งระบบรางได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตขั้นพื้นฐาน เช่น การขยายตัวของเมืองที่เร็วขึ้น กลยุทธ์การลงทุนสาธารณะ และการผลักดันทั่วโลกให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการขนส่งเพื่อเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แม้จะมีการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ แต่การประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อเร็ว ๆ นี้ยืนยันอย่างชัดเจนถึงการพัฒนาการขนส่งที่ยั่งยืนและเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟเนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญในระยะยาว ตลาดการผลิตระบบรางคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 2.3% ภายในปี 2568

การเข้าถึงพื้นที่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นที่เกิดจากความส่งเสริมกันของทั้งสองกลุ่ม

กลุ่มบริษัทจะมีการเข้าถึงเชิงพาณิชย์ที่ไม่มีใครเทียบได้ในทุกพื้นที่ภูมิภาคด้วยการส่งเสริมกันของทั้งสองบริษัท ในขณะที่อัลสตอมกรุ๊ปมีฐานลูกค้าที่มั่นคงอยู่แล้วในฝรั่งเศส อิตาลี สเปน อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกาเหนือ และบราซิล ส่วนบอมบาร์ดิเอร์จะนำพาลูกค้าที่แข็งแกร่งในตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี นอร์ดิก จีน และอเมริกาเหนือ ซึ่งทำให้ขณะนี้ กลุ่มบริษัทจะมีขีดความสามารถที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในยุโรปและอเมริกาเหนือ คิดเป็นประมาณ 75% ของตลาดที่เข้าถึงได้ของ OEM

ตามที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ สำนักงานใหญ่ของอัลสตอมในอเมริกาจะตั้งอยู่ที่เมืองมอนทรีออล รัฐควิเบก ซึ่งเป็นผู้นำการดำเนินงานทั้งหมดในภูมิภาคนี้ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการออกแบบและวิศวกรรม ที่จะสร้างจากจุดแข็งของควิเบกในด้านนวัตกรรมและการขนส่งอย่างยั่งยืน

อีกทั้งอัลสตอมจะใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้ด้านการขนส่งทั่วโลกเพื่อนำเสนอโซลูชันการขนส่งที่ตรงตามวัตถุประสงค์และดีที่สุด

 กลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นระบบรางที่สมบูรณ์ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้สายผลิตภัณฑ์

กลุ่มบริษัทจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นสำหรับผู้ให้บริการระบบขนส่งและผู้ให้บริการเครือข่ายตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางรถไฟทั้งหมด ด้วยการรวมตัวของบอมบาร์ดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่น จะทำให้อัลสตอมมีพอร์ตการลงทุนทางรถไฟที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในรถไฟระบบไฟฟ้านั้นพอร์ตของบริษัทมีตั้งแต่รถไฟฟ้ารางเบาไปจนถึงรถไฟความเร็วสูง รวมถึงผลิตภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ใหม่ ๆ เช่น ระบบขนส่งผู้โดยสารและรถไฟรางเดี่ยว กลุ่มบริษัทจะสามารถให้บริการลูกค้าในพื้นที่บริการด้วยเครือข่ายที่กว้างขวางขึ้นของสถานที่บำรุงรักษา และความสามารถในการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ที่มากขึ้น ด้วยจำนวนยานพาหนะ 150,000 คัน อัลสตอมจะมีฐานการติดตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่เหมือนใครเพื่อขยายความเป็นผู้นำในด้านบริการต่อไป สายผลิตภัณฑ์ระบบอาณัติสัญญาณของกลุ่มบริษัทสามารถทำรายได้เป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้นั้นอยู่ที่อันดับ 2 ของโลก ทำให้ได้มาซึ่งความสามารถทางเทคโนโลยีและขีดความสามารถทางการค้าในตลาดที่สำคัญเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นการส่งผลดีต่ออัลสตอม

การเข้าถึงเพื่อให้บริการลูกค้าทั่วโลก

กลุ่มบริษัทจะสามารถเข้าถึงตลาดที่เติบโตเต็มที่ เช่น ยุโรปตะวันตก อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และตลาดที่กำลังเติบโต ซึ่งรวมไปถึงยุโรปตะวันออก เม็กซิโก และอินเดีย โดยบอมบาร์ดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่นมีศูนย์กลางความเชี่ยวชาญด้านหัวรถจักรและตู้รถไฟในเยอรมนี รถไฟฟ้ารางเดี่ยวและระบบขนส่งผู้โดยสารในแคนาดา รถไฟชานเมืองและภูมิภาคในฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ระบบขับเคลื่อนในสวีเดน รวมไปถึงศูนย์วิศวกรรมในประเทศที่มีต้นทุนดีที่สุดนั่นคือประเทศไทย นอกจากนี้ยังนำมาซึ่งกิจการร่วมค้าที่มีชื่อเสียงเจ็ดแห่งในจีนอีกด้วย จากการเพิ่มเติมความสามารถเชิงกลยุทธ์เหล่านี้เข้าไปในพอร์ตที่หลากหลายอยู่แล้วของอัลสตอม จึงทำให้กลุ่มบริษัทที่ขยายใหญ่ขึ้นนี้สามารถเข้าถึงความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น

