Digiqole ad

อะแมส มี ชี้เป้าไอเดียของขวัญปีใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

 อะแมส มี ชี้เป้าไอเดียของขวัญปีใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
Social sharing
Digiqole ad

เอาใจคนรักแฟชั่นสายมูกับคอลเลกชั่น KAPALIKKO Lucky Set

Amass me (อะแมส มี) ผู้นำเข้าสินค้าแฟชั่น มัลติ ลักซ์ชัวรี แบรนด์ เจ้าแรกในไทย เดินหน้าปลุกกระแสจับจ่ายสิ้นปี 2566 ส่งคอลเลคชั่นใหม่ KAPALIKKO Lucky Set นำเสนอไอเดียของขวัญปีใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร จับความเชื่อกับแฟชั่นสายมู ส่งมอบเป็นของขวัญ บนคอนเซ็ปต์ Your Fortune Begins Here

นางสาวยุฤดี ธนะกิตติภูมิ กรรรมการผู้จัดการ บริษัท อะแมส มี จำกัด เปิดเผยว่า Amass me (อะแมส มี) ในฐานะผู้นำเข้าสินค้าแฟชั่น มัลติ ลักซ์ชัวรี แบรนด์ที่หลากหลาย ในปีนี้สินค้าทุกรายการได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะแบรนด์ KAPALIKKO ที่ปลุกกระแสแฟชั่นสายมูได้ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม จึงทำให้ในปลายปีนี้ ที่กำลังเตรียมก้าวเข้าสู่ช่วงเทศกาลสำคัญ นับเป็นช่วงเวลาดีๆ ซึ่งหลายคนกำลังมองหาของขวัญของฝากที่จะเป็นการอวยพรและสื่อความหมายที่ดีให้แก่กัน อะแมส มี จึงอยากนำเสนอของขวัญปีใหม่สุดคลาสสิคที่จะสร้างความประทับใจที่ยืนยาว โดยเปิดตัว KAPALIKKO ส่งท้ายปีด้วย Exclusive Gift Set หรือคอลเลคชั่น KAPALIKKO Lucky Set หนึ่งในของขวัญปีใหม่ที่เป็นสินค้าแฟชั่น พร้อมนำโชคให้สิ่งที่หวังสมปรารถนาทั้งแก่ผู้ให้และผู้รับในปี 2567 นี้ อีกทั้งยังอยู่ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อส่งต่อให้กับคนที่คุณรัก

“แบรนด์ KAPALIKKO หรืออ่านว่าคาปาลิกโก้ มาจากชื่อของมหายันต์นำโชค ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศฟินแลนด์ เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีชื่อเรียกขานอย่างเป็นตำนานในยุคต่อๆ มาหลายประเทศ เช่น ยันต์ “St John’s Arms” หรือยันต์ “Hannunvaakuna” ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์บนปุ่มคำสั่ง Command บน Mac book โดยชาวยุโรปจะนำสัญลักษณ์มหามงคลนี้มาเป็นเครื่องรางแห่งการเรียกความโชคดี ดึงดูดทรัพย์ทั้ง 4 ทิศ 8 ทาง ป้องกันสิ่งอันเป็นอัปมงคล เสริมดวงเรื่องการงาน การเงิน เมตตามหานิยม เรียกได้ว่าเป็นมหายันต์ที่เป็นเสมือนแม่เหล็กดึงดูดสิ่งอันเป็นมงคล ความร่ำรวย ความสุข ความสำเร็จ ความสมหวังทุกประการให้กับผู้ที่ได้ครอบครอง ด้วยเรื่องราวอันน่าสนใจนี้เอง ทาง อะแมส มี จึงนำคำว่า “KAPALKKO” ที่เป็นชื่อแรกของมหายันต์ มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์และนำเอาสัญลักษณ์แห่งความเชื่อนี้มาผสมผสานกับโลกของแฟชั่น ออกมาเป็นสินค้าหลากหลายคอลเลคชั่นได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นคอลเลคชั่น 7 days God ซึ่งได้แรงบันดาลใจมากจากความเชื่อต่อเทพประจำตัวทั้ง 7 วัน, คอลเลคชั่น Zodiac เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับราศี ทั้ง 12 ราศี ทำให้ผู้ที่สวมใส่พบแต่ความมั่งมีและประสบความสำเร็จในสไตล์ที่เป็นตัวเอง หรือคอลเลคชั่น Elemental ที่นำความสมดุลทางธรรมชาติในแต่ละธาตุ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ นอกจากนี้ยังมีคอลเลคชั่นกระเป๋านำโชคเสริมดวงที่มีให้เลือกหลากหลายคอลเลคชั่น”