ความสามารถในการวิจัยและพัฒนาที่เหนือชั้นเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ชาญฉลาด

อัลสตอมเป็นผู้บุกเบิกด้านการขนส่งอยู่ก่อนแล้วด้วยนวัตกรรมชั้นนำ เช่น รถไฟไฮโดรเจนที่เพิ่งมีเมื่อไม่นานมานี้ การเดินรถไฟอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้าประหยัดพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น ประกอบกับจำนวนผู้มีความสามารถด้านวิศวกรรมและการวิจัยและพัฒนากว่า 17,500 คนจากทั้งสองกลุ่ม ทำให้เกิดการรวมกันของสติปัญญาอันยาวนานของกว่า 10,000 สิทธิบัตรและการผสมผสานเทคโนโลยีเพิ่มเติมที่สำคัญจากบอมบาร์ดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่น ตัวอย่างเช่น ในการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ระบบอาณัติสัญญาณ และระบบดิจิทัล กลุ่มบริษัทจะสามารถพัฒนาโซลูชันด้วยความเร็วที่มากขึ้นและในระดับที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้การขนส่งแห่งวันพรุ่งนี้กลายเป็นจริง อัลสตอมกำลังพุ่งทะยานไปสู่เป้าหมาย: การเป็นผู้เล่นนวัตกรรมระดับโลกเพื่อการขนส่งที่ยั่งยืนและชาญฉลาด

การสร้างมูลค่าระยะยาวสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด

ลูกค้าและผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์จากความใกล้ของพนักงานและสาขาในพื้นที่ของอัลสตอม ขีดความสามารถด้านนวัตกรรมที่ไม่มีใครเทียบ กลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชันระบบรางที่ครอบคลุม และความมุ่งมั่นในการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพ

พนักงานของบอมบาร์ดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่นได้เข้าร่วมกลุ่มอัลสตอมตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2564 พนักงานใหม่เหล่านี้จะเสริมสร้างโปรไฟล์การดำเนินงานของอัลสตอมในทุกระดับ และสร้างทีมอัลสตอมเพียงหนึ่งเดียวที่คล่องตัว ครอบคลุม และมีความรับผิดชอบ ด้วยกันกับพนักงานอัลสตอมเดิม

จากการที่ระบบรางเป็นวิธีการขนส่งแบบใช้เครื่องยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำที่สุด กลุ่มบริษัทจึงยิ่งให้ความสำคัญกับเป้าหมายในการลดคาร์บอนในการขนส่งมากกว่าที่เคย อัลสตอมยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกในชุมชนที่ดำเนินการอยู่ เพื่อให้พนักงานมีสภาพแวดล้อมและประสบการณ์การทำงานที่ดีที่สุด และอยู่ในมาตรฐานสูงสุดในแง่ของการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ

อัลสตอมได้ยืนยันวัตถุประสงค์ในการลดต้นทุน 400 ล้านยูโรตามอัตราการดำเนินการต่อปีภายในปีที่สี่ถึงปีที่ห้า และเพื่อฟื้นฟูอัตรากำไรของบอมบาร์ดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่นให้อยู่ในระดับมาตรฐาน ธุรกรรมดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นกว่าสองหลักจากปีที่ 2 หลังการปิดบัญชี และสามารถรักษาโปรไฟล์เครดิตที่แข็งแกร่งของอัลสตอมที่เรทติ้ง Baa2 ไว้ได้

 

การถือหุ้นและการกำกับดูแล: ผู้ถือหุ้นหลักรายใหม่ที่มีแนวทางการลงทุนระยะยาว

CDPQ (Caisse de dépôt et placement du Québec) ปัจจุบันกลายเป็นผู้ถือหุ้นหลักของอัลสตอม ซึ่งถือหุ้นอยู่ถึง 17.5% ของทุนจดทะเบียนของอัลสตอม โดย CDPQ มุ่งมั่นในแนวทางของผู้ถือหุ้นระยะยาวโดยมีประวัติที่แข็งแกร่งในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินด้านการขนส่ง

ส่วน Bouygues ปัจจุบันถือหุ้นประมาณ 6% ของทุนจดทะเบียนของอัลสตอม

ตามมติที่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของอัลสตอมซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 คุณคิม โธมัสซิน ตัวแทนของ CDPQ และคุณเซิร์จ โกดิน ทั้งสองท่านได้เข้าร่วมในคณะกรรมการบริหารของอัลสตอมในปัจจุบัน และคุณเบอนัวต์ เรลลาร์ดได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริหารของอัลสตอมให้เป็นผู้สังเกตการณ์ (censeur) ตามข้อเสนอของ CDPQ

ราคาและการจัดหาเงินทุน

ราคาอ้างอิงถูกกำหนดไว้ที่ 5.5 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดของช่วงราคา 5.5 พันล้านยูโร ถึง 5.9 พันล้านยูโร ซึ่งถูกประกาศเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 รายได้จากการซื้อกิจการนั้นกำหนดไว้ที่ 4.4 พันล้านยูโรซึ่งได้รวมถึงผลกระทบจากกลไกการปรับเงินสดขั้นต่ำตามสถานะเงินสดสุทธิติดลบของบอมบาร์ดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 รวมถึงค่าตัวแปรตามเงื่อนไขอื่น ๆ อีกจำนวน 1.1 พันล้านยูโร

การจัดหาเงินทุน ของการซื้อกิจการครั้งนี้นั้น ทำโดยออกหุ้นเพิ่มทุนประมาณ 2 พันล้านยูโรที่เสร็จสิ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2563 และส่วนหนึ่งของการออกหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิจำนวน 750 ล้านยูโรแล้วเสร็จในวันที่ 11 มกราคม 2564 และจากเงินทุนสำรองไว้เพื่อประโยชน์ของบริษัทในเครือ CDPQ และบอมบาร์ดิเอร์ในจำนวนเงินรวม 2.6 พันล้านยูโรและ 500 ล้านยูโรตามลำดับ เสร็จสิ้นในวันนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปิดบัญชีธุรกรรม

ก้าวต่อไป

อัลสตอมจะติดตามและสรุปยอดขายสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัทให้เป็นไปตามภาระผูกพันที่อธิบายไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมาธิการยุโรปในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ซึ่งการขายจะสอดคล้องกับกระบวนการทางสังคมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและการปรึกษาหารือกับหน่วยงานตัวแทนพนักงาน

อัลสตอมจะจัดงาน Capital Markets Day ในช่วงฤดูร้อน

รายได้รวมประมาณการณ์ล่วงหน้าที่ยังไม่ได้ตรวจสอบสำหรับงวด 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563

2 คำนวณโดยการเพิ่มยอดรายได้ที่รอรับรู้ของอัลสตอม ณ เดือนมิถุนายน 2563 (41.2 พันล้านยูโร) และยอดรายได้ที่รอรับรู้ของบอมบาร์ดิเอร์ ทรานปอร์เทชั่น ณ เดือนมิถุนายน 2563 (33.7 พันล้านดอลลาร์แปลงที่อัตรา 1.1284 EUR/USD) ตัวเลขยอดรายได้ที่รอรับรู้ของบอมบาร์ดิเอร์ ทรานปอร์เทชั่นยังไม่ได้รับการตรวจสอบในด้านความสอดคล้องของวิธีการคำนวณกับอัลสตอ

  CAGR ระหว่างปี 2560-2562 และ 2566-2568 สำหรับตลาด OEM – UNIFE Market Study 2020, central scenario (V-shape)

รายได้จากการดำเนินงานระบบอาณัติสัญญาณอ้างอิงจากข้อมูลในปีงบประมาณล่าสุดที่เปิดเผยต่อสาธารณะของคู่แข่ง (พันล้านยูโร) ตัวเลขทั้งหมดมาจากบริษัทคู่แข่ง (ผู้เล่น #1 และผู้เล่น #4) ประกอบกับการประมาณภายในของอัลสตอม ไม่รวมคู่แข่งที่เน้นตลาดในประเทศจีนเป็นหลัก

หลังปิดการซื้อกิจการ

หลังจากการลดต้นทุนและต้นทุนการดำเนินการ และก่อนการตัดจำหน่าย PPA

รายได้ทางการเงินจะนำไปใช้ในการจ่ายชำระหนี้สินสุทธิ/สถานะเงินสดของบอมบาร์ดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่น

บริษัทในเครือของ CDPQ คือ CDP Investissements Inc. จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน 64,680,147 หุ้นและ บริษัทในเครือ Bombardier Inc Bombardier UK Holding Limited ได้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน 11,504,149 หุ้นตามลำดับ ในราคาจองซื้อที่ปรับแล้วประมาณ 40.67 ยูโรและประมาณ 43.46 ยูโร การปรับปรุงผลจากการเสร็จสิ้นของการออกหุ้นเพิ่มทุนในวันที่ 7 ธันวาคม 2564

อัลสตอมจะยึดตามข้อกำหนดด้านการขายสินทรัพย์และข้อผูกพันด้านพฤติกรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอนุมัติการเข้าซื้อกิจการของคณะกรรมาธิการยุโรป รายละเอียดเกี่ยวกับข้อผูกพันด้านพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานบางอย่างและระบบการจัดการการควบคุมรถไฟ รวมถึงรายละเอียดการติดต่อที่เกี่ยวข้องมีอยู่ที่ https://www.alstom.com/obu-commitments

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/EhDBt

Related post