นางสาวยุฤดี กล่าวต่อว่า เพื่อต้อนรับกระแสนิยมรวมทั้งเทศกาลในช่วงปลายปีนี้ KAPALIKKO ได้จึงได้ออกสินค้าเพื่อต่อยอดความสำเร็จทางธุรกิจ จากความต้องการสินค้าของแบรนด์เป็นจำนวนมาก กับ Exclusive Gift Set หรือคอลเลคชั่น KAPALIKKO Lucky Set เป็นของขวัญที่ไม่เหมือนใครซึ่งออกแบบมาเพื่อ นำความโชคดี ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย และความสุขมาสู่ปี 2567 นี้ โดยในเซ็ตนั้นประกอบด้วย เสื้อ KAPALIKKO รุ่น classic ที่ผลิตมาจำนวนจำกัด และกระเป๋า fortune cookies หรือคุกกี้แห่งความโชคดี ซึ่งออกแบบอย่างพิถีพิถัน ด้วยการออกแบบสัญลักษณ์และข้อความต่างๆ ที่จะดึงดูด พลังด้านบวกและโชคลาภมาสู่ผู้ครอบครอง อีกทั้งยังเป็นตัวเลือกที่ดีในการนำของขวัญเซ็ตนี้ไปสวัสดีปีใหม่ให้กับคนที่คุณรัก นอกจากนี้ยังมีคอลเลคชั่นผ้าพันคอ เพื่อต้อนรับลมหนาวที่กำลังมาเยือน กับคอลเลคชั่น LUCKY TO SHINE โดยความพิเศษของผ้าพันคอคอลเลคชั่นนี้ ทำจากซาตินเกรดพรีเมียม นุ่ม ลื่น เรียกได้ว่าจะเพิ่มความหรูหราและความโชคดีให้กับผู้ครอบครอง ควรต้องมีติดตู้เสื้อผ้าอีกด้วย

สำหรับแบรนด์ KAPALIKKO ถูกสร้างมาเพื่อส่งต่อความโชคดีในทุกๆ โอกาส ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้หรือผู้รับ ถ้าได้ครอบครองสินค้าของแบรนด์ KAPALIKKO แล้วล่ะก็ จะได้รับพลังงานที่ดี สิ่งที่ดีจะเกิดขึ้น ช่วยดึงดูดสิ่งมงคลทั้งปวง อีกทั้งทุกๆ คอลเลคชั่นยังนำเอาความสวยงามของโลกแฟชั่นมาผสมผสานให้เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น

“ทั้งนี้โปรโมชั่นสุดพิเศษต้อนรับปีใหม่ เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าคอลเลคชั่นใดก็ได้ภายในแบรนด์ KAPALIKKO รับฟรี! กระเป๋าลิมิตรุ่น fortune cookies มูลค่า 2,950 บาท จำนวน 1 ใบเลยทันที หากใครสนใจพบกันได้ที่ช้อปหน้าร้านทั้ง 8 สาขา ได้แก่ เดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ ชั้น 1, เซ็นทรัล เวิลด์ ชั้น 1, เซ็นทรัล ชิดลม ชั้น 3 (Event Hall), เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น 1, ศูนย์การค้า พารากอน ชั้น 1, เซ็นทรัลเวสต์วิลล์ ชั้น 1, ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ชั้น 1, เมกาบางนา ชั้น 1” นางสาวยุฤดี กล่าวทิ้งท้าย

Facebook Comments

Related post